ข่าว

'ผบ.ทบ.'ยันถก'บีอาร์เอ็น'รัฐไม่เสียเปรียบ

'ผบ.ทบ.'ยันถก'บีอาร์เอ็น'รัฐไม่เสียเปรียบ

14 มี.ค. 2556

'ประยุทธ์' ยันถก 'บีอาร์เอ็น' รัฐไม่เสียเปรียบ แนะคุยยึดหลักกฎหมาย ขอทุกฝ่ายอย่ากังวล แนะโจรใต้หยุดป่วน ด้าน 'ภาณุ' หนุน 'รบ.' เดินหน้าคุยทุกกลุ่มแก้ไฟใต้

 

                     14 มี.ค.56 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะเดินทางไปหารือกับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็นในวันที่ 28 มีนาคมนี้ว่า การหารือไม่จำเป็นต้องคุยทุกวัน เพราะต้องนำไปปฏิบัติก่อนแล้วจึงกลับมาคุยกันอีกครั้ง ทุกอย่างมีขั้นตอนอยู่แล้ว อย่าเพิ่งให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก การพูดคุยต้องมีการได้เปรียบ เสียเปรียบ แต่จะทำอย่างไรไม่ให้เราเสียเปรียบ และจะทำอย่างไรให้ประเทศชาติเกิดความมั่นคงและเกิดความปลอดภัยกับประชาชน บางอย่างต้องเป็นความลับ ถ้าพูดแล้วบอกกันทุกอย่างก็ไม่ต้องประชุมหารือ แต่โต้ตอบผ่านสื่อแทน  ขอให้รอดูเพราะทุกอย่างไม่ได้เร็วขนาดนั้น วันนี้เท่าที่ทราบมีหลายกลุ่มต้องการเข้ามาพูดคุยและแสดงให้เห็นว่ามีศักยภาพอย่างไร เราต้องดูว่าจะเกิดประโยชน์อะไรกับเราบ้าง อย่าเพิ่งกังวล ทั้งนี้เราอย่าไปเสนอให้เขาก่อนว่าจะลดการบังคับใช้กฎหมายจุดนั้นจุดนี้ แต่ให้ฝ่ายเขาเสนอว่าต้องการลดพื้นที่ไหน หากเขาแสดงศักยภาพว่าทำให้พื้นที่สงบได้เราจะลดให้เพราะเรามีความจริงใจ

                     พล.อ.ประยุทธ์ เราเป็นฝ่ายรัฐยังไม่ได้เสียเปรียบอะไร อย่าให้การพูดคุยหลุดไปจากกรอบกฏหมายและรัฐธรรมนูญไทย ส่วนของตนไม่มีความขัดแย้งใดๆกับรัฐบาล หากยังเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฏหมาย ทั้งนี้การพูดคุยยังไม่มีข้อผูกมัดไหน หากข้อไหนรับไม่ได้ เราก็ไม่รับ ในวันนี้ทางทหาร พลเรือน ตำรวจ ที่อยู่ใน กอ.รมน. ที่รับผิดชอบงานด้านความมั่นคงจะเข้มงวดในการบังคับใช้กฏหมายและอาจมากกว่าเดิม เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ยืนยันว่าแม้จะมีการพูดคุยแต่การก่อเหตุในพื้นที่ยังไม่จบ

                     “กรณีประเทศเพื่อนบ้านยังใช้เวลาแก้ปัญหา 50 ปี มีการตั้งกองกำลังและยึดพื้นที่ที่ชัดเจน โดยมี 2 กลุ่ม ที่มีเป้าหมายในการแบ่งแยกดินแดน ต่างกับเราที่ไม่มีการยึดพื้นที่และกองกำลังที่ชัดเจน แต่มีเป้าหมายเช่นเดียวกัน ซึ่งการเจรจา ไม่ใช่พูดคุยสองฝ่ายแล้วมีการกรรมการตัดสินแล้วเลิกกันไป เหมือนกรรมการตัดสินฟุตบอลเพราะมีความขัดแย้งหลายกลุ่ม ปัญหาเราซับซ้อนไม่เหมือนชาติอื่นและการแก้ปัญหาของเราไม่เหมือนกับชาติอื่น ทั้งนี้สิ่งใดที่ยังเป็นปัญหาในพื้นที่ไม่ว่าจะเรื่องกรือเซะ ตากใบ เราได้รื้อขึ้นมาดู สิ่งใดที่บกพร่องก็แก้ปัญหาและเยียวยา เพื่อลดความเจ็บปวดของผู้สูญเสีย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

