ข่าว

'อุเทนถวาย'ยื่นหนังสือ'รมว.ศธ.'ทวงคืนที่ดิน

'อุเทนถวาย'ยื่นหนังสือ'รมว.ศธ.'ทวงคืนที่ดิน

15 มี.ค. 2556

'ศิษย์อุเทนถวาย' บุกยื่นหนังสือเปิดผนึก 'รมว.ศธ.' เรียกร้องขอที่ดินคืนจากจุฬาฯ ยันชุมนุมอย่างสงบ

 

                     15 มี.ค.56 ที่บริเวณมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย กลุ่มศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน ได้ทยอยรวมตัวภายในอุเทนถวาย โดยส่วนใหญ่นัดหมายใส่เสื้อที่มีการสกรีนคำว่า “ทวงกรรมสิทธิ์ที่ดินพระพระราชทานอุเทนถวาย” และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน หรือกองร้อยน้ำหวาน ประมาณ 30 คน ตั้งจุดตรวจค้นอาวุธ และตรวจคนเข้าออก ซึ่งพบว่า มีผู้ร่วมชุมนุมบางส่วนพกอาวุธมีดเข้ามา แต่เจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้ นอกจากนั้น ประมาณ 10.00 น. มีมอเตอร์ไซต์ พยายามขับเข้าไปภายในอุเทนถวาย แต่เมื่อพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยตรวจค้นอยู่ ก็ได้ขับรถหนีไปด้วยความรวดเร็ว ขณะที่ภายในสถาบันมีการเปิดลงทะเบียนรวมรายชื่อกลุ่มศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันที่มาร่วมคัดค้าน และมีการแจกผ้าพันคอสีน้ำเงินที่แสดงเป็นสัญลักษณ์ ให้กับศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันทุกคนที่เข้าร่วม มีสกรีนใจความว่า “ขอคัดค้านการย้ายอุเทนถวาย โรงเรียนช่างก่อสร้างแห่งแรกของประเทศออกจากทุ่งพญาไท เราอยู่ที่นี่ตั้งแต่ปีพ.ศ.2475 จนถึงปัจจุบัน”

                     ผศ.สืบพงษ์ ม่วงชู รองอธิการ มทร.ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย กล่าวว่าการรวมตัวของศิษย์เก่าอุเทนถวายวันนี้ ตนได้พูดคุยกับเหล่าศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันแล้วว่าขอให้เป็นการชุมนุมอย่างสงบ และเป็นไปเพื่อแสดงจุดยืนที่จะขออยู่ที่เดิมต่อไป เพราะอยู่กันมานานจนเป็นความผูกพันธ์ ซึ่งทางจุฬาฯ มีที่ดินมากมายเป็น100ไร่ พื้นที่ของอุเทนถวาย เพียง 21 ไร่ เพื่อให้อุเทนถวายได้จัดการเรียนการสอนก็ไม่น่าจะมีปัญหา ซึ่งทางอุเทนถวายจะขอเช่าพื้นที่ต่อจากจุฬาฯ อย่างไรก็ตามในส่วนของการชุมนุมแสดงจุดยืนของศิษย์เก่าอุเทนถวายวันนี้จะไม่ยืดเยื้อ และไม่สร้างความวุ่นวายแน่นอน หากเกิดความวุ่นวาย ตนก็มั่นใจว่าจะไม่ใช้นักศึกษาอุเทนถวาอย่างแน่นอน เพราะได้มีการพูดคุยกันแล้ว ให้มีการชุมนุมอยู่ในความสงบ

                     ต่อมาเวลา 11.30 น. ที่อาคาร 7 อุเทนถวาย ตัวแทนนักศึกษากลุ่มคณะพิทักษ์เพื่อการศึกษาอุเทนถวาย (คปส.) ชี้แจงกำหนดการเดินขบวนเพื่อเรียกร้องการทวงคืนที่ดินอุเทนฯ จากจุฬาฯต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและสื่อมวลชน โดยระบุว่า ในเวลา 12.00 น. จะนัดรวมตัวนักศึกษาภายในอุเทนถวาย และเวลา 12.30 น.เคลื่อนขบวนไปยังสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ เพื่อยื่นหนังสือเปิดผนึกชี้แจงข้อเรียกร้องของกลุ่มนักศึกษาอุเทนฯ ก่อนที่จะเดินย้อนกลับมาหน้าตึกจามจุรี 2 โดยใช้เส้นทางถนนปทุมวัน และจะใช้พื้นที่ตรงเกาะกลางถนน เพื่อจัดกิจกรรมการแสดงละครช่วงบ่าย และขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานผู้บริหารจุฬาฯ รับหนังสือเปิดผนึกชี้แจงข้อเรียกร้องของกลุ่มนักศึกษาอุเทนฯ พร้อมทั้งยืนยันว่าจะปิดถนนเพียงเลนเดียว และจะควบคุมความเรียบร้อยในการชุมนุม เพื่อไม่ให้สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น ซึ่งคาดการณ์ผู้เข้าร่วมชุมนุมครั้งนี้ประมาณ 3,000-4,000 คน และจะสลายการชุมนุมภายในเวลา 17.00 น.

