
หลอก..นทท.ระวัง'บก.ปคบ.'จัดหนัก
หลอก..นักท่องเที่ยว ระวัง'บก.ปคบ.' จัดหนัก : สัมภาษณ์พิเศษ: พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล : โดย...พัฐอร พิจารณ์โสภณ
"ปัญหาการหลอกลวง เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว" นับเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่ต้องรีบแก้ไข เพราะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ยิ่งรัฐบาลตั้งเป้าทำรายได้จากการท่องเที่ยวให้ได้ปีละ 2 ล้านล้านบาท หลังจากเข้าสู่ประชาคมอาเซียนปี 2558 แต่ทุกวันนี้ปัญหานักท่องเที่ยวถูกหลอกลวง ฉ้อโกง ยังมีอยู่ พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ผบก.ปคบ.) จึงเปิดเกมรุกตั้ง "ศูนย์ปฏิบัติการการปราบปราม การหลอกลวง เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวและผู้บริโภค (เขตกรุงเทพมหานคร)" ขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหานี้โดยเฉพาะ
-ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวมักจะถูกหลอกลวงลักษณะใดบ้าง
มีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อทัวร์ ซื้อสินค้า การหลอกลวงชักชวนโฆษณาเกินจริง ซื้อคอนโด ซื้อสูท ซื้ออัญมณี อย่าง กลุ่มรถสามล้อ รถแท็กซี่จะออกอุบายชวนชาวต่างชาติที่มาเที่ยววัด ก็จะลวงว่า วันนี้วัดปิดซ่อมนะ แต่ชวนไปซื้อสินค้าที่ร้านของที่ระลึกที่รัฐบาลนั้นส่งเสริมอยู่แทน มีการอ้างว่าเป็นสินค้าคุณภาพดี มีการนัดแนะกับทางร้านไว้เรียบร้อยแล้ว แต่มักจะเป็นสินค้าที่แพงกว่าเกินกว่าที่ควรจะเป็น โดยรถที่ตามมาก็จะได้ค่านายหน้า หรือที่เรียกว่า "ค่าน้ำ" ตอบแทนจากเจ้าของร้าน ขณะที่ในพื้นที่พัทยาจะมีปัญหาเรื่องการเช่ารถ เช่าเรือ เช่าเจ็ตสกี ที่มีการให้เช่าเจ็ตสกีออกไปเล่น และประสบอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจริง หลังเกิดเหตุทางผู้ประกอบการเรียกเก็บค่าเสียหาย นอกจากนี้ก็มีที่พบเห็นอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นซื้อขายคอนโด มีการให้เราไกล่เกลี่ย การเช่าบ้าน อพาร์ตเมนต์ให้ดำเนินการไกล่เกลี่ยให้หลายรายแล้ว และที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวได้มาร้องเรียนในเรื่องต่างๆ เช่น เรื่องเกี่ยวกับผู้ประกอบการที่พัก ร้านเสื้อผ้า ธุรกิจท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ ธุรกิจอัญมณี และเครื่องประดับ การลักทรัพย์นักท่องเที่ยว รถรับจ้างสาธารณะ เป็นต้น
-จากปัญหาที่เกิดขึ้น จึงมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการการปราบปราม การหลอกลวง เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวและผู้บริโภค (เขตกรุงเทพมหานคร) ขึ้นมา ช่วยแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง
นักท่องเที่ยวถูกเอารัดเอาเปรียบกำลังเป็นปัญหาอย่างมาก ซึ่งปัญหานั้นมันมีเยอะขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ทำให้มีปัญหาต่อการทำรายได้เข้าประเทศในด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และตามนโยบายของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ในการประชุมบริการ ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 11/2556 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา ที่มีการกำชับให้ระดมกวาดล้างอาชญากรรมพื้นที่ท่องเที่ยวในเขตกรุงเทพมหานคร
บก.ปคบ.นั้น มีอำนาจหน้าที่ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคโดยตรง จึงมีการตั้ง "ศูนย์ปฏิบัติการการปราบปราม การหลอกลวง เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวและผู้บริโภค (เขตกรุงเทพมหานคร)" ขึ้นมา บูรณาการทำงานร่วมกันทุกหน่วยงานที่เกี่ยว้อง โดยจะเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2556 เพื่อให้นโยบายของรัฐบาลมีผลสำเร็จตามกรอบระยะเวลา จึงต้องรีบดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะการถูกเอารัดเอาเปรียบ หลอกลวงนักท่องเที่ยว และผู้บริโภคในด้านสินค้า บริหาร การผิดสัญญา และโฆษณาเกินจริง
-ศูนย์ปราบปรามการเอารัดเอาเปรียบฯนักท่องเที่ยวมีหน้าที่อย่างไรบ้าง
