
เงื่อนงำราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันสำเร็จรูปภายในประเทศเขยิบขึ้นถี่ยิบในช่วงนี้ภายใต้ข้ออ้างที่ว่าเป็นการเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และเสียงบ่นจากผู้บริโภคไม่ได้ดังเหมือนก่อนอาจเป็นเพราะเกิดความชินชา หรือยอมรับสภาพว่าราคาน้ำมันคงไม่หวนสู่ระดับต่ำอีกแล้ว ยิ่งสภาวะเศรษฐกิ
ยังเป็นที่น่าสงสัยในความแตกต่างของราคาน้ำมันในประเทศ ทั้งส่วนต่างของระดับ การปรับแต่ละครั้ง รวมทั้งการคำนวณต้นทุน ค่าการตลาด และกลไกราคา อัตราภาษี และการฉกฉวยโอกาสค้ากำไรโดยผู้ค้า
เห็นได้ชัดว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอยู่ระหว่าง 60-67 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่ราคาน้ำมันเบนซิน 95 เกือบแตะ 40 บาทต่อลิตร ต่างจากเบนซิน 91 ซึ่งอยู่ที่ 32 บาทกว่า มีส่วนต่างประมาณ 7-8 บาท แต่เมื่อเทียบกับราคาดีเซลยิ่งเห็นความแตกต่างเพราะอยู่ที่ 25.39 บาท ห่างจาก เบนซิน 95 เกือบ 15 บาทต่อลิตร และยังมีราคาต่ำกว่าแก๊สโซฮอล์ที่อยู่ในระดับ 27-28 บาทกว่าต่อลิตร
ใครเป็นผู้กำหนดราคาน้ำมันให้มีความแตกต่าง และระดับของค่าการตลาดอย่างมากมาย กระทรวงพลังงานสมควรแยกแยะโครงสร้างให้เห็นต้นทุน ภาษี ค่าการตลาด และกำไรพิเศษของผู้ค้าน้ำมันได้หรือไม่ โดยเริ่มต้นจากการนำเข้า ค่าการกลั่น และราคาหน้าโรงกลั่นว่าอยู่ในระดับเดิมหรือไม่ เมื่อเทียบกับราคาน้ำมันดิบ
ก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันดิบสูงเกือบ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดในประเทศสูงสุดที่ประมาณ 40 บาทต่อลิตร โดยรัฐบาลได้ยอมรับภาระส่วนหนึ่ง แม้กระนั้นก็ยังไม่มีใครอธิบายว่าทำไมราคาน้ำมันภายในประเทศจึงสูงเท่ากับช่วงก่อนขณะที่ราคาน้ำมันดิบยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของระดับสูงสุดก่อนที่เศรษฐกิจโลกจะประสบภาวะวิกฤติ
นี่เป็นการฉกฉวยโอกาสขึ้นราคาน้ำมัน เอาเปรียบประชาชน แสวงหากำไรเกินควร และเห็นผู้บริโภคไร้อำนาจต่อรองหรือท้วงติงใช่หรือไม่ รัฐบาลมีหน้าที่ต้องอธิบายประเด็นความผิดเพี้ยนของโครงสร้างราคา ด้านส่วนต่าง และการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันสำเร็จรูปอย่างรวดเร็วจนผิดปกติ
ประชาชนอยู่ในสภาพเหมือนถูกมัดมือชก จำยอมรับราคาน้ำมัน ในขณะที่ต้องเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจทุกด้าน ผู้ประกอบการธุรกิจได้รับผลกระทบด้านต้นทุนสูง ขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง ทำให้สินค้าราคาแพง ประชาชนขาดอำนาจการซื้อ ทำให้ความพยายามฟื้นฟูความต้องการสินค้าล่าช้ากว่าที่ควร แม้รัฐบาลจะให้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจก็ตาม
รัฐบาลต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อประชาชนด้านการบริหาร คุณธรรม เพราะการยอมให้ผู้ค้าน้ำมันเอาเปรียบประชาชนนับเป็นการสร้างความทุกข์ยากสำหรับผู้มีรายได้น้อย นำไปสู่ความเสื่อมความนิยม ความไม่น่าไว้วางใจ ยิ่งถ้าเป็นการจงใจปล่อยให้มีการขูดเลือดขูดเนื้อประชาชนด้วยแล้ว ย่อมเป็นการสร้างบาปกรรมให้คนทั้งแผ่นดิน



