
ซูจีพบผู้ประท้วงเหมืองถ่านหินเจอโห่ไล่
นางอองซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านพม่าเจอเสียงโห่ไล่อย่างที่แทบไม่เคยเห็นมาก่อน ตอนไปพบผู้ประท้วงต่อต้านเหมืองทองแดง
วันที่ 15 มี.ค.56 นางซูจี เดินทางไปเยี่ยม 4 หมู่บ้านใกล้เมืองโมนยะวา ในเขตสะกายเมื่อวานเพื่อทำความชี้แจงกับผู้ประท้วงที่ต่อต้านเหมืองทองแดง เล็ทปาดอง และเจ้าหน้าที่เหมืองเกี่ยวกับรายงานสรุปการสอบสวนการดำเนินงานของเหมืองและเหตุสลายผู้ประท้วงในเหมืองที่มีผู้บาดเจ็บราว 30 คนเมื่อเดือนพ.ย. ซึ่งเธอมีส่วนร่วมเป็นคณะกรรมการสอบสวน
แต่ผู้ประท้วงหลายคนจากกว่า 700 คนที่ยืนตลอดสองข้างทางขณะรถของเธอแล่นผ่าน ตะโกนพร้อมกับชูกำปั้นว่า เราไม่ต้องการคณะกรรมการสอบสวน และการยับยั้งการดำเนินงานของเหมืองถ่านหินเป็นหน้าที่ของเรา
ผู้ประท้วงไม่พอใจรายงานที่เปิดเผยต่อสาธารณชนเมื่อวันอังคาร เนื่องจากมีเนื้อหาสนับสนุนให้เหมืองดำเนินงานได้ต่อไป แม้ผู้ชุมนุมต้องการให้ระงับไว้เนื่องจากส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผู้ประท้วงบอกว่า รู้สึกเหมือนซูจีไม่ได้เห็นใจพวกเขา และไม่รู้ว่าเธอตัดสินใจเรื่องนี้เพราะกลัวอำนาจของกองทัพ หรือ เพราะเธอไม่รักพวกเขา
เหมืองเล็ทปาดองเป็นโครงการร่วมทุนระหว่างบริษัท เมียนมาร์ อิโคโนมิก โฮลดิ้ง ที่บริหารโดยกองทัพพม่า กับบริษัท ว่านเป่า ของจีน ผู้ประท้วง อ้างว่า โครงการมูลค่า 997 ล้านดอลลาร์ ที่ลงนามเมื่อเดือน พ.ค.2553 ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบทางรัฐสภา และยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สร้างปัญหาทั้งทางสุขภาพและสังคม
รายงานสรุปก็ยอมรับว่าเหมืองอาจขาดมาตรการรักษาสิ่งแวดล้อมที่มากพอและไม่ได้สร้างงานให้คนท้องถิ่นมากขึ้น แต่ยืนยันว่าควรดำเนินการต่อไป เพราะหากปิดเหมืองอาจสร้างความไม่พอใจให้กับจีนและอาจทำให้ต่างชาติไม่กล้าเข้าไปลงทุนในพม่า
ซูจีพยายามบอกชาวบ้านว่า หากต้องการประท้วง ให้ไปชุมนุมที่บ้านของเธอ ไม่ใช่ที่เหมือง และย้ำว่าการประท้วงใดๆ ต้องเคารพกฎหมาย คือ ขออนุญาตจากทางการก่อน และชี้แจงว่าคณะกรรมการได้เสนอทางเลือก 3 ทาง คือ ให้เหมืองหยุดดำเนินงาน หรือเปิดต่อไป หรือ ปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้น นอกจากนี้เธอบอกว่า การปิดเหมืองจะทำให้เราไม่มีเงินมาใช้ในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมที่เสียหาย
แต่การที่ซูจีรับรองรายงานสุรปการสอบสวนครั้งนี้ อาจบั่นทอนเสียงสนับสนุนที่เธอสั่งสมมานานกว่า 20 ปีในฐานะนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยได้



