
'จีน'เขี่ย'ผู้ดี'รั้งที่5ส่งออกอาวุธโลก
'จีน' เขี่ย 'อังกฤษ' ผงาดขึ้นไปติดอันดับที่ 5 ของผู้ส่งออกอาวุธรายใหญ่ที่สุดของโลก และแต่งตั้งผู้หญิงเป็นรองนายกฯ
18 มี.ค. 56 สถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสต็อคโฮล์ม ของสวีเดน หรือ เอสไอพีอาร์ไอ ออกรายงานระบุว่า จีนผงาดขึ้นไปอยู่ในท็อปไฟว์ ผู้ขายอาวุธมากที่สุดของโลก และรั้งตำแหน่งผู้ส่งออกอาวุธรายใหญ่ที่สุดอันดับที่ 2 ของโลก ในช่วงระหว่างปี 2551 ถึง 2555
อินเดียยังคงรั้งตำแหน่งผู้นำเข้าอาวุธรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยครองส่วนแบ่งในตลาดอาวุธโลก 12 เปอร์เซ็นต์ มากเป็น 2 เท่าของจีน / ในวันนี้ คณะผู้แทนการเจรจา มีกำหนดจะพบปะกันในวันนี้ ที่สำนักงานใหญ่ของสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์คของสหรัฐ เพื่อเจรจารอบสุดท้ายเกี่ยวกับสนธิสัญญาว่าด้วยการค้าอาวุธ หลังจากการประชุมครั้งสุดท้ายมีอันล่มไปเมื่อปีที่แล้ว และสหรัฐ จีนและรัสเซีย ได้เรียกร้องให้ชะลอออกไปก่อน
รายงานของ เอสไอพีอาร์ไอ ที่มีขึ้นก่อนการเจรจา ระบุด้วยว่า ผู้ส่งออกอาวุธในกลุ่มท็อปไฟว์ประกอบด้วย จีน สหรัฐ รัสเซีย เยอรมนีและฝรั่งเศส / และการวิจัยในครั้งนี้ ได้รวมถึงในช่วงที่ความสนใจซื้อโดรน กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในการใช้ปฏิบัติการโจมตีทางทหารและการสอดแนม มีอยู่ 12 ประเทศ ที่ส่งออกโดรนไปอย่างน้อย 31 ประเทศ ในช่วงระหว่างปี 2551-2555 ขณะที่ในช่วงระหว่างปี 2546-2550 ที่มีแค่ 8 ประเทศ ที่ส่งออกโดรนไปยัง 20ประเทศ
อิสราเอล สหรัฐและอิตาลี ได้ชื่อว่าเป็นผู้ส่งออกโดรนรายใหญ่ ขณะที่ปากีสถานและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นผู้นำเข้ารายใหญ่เช่นกัน / สหรัฐและรัสเซีย ครองส่วนแบ่งกว่าครึ่งของการส่งออกอาวุธโลก ในช่วงระหว่างปี 2551-2555 ขณะที่การส่งออกอาวุธโลก เพิ่มจากช่วงระหว่างปี 2546-2550 ถึง 17 เปอร์เซ็นต์
ผู้ส่งออกอาวุธรายใหญ่ให้กับอินเดีย นอกจากรัสเซีย ซึ่งครองส่วนแบ่ง 79 เปอร์เซ็นต์แล้วยังมีอังกฤษและอุซเบกิสถานด้วย / เอเชีย ยังได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางของการนำเข้าอาวุธจากประเทศในกลุ่มท็อปไฟว์ โดย 4 ประเทศที่นำเข้าอาวุธอันดับต้น ๆ ได้แก่ จีน ปากีสถาน เกาหลีใต้ และสิงคโปร์
สหรัฐครองส่วนแบ่ง 30 เปอร์เซ็นต์ ของการส่งออกอาวุธโลก ในช่วงปี 2551- 2555โดยขายอาวุธให้กว่า 80 ประเทศ / เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ต่างเป็นผู้นำเข้าอาวุธรายใหญ่ของสหรัฐ / โดยเครื่องบินยังคงเป็นสินค้าส่งออกหลักของสหรัฐ ครองส่วนแบ่ง 62 เปอร์เซ็นต์
รัสเซียครอบส่วนแบ่งในการส่งออก 26 เปอร์เซ็นต์ และเป็นผู้ส่งออกหลักไปให้กับจีน เยอรมนี เป็นผู้ส่งออกอาวุธรายใหญ่อันดับที่ 3 ของโลก ครองส่วนแบ่ง 7 เปอร์เซ็นต์ ตลาดหลักคือ กรีซ เกาหลีใต้และตุรกี ฝรั่งเศสเป็นอันดับที่ 4 ครองส่วนแบ่ง 6 เปอร์เซ็นต์ส่วนจีนขึ้นไปรั้งอันดับที่ 5 แทนที่อังกฤษ และผู้ซื้ออาวุธรายใหญ่ของจีนคือ ปากีสถาน โดยสินค้าที่ซื้อมีทั้งเครื่องบินรบ เรือดำน้ำและเรือฟรีเกต
