ข่าว

คุ้มมั้ย...เสี่ยงสวยด้วยไหมทอง

คุ้มมั้ย...เสี่ยงสวยด้วยไหมทอง

16 มี.ค. 2556

ฮอตอิชชู : คุ้มมั้ย...เสี่ยงสวยด้วยไหมทอง

 

                   เป็นข่าวคึกโครมบนหนังสือพิมพ์หน้า 1 เมื่อจู่ๆ ก็มีผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังออกโรงเตือนถึงอันตรายจากการร้อยไหมทองบนใบหน้า ว่าจะไม่สามารถเข้าเครื่องเอ็มอาร์ไอ (MRI) หรือการตรวจเอกซเรย์ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้ เนื่องจากทองเป็นโลหะ โดยเฉพาะการตรวจโรคเฉพาะทางสมองที่มีความละเอียดสูง ส่วนปัญหาที่ใบหน้าโดยตรงก็เป็นเรื่องของทองที่ร้อยเข้าไปจะถูกพังผืดยึดเอาไว้ หากดึงทองออกจะทำให้ผิวหน้าโดนดึงรั้งเข้าไปภายใน เกิดเป็นผิวบุ๋มที่ไม่น่ามอง และการยิงเลเซอร์อาจส่งผลให้เส้นไหมทองขาด หน้าผิดรูปแถมหย่อนคล้อยกว่าเดิมอีกด้วย ได้ยินแบบนี้คงทำเอาหลายคนหวาดผวาไม่น้อย

                   นักโภชนาการสาว “แยม” บุณยชา หอวงศ์รัตนะ ยอมรับว่า ได้ยินข่าวบ้างแต่ไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่เพราะส่วนตัวแม้จะสนใจเรื่องความสวยความงาม แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับการสวยด้วยเส้นไหม เพราะการร้อยเส้นไหมไปที่ใต้ผิวหนังเพื่อยกกระชับใบหน้า ฟังดูแล้วอันตรายเกินไป เนื่องจากใต้ผิวมีเส้นประสาทอยู่จำนวนมาก จึงเสี่ยงต่อความผิดพลาด ถ้าไม่ได้ทำจากผู้เชี่ยวชาญจริงๆ

                   “ยิ่งเป็นไหมทองคำ ราคาก็สูงมากคงต้องศึกษาให้ละเอียด อะไรที่ไม่ใช้อวัยวะ กระดูก กล้ามเนื้อ ถ้ามาอยู่ในร่างกายก็นับเป็นสิ่งแปลกปลอม มีความเสี่ยงที่จะแพ้หรือส่งผลเสียต่อเราในอนาคตได้เสมอ คนทำก็ต้องรู้ให้ครอบคลุมทั้งข้อดีและเสีย แต่สำหรับตัวเองคิดว่า ถ้าเป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้ใช้รูปร่างหน้าตาทำงานเหมือนดารา นักแสดง ก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเยอะแยะขนาดนี้ แค่ทาครีมบำรุง ทำทรีตเมนต์ กินอาหารดีๆ กินวิตามินเสริม ดูแลตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจอย่างสม่ำเสมอก็ดูดีได้ ถ้าอนาคตอยากแก้ไขริ้วรอยจริงๆ ก็อาจใช้การโบท็อกซ์เฉพาะจุดแทน ราคาย่อมเยากว่า ทั้งยังมีหมอคอยให้คำปรึกษาเยอะ” สาวนักโภชนาการให้ความเห็น

                   พูดได้เต็มปากว่าไม่เคยกลัวเรื่องศัลยกรรม แม้จะหมดเบี้ยสักเท่าไหร่ก็ยอมจ่ายหากทำให้สวยและสาวสมใจ สาวใหญ่วัย 70 กะรัต "ซูซี่" หทัยเทพ ธีระธาดา จึงไม่แยแสไปตามข่าวที่แพทย์ออกมาเตือน!! ด้วยก่อนจะตัดสินใจทำอะไรจะศึกษาอย่างละเอียด โดยเฉพาะนวัตกรรมรร้อยไหมทองที่ใบหน้า ความปลอดภัยต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ หากมีผลข้างเคียงหรืออันตรายถึงชีวิต ได้ไม่คุ้มเสียแน่นอน

