
'สุขุมพันธุ์'เชื่อ'บริจาคเงิน'ไม่ผิด!
'คุณชายหมู' มั่นใจหักเงินเดือนบริจาคเข้าพรรคฯ ไม่ผิดกฎหมาย เผยรายงาน กกต.ตรวจสอบมาตลอด ประชดเตรียมซื้อคอนโดฯ ย่านแจ้งวัฒนะเพื่อสะดวกในการรับทราบข้อหาจากดีเอสไอ
14 มี.ค. 56 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ว่าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.นิรันดร์ อดุลยศักดิ์ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 1 เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 57 วรรค 2 จากกรณีการจ่ายเงินค่าบำรุงพรรคการเมืองให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยวิธีการบริจาคเงินพรรคด้วยการหักบัญชีเงินฝาก ไม่ใช่การบริจาคด้วยเช็คขีดคร่อมตามที่กฎหมายกำหนด โดยใช้เวลา1 ชั่วโมง ขณะที่ด้านหน้าอาคารสำนักงานดีเอสไอมีมวลชนที่เป็นฐานเสียงของปชป. เดินทางมาให้กำลังใจเป็นจำนวนมากและมีการจัดเวทีปราศรัยย่อยอยู่ด้านหน้าอาคาร โดยม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้เดินทักทายรับช่อดอกไม้และกล่าวขอบคุณมวลชนที่มาให้กำลังใจ
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวก่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาว่า สมัยที่ตนเป็นผู้ว่ากทม.มีการหักเงินเดือนเข้าพรรคจริงแต่ไม่ถึง 20,000บาท และตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาความผิดเกี่ยวกับการบริจาคเงิน โดยมีประธานกกต.เป็นนายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งตั้งแต่ปี 2550 พรรคประชาธิปัตย์ได้ส่งบัญชีการเงินการรับบริจาคทั้งหมดให้ กกต.ตรวจสอบแล้ว และไม่เคยมีปัญหาแต่อย่างใด
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ยังปฏิเสธให้ความเห็นกรณีที่กกต.ยังไม่มีมติรับรองตำแหน่งผู้ว่ากทม.รวมถึงยังไม่มีความเห็นการแต่งตั้งรองผู้ว่าฯ และที่ปรึกษา โดยกล่าวว่าไม่ต้องการก้าวล่วงอำนาจกกต.เนื่องจากขณะนี้ตนเองยังไม่เป็นผู้ว่าอย่างสมบูรณ์ขอรอให้กกต.มีมติอย่างสมบูรณ์ก่อน อย่างไรก็ตามตนเองรู้สึกดีใจที่มีประชาชนผู้สนับสนุนมาให้กำลังใจ
ภายหลังการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ส.ส.ทั้งระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อของพรรคที่ต้องการบริจาคเงินให้กับพรรค ในปี 2551 พรรคได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรขอให้สำนักเลขาธิการสภาฯหักเงินเดือนและรวบรวมเงินแล้วจ่ายเป็นเช็คฉบับเดียวกันให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นเช็คที่ถูกต้องขีดคร่อม แต่ทางดีเอสไอมองว่าเป็นการผิดกฎหมาย 2550 ว่าผู้บริจาคไม่ได้สั่งจ่ายเช็คขีดคร่อมในชื่อของตนเอง ซึ่งคดีดังกล่าวมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และส.ส.อีก 46คน ที่อยู่ในข่ายเดียวกับตน
"กฎหมายพรรคในเรื่องการบริจาคบัญญัติขึ้นเพื่อไม่ให้มีการฟอกเงินเข้าระบบพรรคการเมือง ผมดำเนินการถูกต้อง โดยหักจ่ายจากบัญชีเงินเดือน วงเงินก็ไม่เท่าไหร่ คนละ 20,000บาท รวม 100,000บาท เช็คดังกล่าวก็เป็นเช็คขีดคร่อมเพียงแต่ผมไม่ได้ลงนามเท่านั้น มีที่มาที่ไปของเงินชัดเจนอยู่แล้วที่ผ่านมาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ไม่ได้ติดใจกับเรื่องนี้มา 5 ปีแล้ว แสดงว่าการที่ดีเอสไอ มองว่า กกต.บกพร่องต่อหน้าที่ จึงใช้อำนาจเรียกผมมารับทราบข้อกล่าวหาในคดีความผิดตามพ.ร.บ.พรรคการเมือง"
ผู้สื่อข่าวถามว่า ดีเอสไอนัดมาพบอีกหรือไม่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ตนจะซื้อคอนคอนโดย่านแจ้งวัฒนะ ใกล้ๆดีเอสไอ หากดีเอสไอเรียกอีกก็จะได้สะดวก