                     พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การพูดคุยครั้งนี้ไม่น่าจะเป็นการยกระดับให้กลุ่มก่อความไม่สงบ แต่จำเป็นต้องคุยกัน แต่เราอย่าไปยกระดับหรือให้ความสำคัญกับเขา ถ้าเราเป็นรัฐต้องถือความเป็นต่อไว้ แต่ถ้าวันไหน เราไปยอมเขา นั่นถือว่าเป็นการยกระดับเขาขึ้นมาเหนือกว่าเรา ซึ่งต้องระวังอย่าให้เครดิตเขามากนัก หากสุดท้ายแล้ว เขาไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เราก็หยุดพูดคุย ส่วนกรอบเวลาที่จะให้เขาพิสูจน์ตัวเอง ต้องให้ทาง สมช.ไปพูดคุย คิดว่าประมาณ 1 ปี เพื่อให้เห็นความก้าวหน้าไม่ใช่ว่าเลิก เพราะถือว่าเร็วเกินไปและเลิกยาก แค่พูดคุยวันที่ 28 มี.ค.นี้ แล้วเลิกคงไม่ใช่ ส่วนที่จะมีแกนนำอีก 9 กลุ่มเข้ามาพูดคุยด้วยนั้น ตนไม่สนใจว่าจะกี่กลุ่ม แต่ตนรู้ข้อมูลว่ามีกลุ่มไหนบ้าง อย่าไปให้เครดิตมากเพราะบางกลุ่มไม่มีศักยภาพ เพราะขณะนี้เรากำลังพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น ซึ่งเขายืนยันว่ามีศักยภาพควบคุมสถานการณ์ทุกอย่างได้ เพราะฉะนั้นบีอาร์เอ็นต้องควบคุม 9 กลุ่มนี้ให้ได้ และต้องคุยกันให้รู้เรื่องว่าเขาจะเอาอย่างไร แต่ถ้าต้องไปคุยทีละกลุ่มคิดว่านานเกินไปไม่ได้ประโยชน์ และแต่ละกลุ่มจะเพิ่มศักยภาพขึ้นมาเรื่อยๆ จะกลายเป็นการยกระดับให้เขา ดังนั้นไปรวมกันมาให้ได้และเราจะคุยกับคนๆเดียว

 

'ภาณุ' หนุน 'รัฐบาล' เดินหน้าคุยทุกกลุ่มแก้ไฟใต้

 

                     นายภาณุ อุทัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในรายการเจาะข่าวเช้านี้ (ช่วงวิเคราะห์เจาะลึก) เอฟเอ็ม101.5เมกะเฮริทซ์กรณีการเเก้ไขความไม่สงบในจังหวัดชายเเดนภาคใต้ในกรณีฝ่ายความมั่นคงมีการการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า เป็นนโยบายรัฐบาลที่กำหนดไว้ปี 2554 ขอเรียนว่าสาระการเปิดประเด็นนี้รัฐบาลรอบคอบเเละระวังในการพูดคุยเเละทำข้อตกลงรวมทั้งต้องไม่ขัดรัฐธรรมนูญ 2550 เเม้พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสมช. ระบุว่ากำลังเลือกบุคลากร 15 คน ร่วมขบวนไปพูดคุยกับบีอาร์เอ็นอีกครั้งนั้น ตนคุยกับเลขาธิการสมช.ว่าต้องใช้คนในท้องที่ เเละบุคคลในงานการข่าวที่วันนี้เกษียณเเละออกไปจากวงการ เเต่บุคคลเหล่านี้มีข้อมูลจึงไปเชิญบุคคลเหล่านี้มาหารือเเละพบว่าเป็นข้อมูลสำคัญหากร่วมกันคิดหลายคนการพูดคุยจึงเกิดขึ้น ตรงนี้มีคำถามว่าบุคคลที่มาคุยกับรับบาลนั้นเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุหรือไม่ บุคคลที่มาเเสดงตัวเป็นตัวจริงจากหลายกลุ่ม