                   "โทรปรึกษาคุณหมอเมืองนอกที่สนิทกัน เพราะ ไหมทองแต่ละเส้นแพงมาก ตัวเองร้อยไปประมาณ 25 เส้น หมดไปราว 6 ล้านบาท ทำที่เมืองไทยแต่เป็นคุณหมอต่างประเทศที่เป็นรุ่นบุกเบิกเรื่องนี้ก็เลยมั่นใจทำทั้งหน้า แต่บางส่วนคุณหมอก็ไม่ร้อยให้เพราะเสี่ยงได้รับอันตราย ผ่านมา 3-4 ปีแล้ว ก็เคยลองเอกซเรย์ดูปรากฏว่าออกมาเป็นหน้ากากทองเลย เวลาไปต่างประเทศผ่านเครื่องสแกนก็ดังนะ ต้องคอยอธิบายว่าเราร้อยไหมทองมา ส่วนผลข้างเคียงเป็นคนที่เช็กสุขภาพทุกปี เครื่องเอ็มอาร์ไอก็เข้าได้ไม่มีปัญหา หรือเวลาไปยิงเลเซอร์หน้าก็ไม่กลัวว่าไหมจะขาด อย่าเชื่อที่ดิฉันพูดให้เชื่อวิจารณญาณตัวเองและปรึกษาผู้รู้ดีที่สุด" สาวสังคมมากประสบการณ์ เผย

                   เป็นที่รู้กันว่าหนุ่มๆ ส่วนใหญ่ มักจะไม่ค่อยใส่ใจกับเรื่องริ้วรอย และความหย่อนคล้อยสักเท่าไร ดังนั้นเรื่องการร้อยไหมทองเพื่อความตึงบนใบหน้า จึงไม่เคยอยู่ในความคิดของ "คุณปุ๊ม" ม.ล.ภูมิใจ ชุมพล ในทางกลับกัน หากเป็นผู้หญิงเรื่องของความสวยงามเป็นเรื่องใหญ่ ที่จะต้องรักษาความงามให้อยู่กับตัวเองได้นานที่สุด

                   "ฟังข่าวแล้วก็ตกใจ เพราะไม่คิดว่าความสวยงาม จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเราได้ คงต้องบอกว่าก่อนที่จะทำต้องศึกษาหาข้อมูลให้ครบถ้วน ดูด้วยว่ามีผลกระทบอะไรกับร่างกายของเรา เชื่อว่าหลายๆ คนที่อยากจะร้อยไหมทอง คงไม่ได้คิดถึงว่าจะทำเลเซอร์ไม่ได้ หรือหากเกิดเจ็บป่วยจะไม่สามารถเข้าเครื่องเอ็มอาร์ไอได้ ถ้ารู้ว่าทำแล้วจะมีผลระยะยาวต่อสุขภาพแบบนั้น ส่วนตัวไม่เห็นด้วย เพราะกฎของการมีสุขภาพร่างกายมนุษย์ คือ ถ้าทำอะไรแล้วบั่นทอนสุขภาพก็ไม่ควรทำ" คุณปุ๊ม ให้ความเห็น

                   มาฟังผู้ให้บริการกันบ้าง วสินธ์ ศิริรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีเอ็นเอ คลินิก เวชกรรม จำกัด เปิดใจว่า หลังจากมีข่าวออกมา มีลูกค้าโทรมาถามข่าวคราวบ้าง แต่ก็ไม่ได้แสดงความกลัวแต่อย่างใด ตรงกันข้ามลูกค้ากลับออกมาปกป้องเราด้วยซ้ำ ซึ่งต้องบอกว่าดีใจมาก เพราะการจะใช้บริการตรงนี้รู้กันอยู่แล้วว่าค่าบริการค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นก่อนตัดสินใจลูกค้าก็ต้องศึกษาข้อมูลมาอย่างดีแล้ว

                   "มาตรฐานการแพทย์ของทางยุโรปหรืออเมริกาสูงมาก ก่อนจะออกมาให้บริการตรงนี้ทุกอย่างต้องถูกทดสอบนับครั้งไม่ถ้วน อย่างการร้อยเส้นไหมทองที่เราได้ลิขสิทธิ์มาอย่างถูกต้อง ก็ผ่านการตรวจสอบในเมืองนอกมาอย่างดีแล้วเช่นกัน ที่จริงในต่างประเทศเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เขานำทองมาใช้ในกระบวนการรักษาในร่างกาย10 กว่าปีแล้ว เรียกว่าเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ และต่อมามีการนำมาทำประโยชน์กับหน้า แล้วเมื่อทองเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ ทำไมจะเข้าเครื่องเอ็มอาร์ไอไม่ได้ เรามีลูกค้าซึ่งเป็นคนมีชื่อเสียงในสังคมกว่า 500 คน ยังไม่เคยเกิดปัญหาที่รุนแรง ลูกค้าบางคนเข้ารับการตรวจด้วยเครื่องเอ็มอาร์ไอทุกปีก็ปกติดี อยากจะฝากบอกถึงคนที่ออกมาให้ข่าวว่าให้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนจะออกมาพูดแบบนี้ ทางคนให้ข่าวเองก็มีคลินิกความงามเช่นกัน อยากให้เคารพการทำงานของเราด้วย เพราะข่าวที่ออกมาก็เป็นเพียงการเตือนเท่านั้น ยังไม่ได้มีกรณีเกิดขึ้นจริง พูดแบบนี้ถึงจะไม่ได้ระบุชื่อ แต่ก็เข้าใจได้ว่าเป็นเราเต็มๆ เพราะเราเป็นเจ้าเดียวในประเทศไทย" ผู้ประกอบการ แจกแจง

