
'ปชป.'ชี้ดันนิรโทษฯจุดชนวนขัดแย้ง
'ชวนนท์' ชี้ 'พท.' เดินหน้าดันพรบ.นิรโทษฯจุดชนวนสังคมขัดแย้ง จวกปัญหาภัยแล้งสะท้อนรัฐบริหารเงินกู้ 3.5 แสนล้านห่วย จี้ยกเลิก 'จำนำข้าว' หวั่นปท.เสียหายยับ
15 มี.ค.56 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ 42 ส.ส.พรรคเพื่อไทย เตรียมเลื่อนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมขึ้นมาพิจารณาก่อนหากมีการบรรจุในวาระการประชุมสภาว่า เป็นจุดที่จะสร้างความขัดแย้งและความรุนแรงในสังคมอีกครั้ง ซึ่งคนที่เป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติอย่างนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ควรไตร่ตรองและมีวิจารณญาณว่าเรื่องใดเป็นเรื่องเร่งด่วนของสังคม และเรื่องใดจะสร้างความขัดแย้ง ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แม้จะอ้างว่าเป็นเรื่องของสภาแต่นายกฯต้องแสดงออกว่า เห็นอย่างไรกับการออกกฎหมายนิรโทษกรรม แต่สิ่งที่ตนอยากย้ำกรณีที่มีการอ้างประชาชนเพื่อออกกฎหมายล้างผิด ทั้งที่เป้าประสงค์ไม่ได้อยู่ที่ประชาชนที่ถูกจำคุก แต่เป็นเรื่องแกนนำที่อยู่นอกคุกที่ต้องการให้ล้างผิด นิรโทษกรรม เป็นเพราะความจริงใกล้ปรากฏ เช่น เรื่องการไต่สวน 6 ศพวัดปทุมวนาราม ที่พยานทุกปากเห็นชายชุดดำติดอาวุธ และมีการยิงตอบโต้ทหาร และอีกหลายๆเรื่อง
นายชวนนท์ กล่าวว่า นอกจากนี้ผลสรุปคณะอนุกรรมการติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามความคืบหน้าทางคดีการเสียชีวิตในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ที่มีนายสมชาย แสวงการ สว.สรรหา เป็นประธาน ก็ระบุว่าไม่มีประชาชนถูกจำคุกเป็นพันคนตามที่มีการกล่าวอ้างแต่มีเพียง 32 คน อยู่ในเรือนจำบางเขน 17 คน กลุ่มที่สองผู้ต้องหากระทำผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 จำนวน 6 ราย และคดีอื่นๆ 11 คน เท่ากับคนติดคุกมีจำนวนน้อยกว่าคนที่ลงชื่อออกกฎหมายนิรโทษกรรมที่มี 42 คน ซึ่งการผลักดันกฎหมายมุ่งช่วยคนที่อยู่นอกคุกให้พ้นผิดมากกว่า จึงอยากให้เลิกตบตาประชาชน และเห็นว่าการให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าเพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏจะเป็นผลดีต่อสังคม
เผยภัยแล้งสะท้อนรัฐบริหารเงินกู้ 3.5 แสนล้านห่วย
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปัญหาภัยแล้งในขณะนี้ว่า สะท้อนถึงการบริหารเงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท ล้มเหลว ที่ออกเป็นพระราชกำหนด แต่ผ่านมาปีกับสามเดือนแล้วเงินกู้ดังกล่าวไม่ได้ถูกนำไปใช้ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำแล้งให้กับประชาชนในประเทศเลย มีการเบิกจ่ายและใช้ไม่ถึงร้อยละ 5 ของเงินทั้งหมด เพราะอยู่ในระหว่างการหาประโยชน์ให้ได้สูงสุดจากงบก้อนใหญ่ของนักการเมือง และรัฐบาลเพื่อไทยไม่สนใจประชาชนโดยเฉพาะคนจนในภาคอีสานที่เป็นฐานเสียงหลัก และสิ่งที่ยืนยันในเรื่องนี้คือคำพูดที่เปิดเผยตัวตนของนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ที่ให้คนอีสานก้มหน้ากัดฟันรอน้ำฝน เพราะเชื่อว่าภัยแล้งไม่ทำให้ถึงกับตาย นอกจากนี้นายปลอดประสพยังเคยพูดด้วยว่าน้ำท่วมเป็นน้ำนอง และยังมีการเก็บเงิน 3.5 แสนล้าน ไว้รอกการประมูลที่นักการเมืองจะได้ประโยชน์ เป็นความอำมหิตของนักการเมืองในซีกรัฐบาลชุดนี้ จึงขอให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาโดยหวังว่าจะไม่มีแนวความคิดแบบนายปลอดประสพ ดังนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจะต้องรีบนำงบประมาณไปแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน
'ปชป.' จี้ยกเลิกโครงการรับจำนำข้าว
นายชวนนท์ กล่าวถึงปัญหาโครงการจำนำข้าวว่า เป็นโครงการที่รัฐบาลเกินที่จะควบคุมและไม่สามารถที่จะดูแลปัญหาโครงการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ได้ เห็นได้สะท้อนจากคำพูดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ที่ไม่ทราบว่าข้าวในสต๊อคมีเท่าไหร่ ระบายแล้วเท่าไหร่และ ไม่ทราบว่าจะมีเงินทำโครงการนาปรังหรือนาปีหรือไม่ สะท้อนว่าเป็นโครงการที่รัฐบาลทำแบบไปตายเอาดาบหน้า และจะสร้างความเสียหายของการส่งออกข้าว ตลาดข้าวของไทย นอกจากโครงการจำนำข้าวที่จะสร้างความเสียหายแล้วยังส่งผลไปยังโครงการหรือผลผลิตทางการเกษตรอื่นด้วย สิ่งที่อาจจะเกิดคือหากมีการขายข้าวแบบทุ่มตลาด อาจขัดต่อมติองค์การการค้าโลก หรือ WTO ซึ่งจะทำให้ไทยถูกมาตรการกีดกันทางการค้าจากประเทศอื่น ส่งผลกระทบต่อผลผลิตการเกษตรอื่นที่ประเทศไทยส่งออก
นอกจากนี้ยังพบว่าปัญหาโครงการจำนำข้าวจะกระทบต่อการช่วยเหลือเกษตรกรส่วนอื่นด้วย เช่น โครงการแทรกแซงยางพาราที่กำหนดวงเงินไว้ 3 หมื่นล้านบาท กำลังจะถูกโครงการจำนำข้าวดูดเงินไปโปะเพื่อให้เพียงพอต่อการรับจำนำข้าว ตรงนี้คือสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีความรอบคอบ บริหารประเทศแบบมือสมัครเล่น ซึ่งพรรคไม่เห็นด้วยกับการนำเงินที่ดูแลเสถียรภาพยางพาราหรือโครงการอื่นไปละลายแม่น้ำกับโครงการจำนำข้าวเพื่อปิดความล้มเหลว จึงขอให้รัฐบาลหยุดสร้างความเสียหายเพิ่มเติมจากโครงการอัปยศนี้ได้แล้ว



