
คมชัดลึกจัดถกสูญ...2ล้านล้าน?
คมชัดลึกจัดถกสูญ...2ล้านล้าน?
การกู้เงินของรัฐบาลมูลค่า 2 ล้านล้านบาท เพื่อทำอภิมหาโปรเจกท์กำลังเกิดข้อกังขาจากหลายฝ่าย เนื่องจากรัฐบาลมีความพยายามที่จะออกกฎหมายให้เป็น พ.ร.บ.เงินกู้ เพื่อให้เงินจำนวนดังกล่าวอยู่นอกงบประมาณ "คม ชัด ลึก" จัดเสวนา สูญ...2 ล้านล้าน? โดยนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สิ่งที่พรรคห่วงใยคือรัฐบาลชุดนี้พยายามกู้เงิน 2 ล้านล้าน ด้วยการออกเป็นกฎหมายโดยเฉพาะ ทั้งที่สามารถดำเนินการตามงบประมาณได้ตามปกติ จึงทำให้เกิดความสงสัยได้ในเรื่องความไม่โปร่งใสที่อาจเกิดความเสี่ยงต่อการทุจริตในการใช้โครงการต่างๆ ได้ โดยเฉพาะตัวร่าง พ.ร.บ. ที่กำหนดไว้เพียงลอยๆ ให้กระทรวงรับผิดชอบในการนำเงินไปใช้ในโครงการต่างๆ แต่ไม่ได้บอกว่า เอาไปทำอะไร และไม่มีภาพรวมของโครงการด้วย
ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และ ผอ.ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า เงินตรงนี้คงต้องกู้อยู่แล้ว แต่จะกู้แบบไหน เพราะรายได้ที่รัฐบาลจัดเก็บได้มันน้อยกว่ารายจ่าย จึงมีความจำเป็นต้องกู้ ส่วนรูปแบบของการกู้เงินหากผ่านจากงบประมาณจะมีความเป็นขั้นตอนมากกว่า แต่หากออกเป็น พ.ร.บ. จะเป็นภาพใหญ่ที่เราจะเห็นโครงการทั้งหมด และสามารถการันตีได้ว่า โครงการที่จะทำเกิดขึ้นแน่นอนภายใน 7 ปี แต่ข้อด้อยคือ การขาดความรัดกุมในการกลั่นกรองไม่เท่ากับการผูกพันด้วยงบประมาณ ซึ่งทางแก้ในข้อกังวลต่างๆ รัฐบาลควรทำรายละเอียดในแต่ละโครงการให้ชัดเจนมากขึ้น
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ ผอ.ฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า เรื่องการกู้เงินอาจจะมีมุมมองเหมือนอาจารย์อนุสรณ์ เพราะหากทำเป็น พ.ร.บ. จะได้เกิดภาพรวมที่กว้างมากกว่า แต่หากรัฐบาลจะกู้ควรไปกู้ต่างประเทศจะดีกว่า เราไม่ควรกู้ในประเทศ เพราะหากรัฐบาลดึงเงินมาเยอะอาจทำให้ดอกเบี้ยในประเทศสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น ตรงจุดนี้อาจจะเป็นทางอ้อมที่ทำให้เศรษฐกิจแย่ลง ส่วนตัวอยากเสนอแนะในข้อกังวลเรื่องการออก พ.ร.บ.นั้นมองว่าควรให้ฝ่ายค้านเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบมากขึ้น
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รอง ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า เหตุผลหลักจริงๆ ที่รัฐบาลต้องออกเป็น พ.ร.บ. เพราะประเทศไทยไม่มีการทำงบประมาณในลักษณะหลายปีติดต่อเหมือนกับต่างประเทศ จึงทำให้การลงทุนขนาดใหญ่ไม่เกิดขึ้นได้ แต่การออก พ.ร.บ. ทำให้สามารถดำเนินโครงการต่างๆ ได้ ไม่ว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนเป็นใคร ส่วนการกู้จะเป็นการกู้ในประเทศทั้งหมด การกู้ในประเทศปลอดภัยกว่าต่างประเทศ เพราะไม่ว่าค่าเงินจะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ยังเป็นเงินบาทอยู่ อีกทั้งหากกู้ต่างประเทศสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นแน่นอนคือ จะทำให้ค่าเงินบาทแข็งขึ้นมา นอกจากนี้ยังมีความผันผวนทางการเงินของโลกที่อาจเกิดการสวิงกลับมาได้



