
'อภิสิทธิ์'จี้ถอน'กม.ปรองดอง-นิรโทษฯ'
'อภิสิทธิ์' จี้ถอน 'กฎหมายปรองดอง-นิรโทษกรรม' ทั้ง 5 ฉบับออกจากวาระ หลังสภานำถก 20 มี.ค.นี้ ชี้ปม 'เจ๊แดง' สะท้อนปัญหาประชาธิปไตยไทย
18 มี.ค.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวันที่ 20 มีนาคมนี้ว่า เท่าที่ทราบนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย หนึ่งในผู้เสนอร่างกฎหมายดังกล่าวจะไม่เสนอต่อที่ประชุมเพื่อขอให้มีการเลื่อนขึ้นมาพิจารณาตามที่เคยระบุก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนจะเป็นการถอยหรือไม่นั้นตนไม่ทราบแต่เห็นว่าการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเข้ามาเท่ากับเป็นการเพิ่มระเบิดเวลาเข้ามาในสภาอีกลูกหนึ่ง หลังจากที่ร่าง พ.ร.บ.ปรองดองยังค้างอยู่ในสภา 4 ฉบับ
ดังนั้นเมื่อมีการบรรจุร่างนี้เข้าสู่สภาก็เท่ากับว่าหากจะมีการถอนร่างกฎหมายออกไปก็ต้องถอนทั้ง 5 ฉบับ ส่วนการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงที่กดดันให้รัฐบาลรีบเดินหน้าไม่เช่นนั้นจะเป็นการเนรคุณคนเสื้อแดงนั้น ตนเห็นว่ารัฐบาลมีหน้าที่ดูแลประชาชนทุกคนเพื่อให้ประเทศสงบ ไม่มีความวุ่นวาย
'มาร์ค' แจงปม 'เจ๊แดง' สะท้อนปัญหาประชาธิปไตยไทย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงสมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.เชียงใหม่ เพื่อเตรียมเป็นนายกรัฐมนตรีสำรอง ว่า ไม่ทราบว่านางเยาวภาถูกวางตัวเป็นนายกสำรองตามที่มีกระแสข่าวหรือไม่ เพราะไม่รู้ว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีปัญหาในทางการเมืองเรื่องใด แต่ถ้าคนตระกูลเดียวกันได้เป็นนายกรัฐมนตรีหลายคนก็จะเป็นการสะท้อนถึงปัญหาของระบอบประชาธิปไตยในไทย ส่วนการพิจารณาส่งผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมของพรรคนั้นทางพรรคไม่สามารถ ระบุได้ว่าจะเป็นนางกัลยกรณ์ เจียมกิจวัฒนา ที่เคยลงสมัครในครั้งที่แล้วหรือไม่ โดยจะต้องหารือร่วมกับนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ภาคเหนือก่อน ทั้งนี้เห็นว่านายเกษมเพิ่งได้รับการเลือกตั้งไปไม่นานแต่กลับลาอออกจึงถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เพราะหากมีการเปิดทางให้นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ลงสมัครแทนจริงก็จะทำให้ถูกมองว่าเป็นเรื่องสมบัติผลัดกันชมซึ่งไม่เป็นการสมควร อย่างไรก็ตาม
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยเคยมีมติห้ามไม่ให้ ส.ส.ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อไปเล่นการเมืองท้องถิ่นหลังจากที่พรรคเพื่อไทยพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดปทุมธานี แต่นายเกษม กลับให้เหตุผลการลาออกครั้งนี้ว่าเพื่อไปทำงานการเมืองท้องถิ่นนั้น ก็เป็นเรื่องที่ประชาชนชาวเชียงใหม่ต้องตัดสินใจด้วยว่าการเลือกตั้งควรจะใช้สิทธิเพื่อเลือกคนที่พร้อมรับประชาชนอย่างจริงใจ เพราะการเลือกตั้งซ่อมมีค่าใช้จ่ายที่รัฐต้องจ่ายด้วย แม้ว่า กกต. จะพยายามกำหนดให้ผู้ที่ทำผิดกฎหมายจนเกิดการเลือกตั้งใหม่ต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย แต่ในทางปฏิบัติก็ยังเป็นงบประมาณภาครัฐที่ต้องไปใช้กับการเลือกตั้งซ่อม นอกจากนี้ยังเห็นว่าพฤติกรรมไม่รักษาคำพูดหรือมติพรรคของเพื่อไทยนั้นเป็นเรื่องปกติที่ไม่ค่อยจะรักษาคำพูดหรือคำมั่นสัญญาของตัวเอง เพราะคิดแต่ประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าประโยชน์ของประชาชน
'อภิสิทธิ์' เตรียมจัดนิทรรศการแฉกลับเงินกู้โครงการไทยเข้มแข็ง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถึงกรณีรัฐบาลเตรียมออก พ.ร.บ. กู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาทว่า แม้ว่าจะเห็นด้วยกับการลงทุนในโครงการพัฒนาโครงการพื้นฐานหลายโครงการ แต่เนื้อหากฎหมายมีการระบุถึงเงินงวดแรกที่จะใช้ว่ามียอดเพียงแค่ 1 หมื่นล้านบาท ก็เป็นการยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ เงินจำนวนดังกล่าวสามารถจัดทำในระบบงบประมาณปกติได้ โดยไม่จำเป็นต้องออกเป็นกฎหมายกู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาท
