ข่าว

กก.สมานฉันท์ฯตีกลับข้อเสนออนุปฏิรูปการเมือง

กก.สมานฉันท์ฯตีกลับข้อเสนออนุปฏิรูปการเมือง

02 มิ.ย. 2552

กก.สมานฉันท์ ตีกลับข้อเสนออนุปฏิรูปการเมือง ขอให้เพิ่มเติมปัญหาแต่ละประเด็น ให้ชัดพร้อมวิธีแก้ไข

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 2 มิ.ย.ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีนายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว. นนทบุรี ประธานคณะกรรมการ เป็นประธานการประชุม พิจารณาข้อเสนอของคณะอนุกรรมการปฏิรูปการเมือง โดยนายประเสริฐ ชิตพงศ์ ส.ว.สงขลา ประธานคณะอนุกรรมการ รายงานผลการศึกษา 4 ข้อ คือ

 1.โครงสร้างทางสังคมการเมืองและเศรษฐกิจตามรัฐธรรมนูญ 2.วัฒนธรรมทางการเมืองที่สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจ สังคมไทย 3.หลักกฎหมายที่เอื้อต่อการพัฒนาให้สังคมเป็นนิติรัฐ 4.บทบาททางการเมืองของภาคส่วนต่างๆที่สอดคล้องกับการส่งเสริมประชาธิปไตย โดยมีแนวทางดำเนินการ 3 แนวทาง คือ1.ให้มีการศึกษาโครงสร้างรัฐธรรมนูญและกฎหมายในประเด็นที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่เป็นธรรม และอาจนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญบางมาตรา 2.ให้มีองค์กรรับผิดชอบด้านเผยแพร่ความรู้ประชาธิปไตย 3.ควรมีการตั้งสภาปฏิรูปการเมืองแห่งประเทศไทย และกรณีต้องแก้รัฐธรรมนูญก็ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ

 ทั้งนี้ อาจแบ่งเป็นดำเนินการระยะสั้น 1 ปี ระยะกลาง 3 ปี และระยะยาว 5 ปี แล้วแต่ประเด็นและสาระที่ต้องแก้ไข โดยในระยะกลางและระยะยาวอาจเป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ

 “คณะอนุกรรมการเห็นว่า การปฏิรูปไม่ใช่มองแค่กฎหมายแต่ต้องปฏิรูปตัวบุคคลด้วย เพราะปัญหาความขัดแย้งล้วนเกิดจากตัวบุคคลทั้งสิ้น โดยเฉพาะบุคคลที่อยู่ในแวดวงการเมือง และเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาใช้อำนาจทางการเมือง หากได้บุคคลที่ไม่มีคุณธรรม เล่นพรรคเล่นพวก การแก้ไขปัญหาจะเป็นไปได้ยาก รวมถึงประเด็นความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ สังคม และจริยธรรมของนักการเมืองประกอบ โดยเฉพาะปัญหาระบบอุปถัมภ์และระบบพวกพ้อง การผูกขาดทางเศรษฐกิจ และควรดำเนินการตามลำดับคือ สร้างความสมานฉันท์ ปฏิรูปการเมือง แล้วจึงแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง” นายประเสริฐ กล่าว

 จากนั้นจึงเปิดให้กรรมการอภิปราย โดยส่วนใหญ่เป็นการเสนอรายละเอียดเพิ่มเติม อาทิ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กรรมการสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการเมืองไทย บางองค์กรก็ทำให้ดีขึ้น แต่บางองค์กรทำให้สภาพการเมืองแย่ลง อย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต. )มีข่าวอยู่บ่อยครั้งว่า เจ้าหน้าที่ภายในมีการทุจริตซื้อขายสำนวน หรือการตีความสำนวนของกกต.บางครั้ง เช่นกรณีการแจกผ้าห่มในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่สุราษฎร์ธานี จึงควรมีการตรวจสอบอำนาจของกกต.ได้ และที่มาของกรรมการองค์กรอิสระก็ควรยึดโยงกับประชาชน

 นอกจากนี้ มีประเด็นการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น การทำพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันทางการเมืองอย่างแท้จริง ให้มีประชาธิปไตยภายในพรรค การส่งเสริมให้ผู้ลงสมัครเลือกตั้งแข่งกันด้วยความดี ไม่ใช่เข้าตามมุ้ง หรืออยู่พรรคไหนก็ได้รับเลือกตั้ง ก็จะตกอยู่ใต้อิทธิพลของบุคคลใดหรือกลุ่มใด

 พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว.สรรหา ประธานคณะอนุกรรมการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่น กล่าวว่า ข้อเสนอที่ให้ตั้งสภาปฏิรูป ยังไม่เห็นโครงสร้างที่ชัดเจน และไม่รู้ว่ามีอำนาจบังคับแค่ไหน จึงควรกำหนดระยะเวลาศึกษา และอำนาจให้ชัดเจน เช่น อาจระบุว่า หลังจากแก้รัฐธรรมนูญบางประเด็นที่มีปัญหาก่อน หรือหลังเลือกตั้ง และเมื่อศึกษาแล้วจะให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ต้องระบุให้ชัด

 นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กรรมการ กล่าวว่า ต้องมองเรื่องการที่กองทัพไม่เป็นประชาธิปไตย และการออกมาทำลายประชาธิปไตยด้วย

 นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา พรรคเพื่อไทย รองประธานกรรมการสมานฉันท์ ฯ กล่าวว่า เรื่องกองทุนพัฒนาการเมือง ควรมีการกำหนดให้ชัดเจนเรื่องเงินทุนพัฒนาพรรคการเมือง เพราะมีหลายพรรคที่ไม่ยอมเอาเงินมาใช้ แต่เอาเงินไปบริหารจัดการไม่เหมาะสมหรือเก็บไว้กินดอกเบี้ย

 นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ที่ปรึกษาคณะกรรมการฯ กล่าวว่า เรื่องอำนาจองค์กรอิสระ เขาต่อสู้มาตั้งแต่สมัยรัฐธรรมนูญ 40 เพราะเป็นการให้อำนาจแบบไม่มีขอบเขต ลักษณะที่ “ทำไม่ได้ แล้วแต่ฉันจะใช้” เช่น กกต. 5 คน รับผิดชอบการเลือกตั้งทั่วประเทศ อยากถามว่า กรรมการรู้อะไรแค่ไหนในแต่ละพื้นที่ และไปตั้งกกต.จังหวัด กกต.เขตขึ้นมา หรือไปตั้งอนุกรรมการสอบสวน ไม่รู้ว่า เอามาจากไหน อยากฝากให้คณะอนุกรรมการฯ ไปสรุป โดยเฉพาะกรณีที่กกต.ปล่อยประกาศรับรองส.ส.และสอยภายหลังที่เกิดปัญหามาก และกรณีพรรคการเมืองที่บอกให้เป็นประชาธิปไตย ทุกอย่างอยู่ที่นักการเมือง เพราะวิวัฒนาการทางการเมืองเดี๋ยวนี้มันขายหน้า เพราะมีการขายตัว

 “นักการเมืองสมัยนี้ ผมอายเขาเพราะขายตัวกันเลยกลายเป็นแก๊ง พรรคหนึ่งไม่รู้มีกี่แก๊ง กี่ก๊วน ต่อรองเอาไอ้นี้กัน ไม่เคยคิดว่าบ้านเมืองจะกู้กันอย่างไร มีแต่เรื่องไม่พอใจกัน เดี๋ยวนี้หมอนวดยังจะอดตาย บ้านเมืองหากปล่อยกันอย่างนี้จะเห็นโลงศพกันเร็ว ๆ นี้” นายเสนาะ กล่าว

 นายเสนาะ กล่าวด้วยว่า เอกสิทธิ์ในการสังกัดพรรคก็มีปัญหาหากได้หัวหน้าดีก็ดีไป แต่ได้หัวหน้าเป็นโจรแล้วเป็นใหญ่เป็นโต เอาตรงนี้ไปล็อคผู้แทนฯ รัฐธรรมนูญเขียนกันไว้ผิดจารีตประเพณี ไปงานบุญก็ไม่ได้ เอาพวงหรีดไปวางก็ไม่ได้ทั้งที่เป็นศาสนาพุทธ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกรรมการอภิปรายนาน 3 ชั่วโมง ในที่สุดนายดิเรก สรุปว่า ให้คณะอนุกรรมการฯไปเพิ่มข้อเสนอให้ชัดเจน โดยกำหนดปัญหาในการปฏิรูปการเมืองให้ชัด และต้องบอกถึงวิธีการแก้ไขปัญหาว่าจะทำอย่างไร และรายงานคณะกรรมการสมานฉันท์อีกครั้งวันที่ 3 มิถุนายน เวลา 09.30 น.