
ถ้าสื่อยังง้อโพลล์ก็อย่าไปว่าโพลล์
ถ้าสื่อยังง้อโพลล์ก็อย่าไปว่าโพลล์ : ต่อปากต่อคำ โดยดร.อมร วาณิชวิวัฒน์ [email protected]/ twitter@DoctorAmorn
ผมแปลกใจอยู่พอสมควรว่า หลายสำนักโพลล์ซึ่งถูกประชาชนกระทบกระเทียบแดกดันถึงความผิดพลาดคลาดเคลื่อนอย่างไม่น่าให้อภัย แต่สื่อบางสื่อก็ยังนำเสนอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโพลล์นั้นๆ อย่างต่อเนื่อง บางเว็บไซต์ยังหยิบยื่นโอกาสต่างๆ ให้แก้ตัว เสมือนไม่รู้ว่า ทั้งก่อนหน้าและในวันที่ 3 มีนาคม 2556 วันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ใครทำอะไรอย่างไรกันบ้างกับผลงานการทำโพลล์
การให้โอกาสหรือที่ยืนกับคน ถือเป็นสิ่งสวยงามและเป็นเรื่องน่าชมเชย แต่หากมองในตัวอย่างของ “กฎหมาย” โทษร้ายแรงแบบเหลือจะเยียวยาได้เช่นการประหารชีวิตที่หลายประเทศพยายามให้มีน้อยลงหรือไม่ให้มีการประหารชีวิตก็ยังคงทำไม่ได้ เพราะในบางเรื่องเงื้อมมือกฎหมายโทษเบาๆ ไม่ทำให้คนหลาบจำ ดังเคยเขียนให้ได้อ่านกันก่อนหน้านี้ว่า “หากกระบวนการยุติธรรมพึ่งไม่ได้ หรือสื่อมวลชนไม่ทำหน้าที่ตรวจสอบเป็นหูเป็นตาหรือยิ่งคอยให้ท้าย หรือมีส่วนได้ส่วนเสียใดๆ กับคนผิด ก็ไม่ต่างกับ “ตัวการ” ผู้บงการ หรือ “ผู้สนับสนุนให้กระทำการ” และมันจะยิ่งทำให้สังคมฟอนเฟะเละเทะหนักขึ้นไปอีกหลายร้อยพันเท่า
ต้องยอมรับว่า หลายสำนักโพลล์นั้น มีเส้นสายมากมาย เรียกได้ว่า “เป็นโพลล์มีเส้น” เข้าข่ายระบบพึ่งพาแบบทฤษฎีการตลาดดีๆ นี่เอง ทางสื่อได้รับผลประโยชน์เหมือน barter trade มหาวิทยาลัยหรือสถาบันการทำโพลล์บางแห่งไม่ต้องจ่ายค่าลงโฆษณาประชาสัมพันธ์เพราะถือเป็นช่องทางในการเผยแพร่ชื่อเสียงมหาวิทยาลัยได้ทางหนึ่ง ส่วนสื่อเองดูจะยอมรับกลายๆ เป็นคล้ายๆ กับ “เอ็มโอยู (Memorandum of Understanding)” จองพื้นที่ข่าวให้สำนักโพลล์บางแห่งได้ลงเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อข่าว โดยเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์จะไม่ค่อยมีเรื่องราวน่าตื่นเต้นมากนักจึงจะเห็นหลายสำนักข่าวพากันเผยแพร่ผลโพลล์สัพเพเหระในช่วงเสาร์อาทิตย์กันอย่างมากมาย ถามหน่อยเถิดครับเอาเวลาเอากำลังคนมาจากไหนมาทำโพลล์เคยตรวจสอบกันบ้างไหม ที่สำคัญไปถามชาวบ้านกันทุกสัปดาห์ขนาดนั้นกลุ่มตัวอย่างไม่ตะเพิดเอาให้ก็บุญโขนะครับ
ดังนั้น สำนักพิมพ์ไหนหรือองค์กรสื่อใดที่กล้าจะไปวิจารณ์นักทำโพลล์หรือความไม่ตรงไปตรงมาของโพลล์บางโพลล์ก็ขอให้ระลึกไว้ว่า ถ้าสื่อบางสื่อยังมีพฤติกรรมเยี่ยงนี้อยู่ก็ไม่ควรไปวิจารณ์หรือกล่าวหาโจมตีนักทำโพลล์ เพราะมันเหมือน “ท่านทั้งหลายกำลังถ่มน้ำลายรดตัวท่านเอง” สะท้อนความไม่ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพของสื่อมวลชนที่พึงนำเสนอข้อมูลความจริงเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ในสังคมไม่ใช่เพื่อยอดขายหรือผลประโยชน์ตอบแทนอื่นๆ