พม่า บังคลาเทศ เวเนซุเอล่าและโมร็อคโค ต่างเป็นผู้นำเข้าอาวุธรายใหญ่ของจีน / การเกิดวิกฤติการเงินในยุโรป ส่งผลให้ยอดสั่งจองเครื่องบินรบและระบบอื่น ๆ พลอยลดลงไปด้วย และยุโรปได้พยายามที่จะขายยุทธภัณฑ์อื่น ๆ ให้มากขึ้น
รายงานของเอสไอพีอาร์ไอ ไม่ได้รวมอาวุธเล็ก แต่อาศัยแหล่งข่าวตั้งแต่หนังสือพิมพ์ระดับชาติไปจนถึงท้องถิ่น รวมถึงรายงานของรัฐบาลและอุตสาหกรรมอาวุธด้วย
จีนแต่งตั้งผู้หญิงเป็นรองนายกฯ
กระบวนการผลัดผู้นำใหม่ในจีนเสร็จสิ้นลงแล้วนับตั้งแต่การเลือกตั้งผู้นำและกรรมการบริหารพรรคคอมมิวนิสต์ในปลายปีที่แล้ว และการเลือกประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในการประชุมสภาประชาชนจีนนานสองสัปดาห์ที่เพิ่งปิดฉากเมื่อวันอาทิตย์
และนางหลิว เอี๋ยนตง Liu Yandong วัย 67 ปีได้รับเลือกเป็นหนึ่งในรองนายกรัฐมนตรี 4 คนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้เธอเป็นทั้งผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรัฐบาลจีน และหนึ่งในผู้หญิงทรงอิทธิพลที่สุดในโลกอีกด้วย เธอนับเป็นรองนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 4 ของประวัติศาสตร์สาธารณรัฐประชาชนจีน
เธอก้าวสู่ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีด้วยบุคลิกที่มีความน่าเชื่อถือ มาจากตระกูลนักการเมือง และมีทักษะทางการเมืองมากพอเลยทีเดียว เธอเกิดในเมืองหนานถง ที่ขึ้นชื่อเรื่องการต่อเรือ มีพ่อเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยเกษตรที่มีความใกล้ชิดกับอดีตประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน จบการศึกษาปริญญาตรีด้านวิศวกรรมเคมีจากมหาวิทยาลัยซิงหัว และยังจบปริญญาโทด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเหรินหมิน และปริญญาเอกด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยจี้หลิน เคยทำงานเป็นวิศวกรเคมีที่โรงงานไคผิง เคมีคัล ในเมืองถังซาน และโรงงาน ปักกิ่ง เคมีคัล
เธอดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในช่วงปี 2551-2556 เคยรับผิดชอบงานด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม กีฬาและอื่นๆ เคยเป็นประธานในคณะทำงานแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างจีน-สหรัฐ, จีน-รัสเซีย, จีน-อังกฤษ และจีน-ยุโรปด้วย
ในสมัยที่มีการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยที่จตุรัสเทียนอันเหมิน เธออยู่ในคณะกรรมการของกลุ่มยุวชนคอมมิวนิสต์ ที่ร่วมส่งอาหารและนำไปให้นักศึกษาที่ชุมนุมในจตุรัส แต่ก็ไม่มีใครทราบบทบาทที่แน่ชัดของเธอ นอกจากนี้เธอมีลูกสาวคนเดียว ซึ่งเลือกที่จะใช้ชีวิตในฮ่องกง และแต่งงานกับชายชาวจีนที่ได้สิทธิอาศัยอยู่ในแคนาดา
ใครที่ได้รู้จักเธอจะบอกว่าเธอเป็นคนเก่ง ถ่อมตน มีอัธยาศัยดี และชอบเข้าถึงประชาชนด้วยการออกวิ่งจ็อกกิ้งรอบสนามกีฬารังนกในกรุงปักกิ่ง
แม้เธอชอบทำผมทรงคล้ายผู้ชายที่หวีเรียบไปด้านหลัง แต่ให้ความสนใจพิถีพิถันกับเสื้อผ้าอย่างมาก ถึงขนาดมีข่าวว่าตอนไปเยือนฮ่องกง เธอเปลี่ยนชุดถึง 4 ครั้งในวันเดียว
และแม้จะมีเสียงกล่าวขานว่าเธอเป็นคนหัวเสรี แต่แทบไม่มีใครได้รู้ว่าเธอมีแนวคิดอย่างไรกันแน่เพราะเธอมักไม่ค่อยแสดงความเห็นต่อสาธารณชน
-----------------------
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว : AFP)