                     "ผมก็ไม่อยากได้ยินเสียงสาปแช่งจากประชาชน ดังนั้นจะคอยดูแลไม่ให้เกิดความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านละแวกนี้ พร้อมกันนี้ คปส.ได้จัดหน่วยสวัสดิภาพรักษาความปลอดภัย จำนวน 100 คน ถ่ายวิดิโอป้องกันมือที่สาม และกำชับนักศึกษาว่าไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง" ตัวแทน คปส. กล่าว

                     พ.ต.อ.พรชัย ไทยแท้ รองผู้บังคับการการตำรวจนครบาล 6 กล่าวว่า ตนขอขอบคุณนักศึกษาอุเทนถวายที่กำหนดเส้นทาง และให้คำสัญญาว่าจะไม่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ซึ่งตรงกับจุดมุ่งหมายเดียวกับตำรวจ อย่างไรก็ตาม ตนได้ขอความร่วมมือนักศึกษาให้ลดเวลาการชุมนุมลง โดยอยากให้เสร็จสิ้นทั้งหมดก่อนเวลา 16.00 น. เพื่อป้องกันปัญหาจราจร ซึ่งทางนักศึกษาได้รับปากจะไปหารือกันอีกครั้ง

                     จากนั้นเวลา 12.00 น.ที่อาคารจามจุรี 3 ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร จุฬาฯ เปิดแถลงข่าวว่าทางมหาวิทยาลัยมีความกังวลใจ และมีความห่วงใจในสวัสดิภาพของนิสิต 40,000 คน และบุคลากรของมหาวิทยาลัย ประมาณ 8,000 คน แต่จุฬาฯจะไม่ปิดทำการจนกว่าจะได้รับการยืนยันถึงสถานการณ์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยต้องให้บริการประชาชน และจะไม่หยุดให้เพราะจะกระทบต่อคนส่วนใหญ่ ซึ่งทางจุฬาฯ ไม่สามารถทำได้ ขณะเดียวกันเชื่อว่าแนวทางในการแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าว ต้องมีการเจรจาทั้ง 3 ฝ่ายทั้งกระทรวงศึกษาการ (ศธ.) จุฬาฯ และอุเทนถวาย โดยเชื่อว่าหากอุเทนถวายมีที่มีทางที่ดีกว่าเดิม และใกล้กับภาคอุตสาหกรรม ทางอุเทนถวายยินดีขยับขยายและถ้าทางศธ.เข้ามาช่วยดำเนินการในส่วนนี้ก็จะมีความง่ายขึ้น

                     อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวต่อว่าในช่วงเช้านายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้โทรศัพท์เข้ามาแสดงความห่วงใยโดยคิดว่าทางแก้ปัญหาในเรื่องนี้ คือการเจรจาเท่านั้น ส่วนข้อเสนอของทางอุเทนถวายว่าจะเช่าที่ เพื่อให้อุเทนถวายได้อยู่ที่เดิม คงต้องมีการเจรจากัน ทั้งนี้ทางจุฬาฯ ยืนยัน และเคยบอกตลอดเวลา ว่า ไม่ได้ให้อุเทนถวายย้ายออกทันที เรามองอุเทนถวายด้วยความเห็นใจ ขณะเดียวกัน คณะรัฐมนตรีเคยมีมติไปแล้วว่าจะหาสถานที่ที่เหมาะสมให้กับอุเทนถวาย ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้รมว.ศธ.คงจะเชิญทั้ง 3 ฝ่ายจะมาพูดคุยกันเป็นทางการ

                     ส่วนกรณีที่ต่างฝ่ายต่างเห็นว่าสชตนเองมีกรรมสิทธิ์ในการถือครองที่ดิน ใครจะเป็นผู้ชี้ขาด ศ.นพ.ภิรมย์ กล่าวว่าเรื่องประวัติศาสตร์เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และใครก็มีสิทธิที่จะใช้ข้อความตอนหนึ่งตอนใดมาเป็นประวัติศาสตร์ได้ ทั้งนี้ การ พิจารณาของคระกรรมการพิจารณาชี้ขาดการยุติการดำเนินคดีแพ่งของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือ กยพ.ก็ได้ใช้เวลาในการพิจารณาเรื่องดังกล่าว เป็นเวลา 2 ปี ซึ่งเป็นเวลาพอสมควร น่าจะเป็นการพิจารณาอย่างรอบด้านแล้ว และเท่ากับว่ามีคนกลางเข้ามาร่วมตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวแล้ว ส่วนที่นักศึกษาอุเทนถวายจะมายื่นหนังสือเปิดผนึกนั้น ตนได้มอบหมายให้รองอธิการบดี เป็นผู้รับหนังสือแทนเนื่องจากตนติดประชุม