                   คุ้มไม่คุ้มหากเสี่ยงสวยด้วยไหมทองตามเทรนด์ นพ.กมล วัฒนไกร เลขาธิการสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย อธิบายว่า นวัตกรรมร้อยไหมเพื่อยกกระชับใบหน้ามีมานานแล้ว โดยใช้วัสดุ 2 ประเภท คือ "ไหมละลาย" และ "ไหมทอง" ถ้าเป็นไหมละลายมีคุณสมบัติเหมือนไหมเย็บแผลทั่วไป จะละลายไปตามเวลา ในแง่ความปลอดภัยจึงปลอดภัยถือว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนไหมทองแรกเริ่มใช้ทองคำบริสุทธิ์จริงๆ นำมาร้อย โดยหลักการแล้วทั้งสองประเภทเป็นการกระตุ้นใบหน้า แต่ไหมทองมีภาษีดีกว่าตรงที่อยู่ได้นานกว่า

                   "จริงๆ ไหมสองประเภทมีผลในการกระตุ้นใบหน้า อาจทำให้หน้าเรียวเป็นรูปตัววี ซึ่งก็ได้ผลระดับหนึ่ง แต่การโฆษณาที่มากไปแล้วยังบอกว่าสามารถทำส่วนๆ อื่นของร่างกายได้ด้วยอันนี้น่าห่วง เพราะหลักการคือสอดไว้ใต้ผิวหนังเฉยๆ ไม่ได้เกี่ยวอะไรไว้ ลองคิดว่าจะยกหน้าได้อย่างไร ที่เห็นว่ารูปหน้าเปลี่ยนไปอาจเพราะตัวไหมเกิดปฏิกิริยา มีเซลล์บางตัวไปทำละลายไหมจนเกิดการอักเสบและบวมแดงนิดหน่อยหน้าจึงกระชับ ใสเพียงชั่วคราว ปัจจัยถัดมาคือเกิดการบวมโดยตรงเมื่อสอดไหมเข้าไปแล้วมีเลือดออกก็เลยทำให้ดูเป็นถูกยกกระชับ พอหายบวมหน้าก็กลับมาเหมือนเดิม แต่คนไข้จำหน้าตัวเองไม่ได้ก็นึกว่าหน้าดีขึ้น ซึ่งการร้อยไหมทองไม่ได้บอกว่าไม่ได้ผลเลย แต่อยู่ได้ถึง 10 ปีมันเป็นไปไม่ได้ คือไม่ได้ดีไปกว่าฉีดฟิลเลอร์ หรือใช้เลเซอร์เลย

                   การร้อยไหมที่ได้ผลต้องเกาะเกี่ยว ต้องมีจุดยึดที่แข็งแรง ต้องผ่าตัดเกี่ยวเข้าไปถึงจะยกกระชับได้ แต่ว่าขั้นตอนเยอะจึงใช้วิธีแค่สอดเข็มร้อยไหมเท่านั้น เพราะฉะนั้นเรื่องความคุ้มค่าของไหมทองจึงมีน้อยเพราะไม่ได้เกาะเกี่ยวอะไรเลย ให้ผลเต็มที่ 6 เดือน ส่วนเรื่องความปลอดภัยถือว่าโอเค โดนเลเซอร์แล้วคงไม่ขาดง่ายๆ ถ้าจะขาดน่าจะเกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายกับทองมากกว่า ขณะที่การเข้าเครื่องเอ็มอาร์ไอก็อาจมีผลบ้างแต่ไม่มาก และถ้าใครเปลี่ยนใจคิดจะเอาไหมออก ถ้าหน้ายังปกติก็อย่าเอาออกเลย ยากมาก ไว้ให้มีปัญหาก่อนดีกว่า ส่วนคนที่คิดจะไปทำไม่แนะนำให้ทำเลย ไม่ว่าไหมละลายหรือไหมทอง และอยากให้ศัลยแพทย์บอกคนไข้ให้ชัดว่าถึงสรรพคุณจริงๆ  คุ้มไหมหากต้องจ่ายเงินแพงๆ"

                   คงปฏิเสธไม่ได้ว่าความสวยความหล่อทำให้คนมั่นใจมากขึ้น หลายคนจึงให้เหตุผลในการทำศัลยกรรมว่าเป็นเสมือนจุดเริ่มต้นในการเริ่มชีวิตดีๆ ดังนั้นหากให้ดีจริง เห็นทีต้องศึกษาข้อมูลและประมาณงบให้พอเหมาะ จะได้หน้าตาดีแบบได้กำไรและมีความสุขไปพร้อมกัน