ข่าว

อดีตรมต.เขมรแดงเสียชีวิตแล้ว

อดีตรมต.เขมรแดงเสียชีวิตแล้ว

14 มี.ค. 2556

นายเอียง สารี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีต่างประเทศเขมรแดง เสียชีวิตแล้ว ขณะมีวัย 87 ปี

                            14 มี.ค. 56  ศาลจารณาคดีเขมรแดง ที่สหประชาชาติให้การสนับสนุน ประกาศว่า นายเอียง สารี อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศ ในสมัยรัฐบาลเขมรแดง ได้เสียชีวิตแล้ว ขณะมีวัย 87 ปี และอยู่ระหว่างขั้นตอนของการพิจารณคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวกัมพูชา ในช่วงที่เขมรแดงเรืองอำนาจ ระหว่างปี 2518 - 2522 

                            ในสมัยที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศของเขมรแดง เขาได้ชื่อว่า เป็นเจ้าของปรัชญาเขมรแดงตัวจริง รวมทั้ง แนวคิดยูโทเปีย ระบบนารวม และเป็นช่องทางเดียวที่กัมพูชาติดต่อกับโลกภายนอกในยุคนั้น / เขาเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเช้าวันนี้ หลังจากเข้ารับการรักษาตัวเมื่อวันที่ 4 มีนาคม

                            นายเอียง สารี ถูกนำตัวเข้าสู่การพิจารณาคดีตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2554 ในหลายข้อหา ที่รวมทั้ง การก่ออาชญากรรมสงคราม , ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ พร้อมกับนางเอียง ธีฤทธิ์ ภรรยาของเขา ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีสวัสดิการสังคมของเขมรแดง , นายนวล เจีย เจ้าของฉายา " พี่ชายหมายเลข 2 " วัย 86 ปี , นายเขียว สัมพันธ์ วัย 81 ปี อดีตนายกรัฐมนตรีในสมัยเขมรแดง ซึ่งทั้งหมดปฏิเสธข้อกล่าวหาทุกข้อหา /  ปัจจุบัน นางเอียง ธีฤทธิ์ ไม่สามารถเข้าฟังการพิจารณาคดีได้ เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพ หลังจากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์

                            นายเอียง สารี เป็นน้องเขยของนายพอล พต ผู้นำเขมรแดง หรือฉายา " พี่ชายหมายเลข 1 " แต่นายพอล พล เสียชีวิตขณะซ่อนตัวอยู่ในป่าในกัมพูชา ตั้งแต่ปี 2541 / ตอนที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศเขมรแดง นายเอียงถูกระบุว่า ได้หลอกล่อให้ชาวกัมพูชาที่มีการศึกษาจำนวนมาก ที่อยู่ในต่างประเทศ ให้กลับไปช่วยฟื้นฟูประเทศชาติ แต่กลับถูกนำมาทรมาน และประหารชีวิต อันเป็นส่วนหนึ่งของการกวาดล้างพวกปัญญาชน

                            ชาวกัมพูชาจำนวนมาก ไม่พอใจการทำงานของศาลพิจารณาคดีเขมรแดง เนื่องจากเกรงว่าจำเลยที่เหลืออยู่จะเสียชีวิตเสียก่อนจะชดใช้ความผิดตามกระบวนการยุติธรรม / มีแกนนำเขมรแดงคนเดียว ที่ผ่านการพิจารณาดคีและถูกลงโทษจำคุกตลอดชีวิต คือ นายเค็ง เก็ก เอียบ หรือฉายา สหายดุจ อดีตผู้คุมเรือนจำโตน สะเลง หรือ เอส 26 ที่มีนักโทษหลายพันคนถูกทรมานและถูกประหารชีวิตอย่างทารุณ

                            นายเอียง สารี มีชื่อจริงว่า คิม ตรัง เชื่อว่า เกิดที่เวียดนาม เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2468 เคยเป็นนักศึกษาหัวรุนแรงสมัยเรียนที่วิทยาลัยศรีโสวัฒน์ ในกรุงพนมเปญ ก่อนจะจบการศึกษาเมื่อปี 2498 เขาได้ตั้งองค์การนักศึกษาชื่อ องค์การปลดปล่อยกัมพูชาจากอาณานิคมของฝรั่งเศส (Liberation of Cambodia from French Colonialism) และยังจัดการชุมนุมประท้วงของนักศึกษาเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศอีกด้วย