ศูนย์นี้จะช่วยแก้ไขนักท่องเที่ยวถูกเอารัดเอาเปรียบทุกอย่าง การหลอกลวงการซื้อสินค้า เราเน้นทุกเรื่องการหลอกลวงการซื้อทัวร์ ซื้อสินคาตัดเสื้อผ้า ซื้อคอนโด พาไปหลอกซื้อของ หลอกเที่ยว ซึ่งจะทำงานในมาตรการป้องกัน ปราบปรามและสืบสวน ร่วมกับสำนักงานแก้ไขปัญหาการหลอกลวงและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งมีระยะดำเนินการทดลองคือ 14 มีนาคม 2556-14 มิถุนายน 2556 ซึ่งจะมีการประเมินผลทุก 15 วัน
ทั้งนี้ ศูนย์แห่งแรกเกิดขึ้นที่เมืองพัทยา เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ส่วนแห่งที่สอง ตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ จะอยู่ ณ ที่ทำการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ถนนราชดำเนินนอก ลักษณะการทำงานของศูนย์จะเหมือนกันคือ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 15 นาย แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน 5 นาย ฝ่ายสอบสวน 5 นาย และฝ่ายปราบปราม ประจำการตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. รวมเวลา 12 ชั่วโมงต่อวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ
-ผลปฏิบัติการของศูนย์ที่พัทยา
มีนักท่องเที่ยวมาร้องเรียนในเรื่องต่างๆ เช่น เรื่องเกี่ยวกับผู้ประกอบการที่พัก ร้านเสื้อผ้า ธุรกิจท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ ธุรกิจอัญมณี และเครื่องประดับ การลักทรัพย์นักท่องเที่ยว รถรับจ้างสาธารณะ เป็นต้น ซึ่งผลการปฏิบัติระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์-6 มีนาคม 2556 ปัญหาที่พบอันดับหนึ่งจะเป็นเรื่อง "เจ็ตสกี" ที่มีการร้องเข้ามา 8 ราย นอกนั้นเป็นเรื่อง รถเช่า แท็บเล็ต อพาร์ตเมนต์ รวมแล้วประมาณ 11 ราย จากผลการไกล่เกลี่ย สามารถทำให้นักท่องเที่ยวไม่ต้องเสียเงินประมาณ 429,000 บาท
-ความสำคัญของศูนย์ปราบปรามการเอารัดเอาเปรียบฯนักท่องเที่ยว
เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการให้บริการท่องเที่ยวของผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวไม่ให้กระทำการละเมิดลิทธิผู้บริโภค เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของการท่องเที่ยวประเทศไทย เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการคุ้มครองผู้บริโภคแก่นักท่องเที่ยว เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบธุรกิจ ยังหวังว่าสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยว มีการแสดงราคาอัตราการให้บริการในทุกด้าน สินค้าที่นำมาจำหน่ายมีคุณภาพ ราคาที่เหมาะสมเป็นธรรม มีการซื้อ-ขายสินค้า หรืออสังหาริมทรัพย์มีการทำสัญญาที่ถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นธรรม และมีกระบวนการไกล่เกลี่ยกับผู้ประกอบการเพื่อคุ้มครองนักท่องเที่ยว เราพยายามที่จะให้นักท่องเที่ยวทราบในเรื่องนี้ โดยการทำคู่มือแจกนักท่องเที่ยวตอนลงเครื่องบินเลย เพื่อให้เขาทราบและอุ่นใจว่า ได้รับความเดือดร้อนสามารถแจ้งได้ที่ไหน ซึ่งนอกจากศูนย์ที่กรุงเทพฯและพัทยา ก็มีการศึกษาปัญหาการหลอกลวงผู้บริโภคตามแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่อาจจะตั้งศูนย์เพิ่มอย่าง ภูเก็ต ด้วยเช่นกัน
-อยากให้ฝากเตือนผู้ประกอบการที่คิดจะเอาเปรียบนักท่องเที่ยว
หลังจากนี้เราไม่ต้องออกไปทำความเข้าใจกับพวกเขาแล้ว เพราะสิ่งที่เขาทำนั้น เขาก็รู้ว่ามันผิดกฎหมาย จากนี้เราจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด จึงต้องมีการเร่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกวดขันสืบสวนจับกุม ใครทำผิดจับเลย จะทำให้พวกนี้หมดไปจากในสังคมปราศจากการเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบการทั้งหลาย
อยากให้ทุกคนค้าขายด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อย่าเห็นนักท่องเที่ยวเป็นหมูเป็นเหยื่อ และตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผู้ประกอบการที่ยังประพฤติเหมือนเดิม ยังเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายโดยเด็ดขาด ถ้าใครทำอยู่หรือคิดจะทำก็ขอให้หยุดการกระทำนั้นเสีย ถ้าไม่หยุดเราจะดำเนินตามกฎหมายโดยเฉียบขาด
.............................................
(หลอก..นักท่องเที่ยว ระวัง'บก.ปคบ.' จัดหนัก : สัมภาษณ์พิเศษ: พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล : โดย...พัฐอร พิจารณ์โสภณ)



