
'นายกฯ'ลงนามโผทหารกลางปีแล้ว
'นายกฯ'ลงนามไฟเขียวโผทหารกลางปีแล้ว 'วลิต'นั่ง'มทน.1'จ่อขึ้น'มทภ.1'ปลายปี ด้าน'สกล'ขึ้น มทภ.4 'น้องตู่'นั่งมทภ.3 ตามคาด ร่วมฉลองครบ1ปีสมาคมสตรีของ'เยาวเรศ'
15 มี.ค.56 เมื่อเวลา 16.20น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวสั้นๆถึงกรณีที่ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ลงนามในบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารกลางปีเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯหรือยัง โดยนายกฯ กล่าวเพียงว่า "เซ็นแล้วค่ะ" แล้วจากนั้นนายกฯก็แหวกวงล้อมผู้สื่อข่าวออกไปทันที
"วลิต"นั่ง"มทน.1"จ่อขึ้น"มทภ.1"ปลายปี
รายงานข่าวแจ้งว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ลงนามในบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารกลางปี 2556 แล้ว โดยมอบหมายให้ นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ประสานไปยังสำนักราชเลขาธิการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่อนำบัญชีปรับย้ายกราบบังคมทูลเกล้าฯ ต่อไป โดยบัญชีรายชื่อโยกย้ายปีนี้ ส่วนใหญ่เป็นการขยับนายพลในตำแหน่งหลักที่จะเกษียณอายุราชการในปลายเดือนก.ย.นี้ขึ้นมาได้อัตราพลเอกในตำแหน่งประจำ เช่น พล.ท.ชาญชัยณรงค์ ธนารุณ แม่ทัพภาคที่ 3 พล.ท. อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่4 พล.ท.ศุภรัตน์ พัฒนาวิสุทธิ์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.)พล.ท.ณัฐชัย ใบเงิน รองเสนาธิการทหาร เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบัญชีการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้มีตำแหน่งสำคัญประกอบด้วย พล.ท.สกล ชื่นตระกูล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก (ตท.13) ขยับเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา (ตท.15) แม่ทัพน้อยที่ 3 ซึ่งเป็นน้องชายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ขึ้นมาเป็นแม่ทัพภาคที่ 3 พล.ต.สาธิต พิธรัตน์ (ตท.16) รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นแม่ทัพน้อยที่ 3 พล.ต.พันธ์ศักดิ์ จันทร์ด้ง (ตท.14) รองแม่ทัพน้อยที่ 3 เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 3 ขณะที่พล.ท.วลิต โรจนภักดี (ตท.15) ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายส่งกำลังบำรุง (ผช.เสธ.ทบ.ฝกบ.) ซึ่งเป็นนายทหารที่มีบทบาทสำคัญในการนำกำลังทหารเข้ามากระชับพื้นที่การชุมนุมเสื้อแดงเมื่อปี 2553 และเคยพลาดหวังจากตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 ได้ข้ามกลับมาเป็น แม่ทัพน้อยที่ 1 เพื่อจ่อขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ในเดือนตุลาคมนี้
พล.ต.ศุภกร สงวนชาติศรไกร (ตท.15) จก.กบ.ทบ. ขยับขึ้นเป็น ผช.เสธ.ทบ.ฝกบ. พล.ท.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ (ตท.14) ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายกิจการพลเรือน (ผช.เสธ.ฝกร.) ขยับขึ้นเป็น รองเสนาธิการทหารบก พล.ท.สถิต แจ่มจำรัส แม่ทัพน้อยที่ 1 (ตท.14) เป็น ผช.เสธ.ทบ.ฝกร. พล.ต.เฉลิมชัย สิทธิสารท รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (รองผบ.นสศ.) ตท.16 เป็น ผบ.นสศ. พล.ต.ตุลา ประเสริฐสุข ผู้บัญชาการศูนย์สงครามพิเศษ (ตท.16)เป็น รอง ผบ.นสศ. พ.อ.ธนะศักดิ์ เก่งถนอมม้า รองผู้บัญชาการศูนย์สงครามพิเศษ (ตท.16)เป็น รองผู้บัญชาการศูนย์สงครามพิเศษ พล.ต.สมชาย ฤกษ์พิชัย(ตท.15) ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่(ผบ.พล.ป.) พล.ต.ศักดา สาลีพันธ์(ตท.13) ผบ.พล.ป.เป็นผู้ทรงคุณวุฒิทบ.(อัตราพลโท)พล.ต.สุรศักดิ์ บุญศิริ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.)เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิ ทบ. (อัตราพลโท)พ.อ.สมโภชน์ วังแก้ว รองผบ.พล.ม.2 รอ.(ตท.17) เป็น ผบ.พล.ม 2 รอ.
ร่วมฉลองครบ 1 ปีสมาคมสตรีของ "เยาวเรศ"
เมื่อเวลา 19.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานสถาปนาสมาคมสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติ ครบรอบ 1 ปี ภายใต้ชื่องาน “สมาคมสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติ ร่วมสานสายใยผ้าไทยเทิดพระเกียรติ” และมอบโลห์แก่ผู้สนับสนุน ซึ่งได้จัดกิจกรรมประกวดผ้าไทยชุด “ผ้าไหมไทย มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ” และแฟชั่นโชว์ผ้าไทยผ้าบาติกผลงานออกแบบโดย Mr. Milo Migliavacca ดีไซน์เนอร์ผ้าบาติกชื่อดังของอินโดนีเซีย
นอกจากนี้ ยังมีการแสดงนิทรรศการผ้าไทยจากมูลนิธิศูนย์ศิลปาชีพตัวอย่างผ้าชั้นนำที่ออกแบบและตัดเย็บโดยสมาชิกสมาคมจากทั่วประเทศหวังที่จะส่งเสริมสตรีให้หันมาใช้ผ้าไทยมากขึ้น ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังเป็นประธานมอบรางวัลแก้ผู้ชนะการประกวดผ้าไทยในงานครั้งนี้ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ สวมใส่ชุดราตรีที่ทำจากผ้าไหมไทยลูกไม้สีเหลืองเทา โดยมีสตรีที่มีชื่อเสียงในสังคมมาร่วมงาน อาทิ นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช ภริยาของนายเสริมศักดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนางเยาวเรศ ชินวัตร พี่สาวของนายกฯที่เดินทางมาพร้อมกับลูกสาว ในฐานะนายกสมาคมสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติ เจ้าของงานดังกล่าว โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เข้าทักทายสวมกอดกับนางเยาวเรศด้วยบรรยากาศชื่นมื่น
โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานท่ามกลางสตรีไทยและขอแสดงความยินดีที่ครบรอบวันสถาปนาครบ 1 ปี ซึ่งตั้งแต่รัฐบาลเริ่มเข้ามาบริหารประเทศก็กำหนดให้การพัฒนาสตรีเป็นนโยบายหลัก และเป็นนโบายเร่งด่วน เพราะถึงแม้สตรีจะเปรียบเสมือนหลังบ้านแต่ก็มีความสำคัญ และขณะนี้สตรีก็เริ่มมีบทบาทมากขึ้นทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ดังนั้นรัฐบาลจึงมีกองทุนบทบาทสตรีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต โอกาสและรายได้ให้ดีขึ้นเพื่อส่งเสริมสตรีต่อไป