ในวันนี้ คนส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่า ความเสียหายจากการทำโพลล์ที่ผ่านมานั้นกระทบต่อ “ภาพลักษณ์ของนักวิชาการส่วนรวมเป็นอย่างยิ่ง” เพราะเวลาสำนักโพลล์โดนวิจารณ์ เขาวิจารณ์เกินเลยไปถึงสถาบันต้นสังกัด ทำให้เท่าที่ทราบจากฝ่ายบริหารหลายสถาบันการศึกษาเริ่มออกนโยบายรัดกุมและชัดเจนขึ้นในการขอร้องแกมบังคับขู่เข็ญไม่ให้ ผู้ทำโพลล์นำตราสัญลักษณ์หรืออ้างชื่อสถาบันในการทำโพลล์อยู่หลายแห่งด้วยกัน เพราะฝ่ายบริหารเหล่านั้นเริ่มตระหนักถึง “พิษร้ายและผลกระทบในเชิงลบจากความผิดพลาดของการทำโพลล์” ว่ามันสาหัสสากรรจ์ขนาดไหน เราเคยคิดกันถึงขนาดว่า การบิดเบือนข้อมูลก็ดีหรือการทำงานวิชาการแต่ไม่เป็นไปตามกระบวนการทางวิชาการที่ถูกต้องนั้นอาจลุกลามบานปลายไปถึงการสร้างความแตกแยกของคนในสังคมและไม่ต่างกับการยุยงส่งเสริมสร้างความตื่นตระหนกกระทั่งอาจลามไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแบบพลิกขั้วก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้
การออกมายอมรับความผิดพลาด หรือการแก้ตัวต่างๆ นานา ดังได้เห็นมีการออกมาเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆ ของนักทำโพลล์ในระยะหลังๆ สะท้อนให้เห็นถึงยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาของคนเหล่านั้นว่า เขาไม่ยึดหลัก “ความสงบสยบความเคลื่อนไหว” แต่เขาเลือกจะเอา “ความเคลื่อนไหวกลบเกลื่อนความผิดพลาดหรือใช้หลักการทำสงครามประมาณว่า “แพ้ศึกแต่ชนะสงคราม (Loose the battle but win the war)” ถือเป็นแนวคิดที่น่ากังวล เพราะวิธีการหรือยุทธศาสตร์ทำนองนี้ในส่วนความเป็นนักวิชาการอย่างพวกเราจะไม่นิยมกระทำกัน เพราะนักวิชาการไม่ควร “ชี้นำ หรือ โน้มน้าวสังคมให้เชื่อหรือให้คล้อยตามในสิ่งที่ตนเองเชื่ออย่างไร้เหตุผลหรือการพิสูจน์กลั่นกรองอย่างถูกต้องเหมาะควร” มิฉะนั้นจะทำให้สังคมเกิดความโกลาหล ความไม่ปรองดองไม่สามัคคีกันของคนในชาติทุกวันนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากการ “ชี้นำ” ของนักการเมืองของคนที่นักการเมืองนำมาใช้สอย จึงทำให้สังคมวิปริตผิดเพี้ยนอย่างไม่เคยมีมา เราคิดว่าถ้าวันนี้ “สื่อมวลชนถ้ายังไม่เข้าใจความหมายที่เขียนมา ก็ยากจะทำให้สังคมที่พวกเราอยู่ร่วมกันนี้ดีขึ้นได้” แต่ถ้าจะให้บอกกันตรงๆ ก็คือ คุณสื่อมวลชนทั้งหลายอย่าเอาตัวเองเป็นเครื่องมือของนักทำโพลล์หรือใครต่อใครจะได้ไหมครับ ผมจะได้เรียกท่านทั้งหลายว่าเป็นสื่อมวลชนได้เต็มปากเต็มคำ