                     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในช่วงสาย เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. มีศิษย์เก่าเริ่มทยอยเดินทางเข้ามาในสถาบัน โดยส่วนใหญ่นัดหมายนัดใส่เสื้อที่มีการสกรีนคำว่า “ทวงกรรมสิทธิ์ที่ดินพระพระราชทานอุเทนถวาย” ขณะที่บริเวณทางเข้าสถาบันมีการจัดกำลังตำรวจนครบาล กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน หรือกองร้อยน้ำหวาน ประมาณ 30 คน ตั้งจุดตรวจค้นอาวุธ โดยมีการตรวจค้นอย่างละเอียดทั้งตัวบุคคลและรถยนต์ที่เข้าไปภายใน

 

'ปลัดกทม.' สั่งหาพื้นที่เช่า-สร้างสนง.เขตใหม่ หลังจุฬาฯขอคืนพื้นที่

 

                     นางนินนาท ชลิตานนท์ ปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะขอคืนที่ดินหน่วยงานราชการในสังกัดกทม.รวม 4 แห่ง ประกอบด้วย สำนักงานเขตปทุมวัน ศูนย์บริการสาธารณสุข สถานีดับเพลิง และโรงเรียนปทุมวัน ว่า ที่ผ่านมากทม.เคยมีการหารือกับจุฬาฯ ซึ่งกทม.ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ยินดีจะให้ที่คืนพื้นที่ให้ทั้งหมด แต่ทางสำนักงานเขตปทุมวันได้แจ้งกลับมาว่ากลุ่มผู้ปกครองของนักเรียนไม่ยอม จะขอให้กทม.ช่วยเจรจากับเจ้าของที่ ซึ่งจุฬาฯก็ไม่ได้ขัดข้องกัน แต่เมื่อจุฬาฯ พัฒนาพื้นที่แล้วเสร็จก็จะมอบพื้นที่ให้กทม.จำนวน 2.5 ไร่ แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะอยู่ในจุดใด

                     นางนินนาท กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันเมื่อทางจุฬาฯมอบพื้นที่ 2.5 ไร่ ก็จะให้กทม.รวบรวมหน่วยงานราชการทั้ง 4 เข้าอยู่ด้วยกัน แต่ส่วนตัวเห็นว่าจะมีความเห็นว่าจะหนาแน่นเกินไป จึงขอให้เขตปทุมวันไปสำรวจหาพื้นที่สร้างอาคารชั่วคราว โดยเบื้องต้นจะใช้พื้นที่ใกล้กับสวนลุมพินี แต่จะต้องมาศึกษารายละเอียดงบประมาณค่าเช่า และการก่อสร้างก่อนตัดสินใจอีกครั้ง นอกจากนี้ในส่วนของโรงเรียนปทุมวันในอนาคตจะค่อยๆ แก้ไขปัญหาได้ โดยเหตุผลส่วนใหญ่ที่ผู้ปกครองไม่ยอมเนื่องจากอาศัยแถวนั้น แต่ในเร็วๆนี้ที่จุฬาฯจะขอคืนพื้นที่ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้ต้องย้ายส่งลูกไปเรียนที่อื่นก่อน ซึ่งกทม.ก็ได้เตรียมสถานศึกษาในสังกัดไว้รองรับหากเกิดการเปลี่ยนแปลงไว้แล้ว

                     ปลัดกทม. กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามในส่วนพื้นที่ 2.5 ไร่ ที่จุฬาฯ จะมอบให้มาเพื่อสร้างเป็นศูนย์ราชการ ตนได้สั่งการให้สำนัการโยธาได้ออกแบบ โดยแบ่งเป็น 2 แนวทาง 1.รวม 4 หน่วยงานไว้ในที่เดียวกัน และ2.รวมเพียง 3 หน่วยงาน ประกอบด้วยสถานีดับเพลิง ศูนย์บริการสาธารณสุข และโรงเรียน ส่วนสำนักงานเขตปทุมวันให้ไปหาอาคารเช่า หรือสร้างสถานที่ใหม่ทดแทน เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ว่าสามารถทำได้มากน้อยเพียงใด ก่อนจะเสนอกลับมาให้ผู้บริหารพิจารณาอีกครั้ง