ขณะที่ พ.ต.อ.นิรันดร์ กล่าวว่า คดีดังกล่าวกฎหมายกำหนดชัดว่ากกต.ไม่มีอำนาจในการสอบสวนดังนั้น จึงเสนอให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษโดยกฎหมายมาตราดังกล่าวระบุชัดว่าหากเป็นการบริจาคเงินที่เกิน 20,000 บาท ต้องเขียนเป็นเช็คสั่งจ่ายเงินให้พรรคเนื่องจากกฎหมายต้องการให้เปิดเผยว่าบุคคลใดเป็นผู้บริจาค ดังนั้นเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ทำตามที่กฎหมายกำหนดก็ถือเป็นความผิดซึ่งเรื่องดังกล่าวถือเป็นความผิดทางเทคนิคหากต้องการจะบริจาคเงินให้พรรคจริงก็ควรทำให้ถูกต้องด้วยการซื้อตั๋วแลกเงินส่วนโทษของความผิดตามพ.ร.บ.พรรคการเมือง ระบุโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่น้อยกว่า 3 เท่าของจำนวนเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ที่ให้แก่พรรคการเมืองหรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปีทั้งนี้จากการตรวจสอบผู้เข้าข่ายถูกแจ้งข้อกล่าวหาทั้งสิ้น 48 คนในจำนวนนี้ 46 คน เป็นส.ส.ที่หักจากบัญชีเงินเดือน ส่วนอีก 2 รายที่ไม่ได้เป็นส.ส.คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ หักจากบัญชีเงินฝาก
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากมีการรับรองตำแหน่งผู้ว่ากทม.แล้วจะกระทบกับตำแหน่งหรือไม่ พ.ต.อ.นิรันดร์ยืนยันว่า การเรียกเข้าแจ้งข้อกล่าวหาของดีเอสไอครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งเพราะเป็นการดำเนินคดีอาญาตามขั้นตอนปกติ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ชะลอการแจ้งข้อกล่าวหาจนพ้นการเลือกตั้งมาแล้ว ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่าพรรคประชาธิปัตย์รายงานบัญชีการเงินกับกกต.อย่างต่อเนื่องแต่ไม่มีปัญหานั้นในส่วนของดีเอสไอเพิ่งได้รับการร้องทุกข์เมื่อ 4 ก.ย. ปี 2555 แต่ไม่มีอำนาจสอบสวน จนกระทั่งคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) รับเป็นคดีพิเศษเมื่อวันที่ 10 ต.ค. ปีเดียวกัน จึงเพิ่งเข้าไปสอบสวนก่อนหน้านี้ที่ไม่ดำเนินการเพราะไม่มีผู้ร้องเรียน ทั้งนี้หลังปิดประชุมสภาในวันที่ 20 เม.ย.แล้วจะทยอยเรียกส.ส.อีก 46 คนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาทันที
กทม.รับลูกนโยบายหาเสียง เล็งสร้างทางลอดรางรถไฟแก้จราจร
แหล่งข่าวจากสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร (กทม.) แจ้งว่า ก่อนหน้านี้ที่นางนินนาท ชลิตานนท์ ปลัดกทม.ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งสรุปแผนการดำเนินงานตามนโยบายของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ว่าที่ผู้ว่าฯกทม. โดยด้านหนึ่งเป็นนโยบายหาเสียงเพื่อแก้ปัญหาการจราจร อาทิ การก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดแยกจุดตัดทางรถไฟ 5 แห่ง ประกอบด้วย 1.ทางลอดบริเวณถนนศรีนครินทร์-ถนนพัฒนาการ-ทางรถไฟสายตะวันออก 2.ทางลอดถนนรามคำแหงตัดทางรถไฟ 3.ทางลอดถนนเพชรบุรี-ทางรถไฟ 4.ทางลอดถนนราชปรารภ-ทางรถไฟ และ 5. ทางลอดถนนบางขุนเทียน-ทางรถไฟสายวงเวียนใหญ่มหาชัย
แหล่งข่าวกล่าวว่า ขณะเดียวกันสำนักการโยธาก็ได้มีแผนในการก่อสร้างทั้งอุโมงค์ลอดแยกและสะพานลอยข้ามทางแยกเพิ่มเติมในแผนการแก้ไขปัญหาการจราจรเช่นกัน โดยได้ศึกษาปรับปรุงสะพานข้ามแยกยมราช ปรับเพิ่มช่องการเดินรถจากถนนพิษณุโลกเพื่อเลี้ยวไปขึ้นทางด่วนที่ด่านยมราช จากเดิมที่เป็นการข้ามทางรถไฟในแนวถนนพิษณุโลก-ถนนเพชรบุรีเท่านั้น
แหล่งข่าวระบุอีกว่า นอกจากนี้ยังมีแนวคิดก่อสร้างทางลอดใต้ทางรถไฟย่านวัดเสมียนนารี ซึ่งคาดว่าจะมีการเสนอของบประมาณเพื่อก่อสร้างในปี 2557 ใน 3 โครงการ 1.ทางลอดบริเวณถนนศรีนครินทร์-ถนนพัฒนาการ-ทางรถไฟสายตะวันออก 2.ทางลอดบริเวณถนนบางขุนเทียน และ3.ทางลอดแยกวัดเสมียนนารี คาดว่าจะใช้งบประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้างระยะ 3 ปี



