
'จีน'วอนปชช.ลดใช้'ตะเกียบ'
ทางการจีนเรียกร้องให้ประชาชนลดใช้ตะเกียบ หันไปใช้มีดและส้อมแบบตะวันตก เผยปีที่แล้ว ใช้ต้นไม้โตเต็มที่ทำตะเกียบกว่า 20 ล้านต้น
14 มี.ค. 56 ทางการจีน กำลังเรียกร้องให้ประชาชน เลิกใช้ตะเกียบ เนื่องจากก่อให้เกิดการสิ้นเปลืองทรัพยากรป่าไม้ของโลก โดยเชื่อว่า ในแต่ละปี ประชาชนที่่อาศัยอยู่ในประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนโลกใบนี้ใช้ตะเกียบไม้กันเป็นจำนวนมากอย่างน่าพิศวงถึง 80 หมื่นล้านคู่
ปัจจุบุัน เจ้าหน้าที่ทางการได้เรียกร้องให้ประชาชนเริ่มหันกลับไปใช้อุปกรณ์ที่ใช้ในการรับประทานอาหารที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ เช่น ควรหันไปใช้มีดและส้อมแทนตะเกียบที่เมื่อใช้นานเข้าก็ต้องทิ้งไป หรือตะเกียบบางชนิดเป็นประเภทใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง / ในช่วง 4 พันปีที่ผ่านมา ตะเกียบถือเป็นอุปกรณ์หลัก ในการรับประทานอาหารของชาวจีน และหลายคนก็เชื่อว่า ตะเกียบเป็นของที่คู่กับอาหารจีน
แต่ในขณะที่จีนกลายเป็นประเทศที่มั่งคั่งขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับความวิตกด้านสิ่งแวดล้อมที่ตามมา ได้นำไปสู่จุดพลิกผันเกี่ยวกับปริมาณของไม้ที่ถูกนำใช้ทำตะเกียบ / นายป๋อ กวงซิน ประธานบริษัทไม้ซุง ที่เป็นของรัฐ ได้แถลงประจำปีต่อสภาประชาชนว่า ถึงเวลาที่จีนจะต้องเลิกใช้ตะเกียบไม้ได้แล้ว / โดยนับตั้งแต่จีนใช้ไม้ที่โตเต็มหนึ่งต้นทำตะเกียบประมาณ 4,000 คู่ ทำให้เมื่อปีที่แล้ว ต้องใช้ต้นไม้ 20 ล้านต้น ทำตะเกียบ
นายป๋อ บอกด้วยว่า จำนวนตะเกียบไม้ที่ใช้แล้วทิ้งในจีนในแต่ละปี สามารถเอาวางซ้อนกันรอบจตุรัสเทียน อัน เหมิน ได้ 360 ชั้น ดังนั้นจึงต้องเปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภคเสียใหม่ และกระตุ้นให้คนจีนควรมีอุปกรณ์ในการรับประทานของตนเอง และควรจะหันไปใช้วิธีการแบบตะวันตก เช่น ใช้มีด และซ่อมพลาสติกหรือโลหะ เพื่อลดการใช้ไม้
สภาประชาชนจีน ที่ถูกมองว่า เป็นสภาตรายาง เนื่องจากแทบจะไม่มีอำนาจในการตัดสินใจใด ๆ แต่การยกประเด็นนี้ขึ้นมา ก็อาจนำไปสู่การกำหนดนโยบายในอนาคตของพรรคคอมมิวนิสต์ที่มีอำนาจอย่างแท้จริง แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทางการจีนแสดงความวิตกเกี่ยวกับการใช้ตะเกียบ โดยเมื่อปี 2549 ได้มีการเก็บภาษี 5 เปอร์เซ็นต์ สำหรับตะเกียบที่ใช้แล้วทิ้ง แต่ก็แทบจะไม่ได้ผล
ในปี 2554 กลุ่มรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมในอังกฤษ ได้เตือนว่า จีนต้องหันมานำเข้าไม่ซุง 180 ล้านลูกบาศก์เมตรในแต่ละปี เพื่อให้เพียงพอต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ / นักเคลื่อนไหวอ้างด้วยว่า 10เปอร์เซ็นต์ ของไม้ที่นำเข้า มาจากแหล่งที่ผิดกฎหมาย และสรุปว่า ชะตากรรมของป่าตามธรรมชาติของโลก อยู่ในกำมือของจีน
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