                            แต่พอถึงสิ้นทศวรรษ ที่ 1940 เขาได้รับทุนไปศึกษาต่อที่ฝรั่งเศส และที่นั่นทำให้เขาได้รู้จักกับลัทธิคอมมิวนิสต์ และกลายเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ของฝรั่งเศส ในปี 2494 และที่นั่นเขาได้พบกับนายซาลอต ซาร์ หรือ พอล พต และนายเขียว สัมพันธ์ หลังจากนั้น นายเอียงกับนายเขียว สัมพันธ์ ก็ร่วมกันก่อตั้งกลุ่มนักศึกษาเขมรนิยมมาร์กซิสต์ในกรุงปารีส ก่อนที่นายเอียงจะกลายเป็นน้องเขยนายพอล พต ด้วยการแต่งงานกับนางเอียง ทีฤทธิ์ น้องสาวนางพอล มารี ภรรยานายพอล พต

                            ปี 2500 นายเอียง สารี กลับกัมพูชา และเป็นอาจารย์สอนประวัติศาสตร์ของวิทยาลัยศรีโสวัฒน์และเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งกัมพูชา ก่อนจะทำงานใต้ดินกับพอล พต ภายใต้ชื่อกลุ่มเขมรแดง และเปลี่ยนชื่อ คิม ตรัง ที่เป็นภาษาเวียดนาม มาเป็นภาษาเขมรว่า เอียง สารี

                            ตอนที่เขมรแดงยึดอำนาจ เมื่อปี 2518 เขาได้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศ และได้ฉายา พี่ชายหมายเลข 3 ด้วย / เขาเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการก่อกรรมทำเข็ญต่อชาวกัมพูชาจำนวนมาก คำพูดและประกาศแต่ละครั้งของเขา พิสูจน์ว่า เขารู้เห็นทุกอย่างเกี่ยวกับการทรมานเพื่อให้เหยื่อสารภาพ และคำพูดของเขาก็บ่งชี้ว่า เขาสนับสนุนวิธีการดังกล่าว

                            นอกจากนี้ ยังมีสำเนาโทรเลขและข้อความอื่น ๆ ทุกฉบับ ที่ส่งถึงนายพอล พต ที่แสดงให้เห็นว่าเขมรแดงก่ออาชญากรรมต่อประชาชนกัมพูชาทั่วประเทศ โดยเฉพาะนายเอียง สารี ที่ถูกระบุว่า เป็นผู้รับผิดชอบค่ายล้างสมองหลายค่าย รวมทั้ง ค่าย บี 17 และบี 18 ในกัมปง จาม ทั้งยังเชื่อเขาเป็นผู้รับบัญชาทุกอย่างจากนายพอล พต ไปลงมือให้เห็นเป็นรูปธรรม รวมถึงการประหารชีวิตชาวกัมพูชาที่ถูกล่อลวงมาจากต่างประเทศ ภายใต้โครงการ ฟื้นฟูประเทศชาติ ที่กลายเป็นการกวาดล้างสังหารหมู่เหล่าปัญญาชนอย่างเป็นระบบ ที่เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2518

                            ตอนที่เวียดนาม ปกครองกัมพูชา เมื่อปี 2522 นายเอียง สารี หนีเข้าประเทศไทย และถูกศาลปฏิวัติประชาชนแห่งพนมเปญ ตัดสินประหารชีวิต โดยที่เจ้าตัวไม่ได้ไปขึ้นศาล ภายหลังเขาพยายามตั้งรัฐบาลผสมประชาธิปไตยกัมพูชา เมื่อปี 2525 และยกตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศให้นายเขียว สัมพันธ์ และยึดเมืองไพลิน เป็นที่มั่น โดยไม่ยอมรับรัฐบาลโดยชอบธรรมของกัมพูชา แต่พอถึงเดือนสิงหาคม ปี 2539 เขาผละจากเขมรแดง ไปหารัฐบาลพนมเปญ พร้อมกับผู้ติดตามอีก 1 หมื่นคน และขออำนาจกึ่งปกครองตนเองที่เมืองไพลิน ก่อนจะถูกนำจับในที่สุด

 

 

--------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)