
รวบ'หนุ่มซี7'ค้ายาไอซ์
รวบ'หนุ่มซี7'ค้ายาไอซ์ : ตะลุยข่าว โดยทีมข่าวภูมิภาค
การค้ายาเสพติดเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และมีบทลงโทษที่รุนแรง แต่บางคนยอมเสี่ยงกระโจนสู่วงจรค้ายาเสพติด เพราะเชื่อว่าทำให้พวกเขาร่ำรวยทันตาเห็น ไม่เว้นแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐบางนาย หลงลืมเกียรติยศและศักดิ์ศรีของข้าราชการไทย เข้าไปพัวพันกับขบวนการค้ายาเสพติด !!
เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กองกำกับตำรวจน้ำสุราษฎร์ธานี ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผกก.6 บก.รน. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ก.จารุ สังขมรรทร รอง ผกก.6 บก.รน. และ พ.ต.ท.ฟุ้ง ชัยนนท์นอก สว.ส.รน.2 กก.6 บก.รน. นำกำลังจับกุมเจ้าหน้าที่รัฐค้ายาเสพติดได้
นายสุรพล โศจิรัตน์ อายุ 46 ปี ข้าราชการ ซี 7 ตำแหน่งหัวหน้าส่วนการโยธา อบต.บางใบไม้ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี และ นายยุทธศักดิ์ กอบวัฒนกุล อายุ 25 ปี นักศึกษาปริญญาโทของสถาบันชื่อดัง ถูกชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจน้ำสุราษฎร์ธานี จับกุมได้พร้อมของกลางยาไอซ์ น้ำหนัก 37.74 กรัม มูลค่า 2 แสนบาท หลังจากสืบทราบว่านายสุรพลมีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้แก่ผู้เสพและผู้ค้ารายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าไฮโซใน จ.สุราษฎร์ธานี จึงได้วางแผนล่อซื้อ
สายลับติดต่อขอซื้อยาไอซ์จากนายสุรพลในราคากรัมละ 3,000 บาท นัดส่งมอบยาไอซ์กันที่ห้องพักเลขที่ 208 โรงแรมไทยรุ่งเรือง เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายสุรพลได้เดินทางมาพร้อมกับนายยุทธศักดิ์ เมื่อนายสุรพลจะส่งมอบยาเสพติดเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม และตรวจค้นยึดยาไอซ์จำนวน 3 ถุง น้ำหนัก 13.16 กรัม และตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง แท็บเล็ต 1 เครื่อง เงินสด 10,300 บาท หลังจากนั้นได้นำตัวไปขยายผลตรวจค้นบ้านพักของนายสุรพล ยึดยาไอซ์ 24.58 กรัม,สมุดธนาคารและบัตรเอทีเอ็มกว่า 10 เล่ม โดยสมุดธนาคารแต่ละเล่มมีเงินหมุนเวียนนับล้านบาท
นายสุรพล ไม่ยอมปริปากบอกถึงที่มาของยาไอซ์ อ้างเพียงว่ามีผู้นำมาจาก อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช มาส่งให้ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ส่วนกลุ่มลูกค้าจะเป็นกลุ่มไฮโซและนิสิตนักศึกษาในพื้นที่ ทั้งนี้ นายสุรพล เคยถูกจับกุมในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) แต่สามารถวิ่งเต้นจนหลุดพ้นคดี และอยู่ระหว่างการตั้งกรรมการสอบสวนของหน่วยงานต้นสังกัดแต่ก็มาถูกจับอีกครั้ง
ปัญหาเจ้าหน้าที่รัฐพัวพันยาเสพติดเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ก่อนที่จะจับกุมนายสุรพลเพียง 4 วัน พ.ต.อ.ณรงค์ยศ อุณหบัณฑิต ผกก.สส.3.บก.สส.ภ.8 นำกำลังเข้าล่อซื้อยาเสพติดจากแก๊งค้ายาเสพติด ในเขต อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี จับกุม นายเดชนะ หรือ เบียร์ วิริน อายุ 34 ปี พร้อมด้วย ด.ต.นิมิตร หรือ ป้อม คลี่บำรุง อายุ 40 ปี พลขับ 191 หรือร้อยเวรปราบปรามประจำ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ได้ของกลางเป็นยาไอซ์ 0.5 กรัม เมื่อนำตัวมาสอบสวนขยายผล มีการซัดทอดถึงขบวนการค้ายาเสพติดประมาณ 6-7 คน หนึ่งในนั้นมีนายตำรวจยศร้อยตำรวจตรี และนายดาบตำรวจ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ใน จ.สุราษฎร์ธานี รวมอยู่ด้วย
ด้าน พล.ต.ท.ยงยุทธ เจริญวานิช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ยืนยันว่า หากพบตำรวจคนใดมีพฤติกรรมพัวพันยาเสพติดหรือเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย จะให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อสอบสวนทางวินัยหากพบพยานหลักฐานว่าผิดจริงไล่ออกจากราชการสถานเดียว โดยในพื้นที่ความรับผิดชอบของภาค 8 เคยเอาผิดกับตำรวจในสังกัดแล้วทั้งตำรวจชั้นประทวนและสัญญาบัตร 5-6 นาย
"หากสถานีตำรวจภูธรใดหรือหน่วยงานใดของสำนักงานตำรวจภูธรภาคใต้ที่มีคนในสังกัดพัวพันยาเสพติด หัวหน้าโรงพักหรือผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบด้วย ซึ่งต้องดูด้วยว่าอยู่ในวิสัยว่ารับผิดชอบได้หรือไม่ หากอยู่ในวิสัยที่ผู้บังคับบัญชาทำได้ แต่ไม่ได้ทำ ผู้บังคับบัญชาคนนั้นต้องโดนแน่นอน และการปราบปรามยาเสพติดยังต้องดำเนินการต่อไปอย่างเข้มงวด เพราะเชื่อว่าตำรวจมือดียังมีอีกมาก หากมีเนื้อร้ายส่วนไหนก็ตัดทิ้งไป" พล.ต.ท.ยงยุทธ กล่าว
คดีต่างๆ ที่เกิดขึ้น ล้วนสะท้อนสภาพสังคมในปัจจุบัน และบ่งชี้ประสิทธิภาพการทำงานเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งบางครั้งก็เข้าไปพัวพันกับปัญหาเสียเอง ดั่งขยะที่ซุกไว้ใต้พรม หากจะกวาดล้างปัญหายาเสพติดให้สิ้นซากหมดไปจากประเทศไทย บางครั้งก็มีความจำเป็นต้องปัดกวาดบ้านของตัวเองเสียก่อน
ต้องรอดูกันต่อไปว่าเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดจะสามารถตัดเนื้อร้ายในองค์กรได้มากน้อยแค่ไหน ขณะที่รัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกาศมาตลอดว่าให้ความสำคัญกับการปราบปรามยาเสพติดเป็นนโยบายหลัก และมีผลงานการจับกุมยาเสพติดจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง แต่ภาพรวมสถานการณ์ยาเสพติดกลับไม่เป็นไปอย่างภาพที่สร้างออกมา และนับวันจะยิ่งลุกลามเพิ่มขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐบางรายอยู่เบื้องหลังและเกี่ยวข้องกับยาเสพติด!?!
..................
(หมายเหตุ : รวบ'หนุ่มซี7'ค้ายาไอซ์ : ตะลุยข่าว โดยทีมข่าวภูมิภาค)



