
ฮือประท้วง!นักโทษฉุนปล่อยตายคาคุก
นักโทษเรือนจำสมุทรสาครก่อเหตุจลาจล เพราะไม่พอใจเรือนจำดูแลนักโทษไม่ดี ทำให้นักโทษเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลวคาเรือนนอน 1 ราย
วันที่ 17 มี.ค.56 พล.ต.ต.ธยาน์ฤทธิ์ เอกเผ่าพันธุ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สมุทรสาคร กล่าวถึงเหตุจลาจลภายในเรือนจำสมุทรสาครว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจากทางเรือนจำว่า เมื่อเวลาประมาณ 02.00 - 03.00 น. มีนักโทษชายรายหนึ่งเสียชีวิต ด้วยอาการหัวใจล้มเหลวในเรือนนอนที่มีนักโทษอยู่ประมาณ 30-50 คน เมื่อนักโทษเสียชีวิต ทางเรือนจำก็จะเข้าไปชันสูตร-พลิกศพ แต่กลุ่มนักโทษไม่ยอมให้เข้าไป และกล่าวหาว่าเรือนจำไม่ได้ดูแลนักโทษคนดังกล่าว ดีเท่าที่ควร ทำให้เสียชีวิต และมีการทำลายข้าวของ ทำให้เจ้าหน้าที่เรือนจำยิงปืนขู่หลายนัด เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ ล่าสุด เจ้าหน้าที่เรือนจำได้คุมสถานการณ์ให้นักโทษกลุ่มดังกล่าวอยู่ในเรือนนอน และผู้บัญชาการเรือนจำได้เข้าไปเจราจากับกลุ่มนักโทษ แต่ยังไม่เป็นผล
ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สมุทรสาคร กล่าวด้วยว่า ได้สั่งการให้ตำรวจควบคุมฝูงชนจำนวน 2 กองร้อย และตำรวจสายตรวจใน สภ.ใกล้เคียง มาสนับสนุนดูแลสถานการณ์ เพื่อป้องกันเหตุวุ่นวายจากนักโทษคนอื่นๆ อยู่ภายนอกเรือนจำ รวมแล้ว 400 นาย พร้อม
อาวุธครบมือ คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน ควบคุมสถานการณ์ได้อย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. กลุ่มนักโทษที่ก่อเหตุประท้วง ได้ยอมสลายตัว โดยไม่มีเหตุรุนแรง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงตรึงกำลังอยู่ภายนอกเรือนจำ เพื่อป้องกันนักโทษก่อเหตุซ้ำ
"ราชทัณฑ์"รับปากชันสูตรศพนักโทษที่ช็อคตายคาคุก
ทางด้าน นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดสมุทรสาครก่อหวอดรวมตัวประท้วงผู้บัญชาการเรือนจำ เนื่องจากไม่พอใจเรือนจำที่ไม่รักษาพยาบาลนักโทษปล่อยให้เสียชีวิตในเรือนจำ ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเวลา 02.00 น .ของวันที่ 17 มี.ค. นช.สมชาย พิริยะศิริ ซึ่งเบื้องต้นสันนิษฐานว่ามีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจ ได้เกิดอาการช็อคหมดสติภายในเรือนนอน จากนั้นเพื่อนผู้ต้องขังได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ผู้คุมทราบและนำตัวส่งเข้าสถานพยาบาลอย่างเร่งด่วน แต่ไม่ปรากฎว่ามีอาการรุนแรง หลังปฐมพยาบาลเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ส่งตัวเข้าไปอยู่เรือนนอนตามเดิม กระทั่งผู้ต้องขังรายดังกล่าวมีอาการช็อคหมดสติไปอีกครั้งและเสียชีวิตในที่สุด สร้างความไม่พอใจให้กับเพื่อนผู้ต้องขังรายอื่น จึงได้รวบตัวกันภายในเรือนนอนเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับเพื่อนนักโทษ โดยผู้ต้องขังต้องการให้ทางเรือนจำอธิบายเหตุผลที่ไม่ยอมรักษาอาการป่วยของเพื่อนที่เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ล่าสุดผลการเจรจาเป็นที่เข้าใจกันและผู้ต้องขังทั้งหมดได้ยอมสลายตัวไปด้วยความสงบ โดยทางเรือนจำจะให้เจ้าหน้าที่เข้ามาชันสูตรศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตให้แน่ชัด
“ จากการสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เรือนจำระบุว่าไม่ทราบว่ามีผู้ต้องขังมีอาการป่วยมาก่อน ทำให้ไม่ได้ดูแลอย่างใกล้ชิดแต่แรก แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ทราบก็ส่งตัวไปดูอาการที่สถานพยาบาลภายในเรือนจำ แต่เนื่องจากผู้ต้องขังไม่ได้แสดงอาการรุนแรงทำให้ถูกส่งตัวกลับไปเรือนนอน กระทั่งต่อมาได้ช็อคหมดสติ ดังนั้นต้องรอการตรวจสอบด้วยการชันสูตรศพเพื่อให้ทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป โดยเบื้องต้นได้สั่งการให้ผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้วว่าเป็นเหตุสุดวิสัยหรือเกิดจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่” รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าว
นายกอบเกียรติ กล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนการดูแลผู้ต้องขังที่มีอาการป่วย โดยปกติในเรือนจำจะมีสถานพยาบาลให้การดูแลอยู่แล้ว โดยทุกสัปดาห์จะมีแพทย์เวียนมาตรวจอาการผู้ต้องขัง ซึ่งในกรณีที่ผู้ต้องขังเกิดมีอาการป่วยในช่วงกลางคืนหากไม่มีอาการรุนแรงก็ให้พักดูอาการที่สถานพยาบาลในเรือนจำ แต่หากมีอาการป่วยรุนแรงหัวหน้าเวรที่เข้าประจำการในช่วงเวลาดังกล่าวจะเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจในการส่งตัวออกไปรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลด้านนอกได้ ยืนยันว่าเรือนจำไม่ได้จำกัดสิทธิการรักษาผู้ต้องขังแม้จะเป็นช่วงเวลากลางคืนที่เสี่ยงต่อการรักษาความปลอดภัย
สำหรับผู้ต้องขังที่เสียชีวิตรายนี้ถูกจับกุมในคดียิงถล่มบ้านพักตำรวจในท้องที่สภ.สมุทรสาคร และเป็นผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างพิจารณาคดี อย่าไรก็ตามเรือนจำแห่งนี้มีผู้ต้องขังหลากหลายปรเภททั้งยาเสพติด และคดีทั่วไป ควบคุมผู้ต้องขังโทษไม่เกิน 15 ปี
..........................
(หมายเหตุ ภาพจากแฟ้มข่าว)