                     วันนี้คล้ายว่าเราดึงฟืน 2 ท่อน จาก 15 ท่อน ในกองไฟออกมาเเล้วเเละคิดว่าคนอื่นๆกำลังหารือในการที่จะออกมาพูดคุยกับรัฐบาลเพื่อได้ความหลากหลายในการพูดคุย อย่างน้อยสุดเลขาธิการสมช.ระบุว่าการคุยในครั้งหน้าจะลดความรุนเเรงในพื้นที่ได้อย่างไร จากการคุยกันตรงนี้เริ่มมีผลกับการดึงฟืนจากกองไฟ เเม้วันนี้บีอาร์เอ็นมีหลายกลุ่ม เพราะขบวนการเกล่านี้มีการปรับตัวเเละมีผู้นำคนใหม่เกิดขึ้นเเละเเยกตัวออกไปตั้งกลุ่มใหม่กันเเตกทั้งหมดมีรากฐานจากกลุ่มบีอาร์เอ็นเเละการคุยกันนั้นจะจบเเละตกลงกับกลุ่มอื่นๆได้หรือไม่ เพราะกลุ่มอื่นเช่นพูโลไม่ได้มาคุยด้วยนั้น มันต้องคุยกันทีละครั้งเเละคุยมากขึ้นจะส่งผลไปยังผู้ก่อเหตุรุนเเรงได้เพิ่มขึ้นเพื่อให้มาพูดคุยกันในอนาคตที่มีมากขึ้น โอกาสความไม่สงบในพื้นที่นั้นสมช.วางโรดเเมปว่าควรคุยกี่ครั้งเเละวางอะไรไว้บ้าง สถิติความรุนเเรงตั้งเเต่วันที่ 28 ก.พ. นับขึ้นเเละย้อนลงมา 10 วันดีขึ้นนิดหน่อย เพราะยังมีการก่อเหตุอยู่บ้างเเต่ลดจำนวนลง เเต่บรรยากาศในพื้นที่นั้นดีขึ้นเพราะประชาชนมีความหวังขึ้นมา เเละในวันที่ 13 มี.ค. มีเเค่วางประทัดยักษ์เท่านั้น

                     ส่วนเเนวคิดตั้งนครรัฐปัตตานีในการพูดคุยกับกลุ่มก่อความไม่สงบนั้น จุดตกลงร่วมคืออะไร นายภาณุกล่าวว่าเป้าหลักของกลุ่มเหล่านี้คือเเบ่งเเยกดินเเดน เเต่ฝ่ายความมั่นคงระบุว่าต้องไม่ขัดรัฐธรรมนูญ หากพูดในจุดนี้นั้น ยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ โพลล์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาพบว่าประชาชนพอใจการปกครองส่วนท้องถิ่นเช่น อบจ. อบต. เทศบาล ที่ใช้ในวันนี้ร้อยละ 89 เพราะเเกนนำการปกครองส่วนท้องถิ่นในวันนี้เป็นชาวมุสลิมร้อยละ 90 ส่วนต้องใช้วลากี่ปีนั้น วันนี้เห็นเส้นทางเเล้ว โอกาสการคุยที่ระดับเหตุร้ายนั้นไม่ทราบว่าต้องใช้เวลาเท่าใด

 

'ปธ.มูลนิธิทนายความมุสลิม' แนะเจรจา 'บีอาร์เอ็น' ต้องรับฟังความเห็นคนในพื้นที่

 

                     นายสิทธิพงศ์ จันทร์วิโรจน์ ประธานมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม พร้อมคณะเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านฯเพื่อนำเสนอรายงานวิจัยเกี่ยวกับการบริหารกองทุนยุติธรรมในการบริการประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยรายงานส่วนหนึ่ง เห็นว่า จากการวิจัยพบถึงอุปสรรคปัญหาที่งบประมาณไม่เพียงพอ และขาดการประชาสัมพันธ์ทำให้คนเข้าถึงกองทุนน้อย โดยส่วนใหญ่เงินจากกองทุนดังกล่าวจะใช้เพื่อเป็นหลักทรัพย์ประกันตัวซึ่งบางรายต้องใช้เงินจำนวนมากเนื่องจากมีหลายคดี และที่ผ่านมาการอนุมัติเงินยังเป็นลักษณะปัจเจกบุคคล จึงเสนอว่าควรมีการแก้ไขนโยบายในการมอบเงินให้กับองค์กรภาคประชาชนที่มีบทบาทในพื้นที่มากขึ้น ทั้งนี้ในฐานะที่ดูแลคดีด้านความมั่นคงมาตั้งแต่ปี2547 ในส่วนของทนายความจะเข้าถึงเงินกองทุนนี้ยาก เพราะต้องมีการลงทะเบียน ขณะเดียวกันหากไปใช้เงินของภาครัฐก็ทำให้ประชาชนไม่ไว้วางใจคิดว่าเป็นทนายของรัฐ

                     นายสิทธิพงศ์ กล่าวถึงการเจรจากับกลุ่มบีอาร์เอ็นว่า ที่ผ่านมาหลังการเจรจายังเกิดเหตุรุนแรงอยู่ ขณะเดียวกันฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็ยังมีปฏิบัติการที่เข้มข้น ดังนั้นหากจะเดินหน้าสู่สันติภาพทั้งสองฝ่ายต้องร่วมกันสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจาด้วย นอกจากนี้ยังเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการดำเนินการระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มบีอาร์เอ็นแต่ยังไม่มีการรับฟังความเห็นของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ว่าต้องการแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร

                     "จากการลงพื้นที่ยืนยันได้ว่า เรื่องนครรัฐปัตตานีไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในการแก้ปัญหา เนื่องจากการสำรวจหลายครั้งพบว่าประชาชนต้องการความเป็นธรรมมาเป็นอันดับหนึ่ง ปัญหายาเสพติดอันดับสอง ตามมาด้วยเรื่องเศรษฐกิจปัญหาปากท้อง ส่วนการปกครองตัวเองอยู่ในอันดับท้าย เพราะประชาชนก็ไม่เข้าใจว่าจะเป็นในรูปแบบใด เพราะการจะจัดรูปแบบการปกครองพิเศษจะต้องคำนึงถึงความหลากหลายของประชาชนในพื้นที่ซึ่งมีทั้งไทยพุทธและมุสลิม จึงต้องมีพื้นที่ให้กับชาวไทยพุทธด้วย"

                      นายสิทธิพงศ์ กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลเข้าใจว่าข้อเสนอเรื่องนครรัฐปัตตานีนั้นเป็นความต้องการของกลุ่มบีอาร์เอ็นเท่านั้น ไม่ใช่ความต้องการของประชาชนจึงอยากให้รัฐบาลรับฟังความเห็นจากประชาชนด้วย ดังนั้นภาคประชาสังคมในเดือนนี้จะหารือกันระหว่าง 12 องค์กร เพื่อสอบถามความเห็นของประชาชนจะได้สะท้อนไปยังภาครัฐต่อไป

 

'ปชป.' จวก 'สมช.' ไม่เหมาะ! ขู่ 'มาเลย์' ร่วมรับผิดชอบ 'แก้ไฟใต้' เหลว

 

                     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประเสริฐ พงศ์สุวรรณศิริ ส.ส.ยะลา นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ ส.ส.นราธิวาส และนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันแถลงถึงท่าทีของพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) โดยนายประเสริฐ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความยินดีและพร้อมสนับสนุนรัฐบาลแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะไม่ต้องการเห็นความไม่สงบเกิดขึ้นอยู่ในพื้นที่ แต่พรรคประชาธิปัตย์รู้สึกเป็นห่วงท่าทีของพล.ท.ภราดรที่กล่าวถึงประเทศมาเลเซียว่าหากแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่สำเร็จ ไทยกับมาเลเซียต้องรับผิดชอบคนละครึ่ง ซึ่งการพูดเช่นนี้จะทำให้สร้างความเสียหายอาจจะเกิดปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ และทำให้ประเทศชาติเจ๊ากับเจ๊ง

                     ด้านนายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า เป็นห่วงท่าทีและการทำหน้าที่ของพล.ท.ภราดร  จึงขอให้ระมัดระวังท่าที โดยการทบทวนท่าทีของเลขาธิการสมช.คนเก่าๆ อย่าแสดงความเห็นทางการเมืองหรือแสดงความเห็นสะเปะสะปะทำตัวไม่น่าเชื่อถือ และอย่าทำตัวเป็นโฆษกประจำตัวร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เพราะผู้ที่เป็นเลขาธิการสมช. ต้องกุมความลับด้านความมั่นคงของประเทศ ขณะเดียวกันเห็นว่าการแก้ไขปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ ควรเปิดโอกาสให้คนทั้งประเทศร่วมแสดงความคิดเห็นในแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วย