ข่าว

รวบ'แก๊ง7ปีศาจ'ปล้นทรัพย์นิสิตจุฬาฯ

รวบ'แก๊ง7ปีศาจ'ปล้นทรัพย์นิสิตจุฬาฯ

13 มี.ค. 2556

รวบ 2 โจ๋ 'แก๊ง 7 ปีศาจ' ปล้นทรัพย์นิสิตจุฬาฯ เผยประวัติโชกโชนชิงทรัพย์-จยย.-ทำร้ายเจ้าทุกข์กว่า 60 คดี ก่อนนำไปขายย่านคลองหลอด แล้วแบ่งเงินกันไปเที่ยวเตร่

              เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 13 มีนาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.มานิต วงศ์สมบูรณ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 (ผบก.น.6) พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบก.น.6 พ.ต.ท.พนม เชื้อทอง รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.สัญชัย มาตรคำจันทร์ สว.สส.สน.ปทุมวัน และ ร.ต.อ.เพิ่มวุฒิ ประทุมราช สว.สส.สน.ยานนาวา ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายตี๋ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี และนายต๊ะ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาคดีปล้นทรัพย์นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นมีโอ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 สีแดงขาว ทะเบียน องป 350 กรุงเทพมหานคร และอุปกรณ์ที่ใช้ในการงัดแงะอีกหลายรายการ

               โดยจับกุมได้บริเวณซอยเจริญกรุง 107 แขวงบางโคล่ เขตบางคอมแหลม กรุงเทพฯ โดยมี รศ.ดร.บัญชา ชลาภิรมย์ ผู้อำนวยการศูนย์รักษาความปลอดภัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายกุลชาติ อุทัยวิชากุล อายุ 21 ปี นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และนิสิตคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ จำนวนหนึ่ง เดินทางมาร่วมแถลงข่าว และชี้ตัวผู้ต้องหา

               พล.ต.ต.วัลลภกล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายปล้นทรัพย์และทำร้ายร่างกายนิสิตจุฬาฯ อย่างโหดเหี้ยมจนมีการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กของสถาบัน เพื่อเตือนให้นิสิตคนอื่นๆ และประชาชนให้ระมัดระวังตัว ต่อมาฝ่ายสืบสวน สน.วัดพระยาไกร ได้จับกุมตัวนายตี๋ นายต๊ะ นายมีน (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี และนายปาย (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ขณะขี่รถจักรยานยนต์ด้วยท่าทางมีพิรุธ เมื่อเรียกตรวจค้นและตรวจสอบทะเบียนรถ พบว่าเป็นรถที่ลักมาจากพื้นที่ สภ.เมืองนนทบุรี และสน.ยานนาวา จึงนำตัวนายมีน และนายปาย ส่งดำเนินคดีที่ สภ.เมืองนนทบุรี จากนั้นนำนายตี๋และนายต๊ะไปดำเนินคดีที่ สน.ยานนาวา

               จากการสืบสวนขยายผลทราบว่า นายตี๋และนายต๊ะ ร่วมกับพวกอีก 6-7 คน ก่อเหตุปล้นทรัพย์และลักรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 60 ครั้ง เฉพาะเดือนธันวาคม 2555 ต่อเนื่องถึงเดือนมีนาคม 2556 โดยเฉพาะพื้นที่ สน.ยานนาวา ก่อเหตุประมาณ 50 ครั้ง ฝ่ายสืบสวนจึงประสานผู้เสียหายที่ถูกลักรถจักรยานยนต์ให้มาชี้ตัว นอกจากนี้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยังรับสารภาพว่าได้ร่วมกับนายมีนก่อเหตุปล้นทรัพย์นิสิตจุฬาฯ ตามที่เป็นข่าว ฝ่ายสืบสวน สน.ยานนาวา จึงประสานไปที่ สน.ปทุมวัน เพื่อทำการขยายผล ซึ่งนิสิตจุฬาฯ ได้ชี้ตัวยืนยันแล้วว่าผู้ต้องหาเป็นคนที่ก่อเหตุจริง เพราะจำหน้าได้