นอกจากนี้ตามแผนงานของรัฐบาลระบุว่า จะมีการกู้เงินในระยะเวลา 7 ปี เฉลี่ยแล้วปีละประมาณสามแสนล้านบาท ซึ่งอยู่ในวิสัยที่สามารถจัดสรรในระบบงบประมาณปกติในแต่ละปีได้เช่นเดียวกันและเห็นว่า อาจมีปัญหาในการชำระหนี้ในอนาคต ทั้งนี้ตนแปลกใจที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ออกมาระบุว่า โครงการรถไฟความเร็วสูง ไม่ได้เกิดขึ้นในยุคที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่าเรื่องนี้ริเริ่มในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่มีการเจรจากับประเทศจีนในลักษณะการร่วมลงทุนคือไทย 60 และ จีน 40 และกรอบการเจรจาก็ผ่านการให้ความเห็นชอบจากสภาแล้ว จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงออกมาบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แนวคิดของรัฐบาลประชาธิปัตย์
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจงกรณีพรรคเพื่อไทยจะจัดนิทรรศการ “บทเรียนประเทศไทย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านรัฐบาลอภิสิทธิ์ คนไทยได้อะไร” เพื่อให้พรรคเพื่อไทยได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับเงินกู้ 4 แสนล้านว่าเกิดประโยชน์อย่างไรด้วย
ด้าน น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทางจะจัดส่งข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการไทยเข้มแข็งไปยังหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เพื่อให้ข้อมูลรายละเอียด เพราะเห็นว่าข้อมูลทางฝั่งเพื่อไทยนั้นผิดเพี้ยนไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรื่องรถไฟความเร็วสูงที่ ทาง นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรมว.คลัง ระบุว่าไม่ได้มามีจุดเริ่มต้นจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งข้อมูลที่ผ่านมาชัดเจนว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงเริ่มตั้งแต่ ปี 2552 ซึ่งได้มีการทำเอ็มโอยูเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่สมัย นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เป็นรองนายกฯ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ซึ่งต่อมารัฐบาลนี้ได้นำโครงการนี้ยัดเข้าไปอยู่ใน พ.ร.บ.กู้เงิน
นอกจากนี้จะได้นำข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการไทยเข้มแข็งที่สร้างประโยชน์ไปแล้ว และโครงการที่ตั้งโครงการไปแล้วทั้ง เหมือง ฝ่าย เขื่อน อ่าง ที่เข้ามาแก้ปัญหาภัยแล้งน้ำท่วม แต่ต่อมาเมื่อเปลี่ยนแปลงรัฐบาล โครงการต่างๆ กลับถูกแทรกแซงผ่านหน่วยงานราชการ จนไม่ถูกนำไปต่อยอดทำให้ประชาชนเสียประโยชน์ ดังนั้นตนเองจึงจะประสานกับทางแกนนำของพรรคเพื่อไทยเพื่อส่งข้อมูลเหล่านี้ซึ่งคาดว่าจะยื่นได้ในวันที่ 19 มี.ค.นี้ และอยากให้ยุติการสร้างความสับสนให้ประชาชน
'ปชป.' เดินหน้าพิมพ์เขียวประเทศไทย มุ่ง 'การศึกษา-ธรรมาภิบาล'
ที่โรงแรมสุโกศล ถ.ศรีอยุธยา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมงานสัมมนาเชิงปฎิบัติการค่ายนโยบายเชิงนวัตกรรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมของกระบวนการพัฒนาพิมพ์เขียวประเทศไทย จัดโดยสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย ที่มีนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เป็นประธานสถาบัน โดยการจัดสัมมนาครั้งนี้มีเป้าหมายการเพื่อสร้างพื้นที่สำหรับการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมทางสังคม
นายสุรินทร์ เปิดเผยว่า โครงการนี้จะใช้เวลา 3 ปี เพื่อเป็นข้อสรุปพิมพ์เขียวประเทศไทยของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งกำหนดใน 3 ประเด็นหลัก คือ ปัญหาด้านการศึกษาที่ต้องตอบโจทย์หลังเรียนจบให้มีงานทำ เพราะตัวเลขสัดส่วนปัจจุบัน ใน 10 คนจะมีงานทำแค่ 1 คนเท่านั้น และปัญหาระบบธรรมาภิบาลที่จะลดการทุจริตคอร์รัปชั่น เพราะปัจจุบัน มีการทุจริตแต่ละโครงการถึงร้อยละ 30-35 ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง รวมทั้งการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ที่ผลพวงของการพัฒนาทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน และผลประโยชน์กระจุกตัวที่คนรวยเท่านั้น
ดังนั้นพรรคจึงมีความร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่น 5 องค์กรประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร เทศบาลนครหาดใหญ่ เทศบาลภูเก็ต เทศบาลลำพูน และเทศบาลนครศรีธรรมราช โดยจะเห็นผลของโครงการภายใน 6 เดือน -1 ปี จากนั้นนำมาประเมินเพื่อปรับปรุง และทำเป็นนโยบายอย่างยั่งยืนของพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป



