
'พีซีซี'ยื่นหนังสือวอนให้สร้างโรงพักต่อ
'พีซีซี'ยื่นหนังสือขอขยายสัญญา ยันจะสร้าง 396 โรงพักให้เสร็จ ชี้การเมืองกลั่นแกล้ง ด้าน'อดุลย์'ยืนยันไม่ต่อสัญญา
15 มี.ค.56 พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ที่ปรึกษาส่วนตัว นายพิบูลย์ อุดมสิทธิกุล ประธานกรรมการบริษัทพีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.เรื่องบันทึกข้อตกลงแนบท้ายสัญญาจ้างเพิ่มเติมของโครงการก่อสร้างงานอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน 396 หลัง ภายหลังจากที่ ตร.ได้มีมติให้ขยายสัญญาการก่อสร้างไปอีก 30 วัน
พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า หลังจากทาง ตร.มีความอนุเคราะห์ขยายเวลาการก่อสร้างให้บริษัท พีซีซีฯ อีก 30 วัน วันนี้จึงเดินทางมายื่นหนังสือข้อตกลงแนบท้ายสัญญาเพิ่มเติมอีก โดยมีสาระสำคัญ คือ เรื่องการจ้างช่วงต่อที่ในสัญญาเล่มเก่า ห้ามการจ้างช่วง แต่ในความเป็นจริงบริษัทเดียวไม่สามารถทำงานได้ ฉะนั้นจึงต้องมาทำข้อตกลงแนบท้ายสัญญาขอให้มีการจ้างช่วงได้ ซึ่งจะเป็นการจ้างช่วงเป็นงวดๆ ไป ทั้งนี้ขอยืนยันว่า ทางพีซีซีฯ มีศักยภาพเพียงพอที่จะก่อสร้างสถานีตำรวจให้เสร็จ ฉะนั้นอยากจะขอโอกาสกับทาง ตร.และทางบริษัทจะแสดงฝีมือให้ได้เห็น โดยส่วนตัวมองว่า พล.ต.อ.อดุลย์ จะให้ความเป็นธรรมกับพีซีซีฯ และเราจะใช้โอกาสนี้สร้างแฟลตตำรวจให้เสร็จทันตามสัญญา และจะก่อสร้างสถานีตำรวจ 396 แห่ง ให้เสร็จทันในห้วงที่ พล.ต.อ.อดุลย์ ดำรงตำแหน่งเป็น ผบ.ตร.
"เราอยากจะขอโอกาส โดย ผบ.ตร.มีอำนาจที่จะขยายสัญญาออกไปอีกได้ หากเราทำผิดสัญญาอีก ก็สามารถยกเลิกสัญญากับเราได้เลย หาก ตร.คิดจะไปมีการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ คงจะใช้เวลาอีกนานเป็นปี เพราะกว่าจะตกลงในส่วนต่างๆ ได้ ชาติหนึ่งก็คงไม่เสร็จ หรือช่วงเวลาที่ พล.ต.อ.อดุลย์ ดำรงตำแหน่งอยู่ ก็ยังคงไม่แล้วเสร็จหรอก แต่หากมีการยกเลิกสัญญา ก็คงต้องมีการดำเนินการข้อพิพาททางคดีกันต่อไป" พ.ต.ท.สันธนะ กล่าว
พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวต่อว่า ขอยืนยันว่าพีซีซีฯ ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองทั้ง 2 ฝ่ายเลย และไม่เคยมีใครเป็นพ่อตาของนักการเมืองอย่างที่ปรากฎเป็นข่าว รวมถึงการประมูลงานก็เป็นไปอย่างถูกต้อง โดยทางพีซีซีฯ ก็สู้ราคาตามปกติ แต่เนื่องด้วยเราเป็นบริษัททำธุรกิจก่อสร้าง และวัสดุการก่อสร้าง จึงทำให้มีต้นทุนการก่อสร้างดีกว่าที่อื่นๆ แต่กลับถูกฝ่ายการเมืองดึงมาโจมตีและกลั่นแกล้ง
"บริษัทพีซีซีฯ ทำธุรกิจก่อสร้างมาร่วม 30 กว่าปี และเคยรับงานของภาครัฐมาหลายโครงการ ยังไม่เคยต้องมาถูกกล่าวหาเช่นนี้ บริษัทเราไม่เคยมีนโยบายทำโครงการแลกกับผลประโยชน์ หรือเอากระดาษไปแลกเงินใดๆ อย่างแน่นอน ซึ่งที่ผ่านมาปัญหาไม่ได้อยู่ที่เนื้องาน แต่เป็นปัญหาของการเมืองที่เข้ามากลั่นแกล้ง โดยขณะนี้นายพิบูลย์ กำลังรวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหมดและจะมีการชี้แจงให้ทราบในเร็ววันนี้ ส่วนเงินค่าปรับวันละ 5.8 ล้านบาท ที่ต้องจ่ายให้กับ ตร.นั้น ทางพีซีซีฯ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เนื่องจากเป็นไปตามสัญญาอยู่แล้ว" พ.ต.ท.สันธนะ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหนังสือที่พีซีซีฯ นำมายื่นมีเนื้อหาขอเพิ่มบันทึกข้อตกลงแนบท้ายในสัญญาจ้าง เพื่อแก้ไขเพิ่มเติม 7 ข้อระบุว่า 1.ผู้ว่าจ้างตกลงขยายระยะเวลาก่อสร้างให้กับผู้รับจ้าง เป็นระยะเวลา (ตามสิทธิ์ของผู้รับจ้างที่ได้มีการสงวนสิทธิ์ไว้แล้ว) 2.ผู้ว่าจ้างยินยอมให้ผู้รับจ้างนำงานส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปทำการจ้างช่วงได้ โดยผู้รับจ้างตกลงยินยอมรับผิดชอบในการดำเนินการของผู้รับจ้างช่วงทุกประการ 3.ผู้ว่าจ้างตกลงแต่งตั้ง หรือปรับเปลี่ยน คณะกรรมการตรวจการจ้างที่มีความรู้ ความสามารถในการตรวจการจ้างและควบคุมงาน
4.ผู้ว่าจ้างตกลงเปลี่ยนแปลง แก้ไขข้อกำหนดที่ได้มีการกำหนดไว้ในรูปแบบรายการวัสดุผู้ว่าจ้างให้สามารถจัดซื้อ จัดหาวัสดุที่หาซื้อได้ตามร้านจำหน่ายวัสดุทั่วไป ที่ได้มีมาตรฐาน มอก.หรือเทียบเท่า 5.ผู้ว่าจ้างต้องกำหนดหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้องว่าด้วยการตรวจรับงานภายใน 3 วัน และเบิกจ่ายให้กับผู้รับจ้างภายใน 20 วัน นับจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับมอบงานแล้วเสร็จ 6.ผู้ว่าจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปตรวจรับงาน ที่พักและการควบคุมงานแต่เพียงฝ่ายเดียว 7.หากเกิดปัญหา หรืออุปสรรคของงานก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง คู่สัญญาอีกฝ่ายจะต้องให้ความร่วมมือแก้ไข ปัญหาให้ลุล่วง
"อดุลย์"ยืนยันไม่ต่อสัญญาพีซีซี
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีบริษัทพีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ส่งตัวแทนมายื่นหนังสือขอขยายเวลาและจ้างช่วงต่อว่า ยืนยันว่าไม่อนุมัติให้ขายเวลาและไม่ให้มีการจ้างช่วงต่อแน่นอน เมื่อครบ 30 วันยืนยันจะยกเลิกสัญญา ไม่มีการขยายสัญญาให้



