
"ยาว อยุธยา-กาชาด"ช่วยสาวท้อง7เดือนก่อเหตุชิงทอง
"ยาว อยุธยา" เป็นธุระประกันตัวสาวท้อง 7 เดือน ที่ก่อเหตุชิงทอง ระบุหากศาลตัดสินให้จำคุก ก็พร้อมที่จะดูแลทารกที่ลืมตาดูโลกให้ ด้านเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยาพร้อมคณะและพระยื่นมือเข้าช่วยอีกแรง
จากกรณีที่ น.ส.ชลธิชา มหิงสา อายุ 19 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พระนครศรีอยุธยา ถูกจับกุมตัวหลังก่อเหตุเข้าไปชิงทองหนัก 2 บาท ภายในร้านทองบุญชัย หน้าตลาดเจ้าพรหม อ.พระนครศรีอยุธยา โดยพบว่าน.ส.ชลธิชา ตั้งครรภ์ 7 เดือน โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า สาเหตุที่ต้องมาชิงทองเนื่องจากต้องการหาเงินไปซื้อนมให้ลูก ซึ่งสามีทอดทิ้งไปตั้งแต่คลอดลูกคนแรก เหตุเกิดเมื่อช่วงสายวันที่ 1 มิ.ย.
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 2 มิ.ย. นายปรีชา วงศ์รุ่ง หรือ "ยาว อยุธยา" ศิลปินตลกและนักแสดง ซึ่งเป็นนักจัดรายการวิทยุอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทราบเรื่องได้เดินทางมาติดต่อขอประกันตัวน.ส.ชลธิชา โดยใช้ตำแหน่งของข้าราชการระดับสูงในจังหวัด
"ยาว อยุธยา" กล่าวว่า การที่ประกันตัวน.ส.ชลธิชานั้น เนื่องจากเกิดความสงสารและเห็นว่า น.ส.ชลธิชา ประสบชะตากรรม คิดอะไรไม่ออก จึงตัดสินใจเช่นนั้น และเห็นว่าสิ่งที่ทำไปแม้จะไม่ถูก แต่ก็คิดทำเพื่อลูกที่ต้องเลี้ยงดู และที่จะเกิดมา ซึ่งการที่ประกันตัวออกมา ก็เพื่อที่จะชะลอให้น.ส.ชลธิชา ได้คลอดลูกก่อนนอกเรือนจำ หากศาลพิพากษาลงโทษแล้วต้องจำคุก ไม่มีใครดูแลลูกที่เกิดมาตนก็จะรับเลี้ยงดูเอาไว้ให้ ซึ่ง
หลังจากน.ส.ชลธิชา ออกมาจากห้องควบคุม ก็ตรงเข้ากราบ "ยาว อยุธยา"พร้อมกับร่ำไห้
ด้านนางวาสินี ผิวผ่อง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมคณะเหล่ากาชาดได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 4/139 ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นบ้านที่น.ส.ชลธิชา อาศัยอยู่ พบกับนางสุชิน มหิงสา อายุ 52 ปี มารดานั่งดูแลลูกชายวัย 8 เดือนอยู่ ซึ่งนางสุชิน เปิดเผยว่า น.ส.ชลธิชา เป็นคนน่าสงสาร ต้องออกไปทำงานหาเงินมาเลี้ยงตัวเองและลูก ก่อนหน้านี้ทำงานเป็นเสมียนบริษัทยามแห่งหนึ่ง แต่พอคลอดลูกทางบริษัทก็ให้ออก จากนั้นก็มามีสามีแต่พอคลอดลูกออกมาได้เพียงสองเดือน สามีทราบว่าตั้งท้องคนที่สองก็เลยหนีหายไป ทิ้งให้น.ส.ชลธิชา เลี้ยงลูกเพียงลำพัง
กระทั่งประสบปัญหาไม่มีค่าเช่าบ้านจำนวน 2,700 บาท และค่านมลูก จึงตัดสินใจออกจากบ้านไปก่อนหน้าที่จะถูกจับ โดยบอกว่าจะไปหางานทำ จนมาทราบว่าถูกจับเพราะไปชิงทอง ซึ่งน.ส.ชลธิชา ลูกสาวของตนคงจะคิดอะไรไม่ออกแล้ว หากต้องติดคุกตนก็คงต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกของน.ส.ชลธิชา แต่ยังไม่รู้จะทำอย่างไร นายกเหล่ากาชาดได้มอบเงินจำนวน 2,700 บาท ให้กับนางสุชิน และมอบนมเอาไว้ให้เลี้ยงดูลูกของน.ส.ชลธิชา โดยทางกาชาดจะมาติดตามหากไม่มีใครดูแลก็จะเข้ามาช่วยเหลือ
ต่อมาได้มีพระภิกษุในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้นำข้าวสารมามอบให้กับครอบครัวของน.ส.ชลธิชา และมอบเงินจำนวนหนึ่งเอาไว้ใช้จ่ายด้วย