               ส่วนรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ทะเบียน งรก 41 นครราชสีมา ที่ใช้ก่อเหตุปล้นนิสิตจุฬาฯ เป็นรถที่ลักมาเช่นกัน แต่ผู้ต้องหาได้นำไปขายแล้ว เพราะสื่อนำเสนอข่าวทำให้ผู้ต้องหากลัวว่าจะถูกจับกุม ทั้งนี้ คดีดังกล่าวถือว่าเป็นความใส่ใจของตำรวจ หากไม่จับกุมในคดีลักรถจักรยานยนต์พร้อมทั้งตรวจสอบอย่างละเอียด อาจจะไม่สามารถขยายผลไปถึงคดีอื่นๆ ได้

               ด้าน พ.ต.ท.พนมระบุว่า แก๊งของผู้ต้องหามีสมาชิกหลัก 7 คน ใช้ชื่อแก๊งว่า “แก๊ง 7 ปีศาจ” มีพฤติกรรมโหดเหี้ยม ชิงทรัพย์ และทำร้ายเหยื่อ โดยเฉพาะผู้ชาย เนื่องจากนายตี๋มีภรรยาที่กำลังตั้งท้อง 6 เดือน จึงไม่เลือกเหยื่อที่เป็นผู้หญิง ส่วนทรัพย์สินที่ได้มาจะเอาไปขายย่านคลองหลอด แล้วนำเงินไปแบ่งกันเที่ยวเตร่ ทั้งนี้นายต๊ะทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่ที่ร้านอาหารในโรงแรมแห่งหนึ่ง แต่เงินไม่พอใช้ ส่วนนายตี๋อ้างว่าเตรียมเงินไว้ซื้อนมให้ลูกกิน

               นอกจากนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยังรับสารภาพว่า ร่วมกับสมาชิกในแก๊งก่อเหตุปล้นทรัพย์ในพื้นที่ สน.ปทุมวัน ทั้งหมด 6 คดี จึงแจ้งข้อหาปล้นทรัพย์และทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายสาหัส กับนายตี๋ และนายต๊ะ สำหรับนายมีนได้ให้ฝ่ายสืบสวนประสานไปยัง สภ.เมืองนนทบุรี เพื่ออายัดตัวในข้อหาเดียวกัน และออกหมายจับสมาชิกในแก๊งที่ร่วมกันก่อเหตุในพื้นที่ปทุมวันอีก 2 คน

               "แนวทางการสืบสวนพบว่า น่าจะมีผู้ร่วมก่อเหตุมากกว่า 7 คน โดยแยกกันทำในพื้นที่ต่างๆ ทุกครั้งที่ก่อเหตุไม่ได้ไปด้วยกันทั้งหมด ต่างกรรมต่างวาระกัน ซึ่งฝ่ายสืบสวนจะเร่งติดตามจับกุมตัวให้ได้ทั้งหมดโดยเร็ว หากผู้เสียหายรายใดพบว่าเคยถูกผู้ต้องหากลุ่มนี้ก่อเหตุให้เดินทางมาชี้ตัวเพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา" พ.ต.ท.พนมกล่าว

               ขณะที่ นายกุลชาติ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยืนรอรถเมล์เพื่อเดินทางกลับบ้าน ระหว่างนั้นถือโทรศัพท์มือถืออยู่ด้วย กระทั่งที่ป้ายรถเมล์มีเพียงตนคนเดียว กลุ่มผู้ต้องหา 3 คน ได้ขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศรมาจอดตรงหน้า บอกว่า “เอามือถือมา” จึงรีบเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกง ทำให้คนร้ายทั้งสามวิ่งเข้ามาล็อกคอ และรุมทำร้ายร่างกายจนลงไปนอนกองกับพื้น ใช้เวลาประมาณ 2 นาที แม้จะพยายามตะโกนเรียก รปภ.และคนอื่นๆ ให้ช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครได้ยิน จากนั้นคนร้ายได้หลบหนีไป กระทั่งมีอาจารย์จากคณะศิลปกรรมผ่านมาเห็นและพาไปส่งโรงพยาบาลจุฬาฯ

               "ผมอยากฝากไปถึงนิสิตจุฬาฯ ทุกคน รวมถึงประชาชนให้ระมัดระวัง อย่านำทรัพย์สินขึ้นมาถือขณะที่ยืนอยู่คนเดียว และอยากฝากถึง กทม.  ให้ช่วยเอาป้ายโฆษณาบริเวณป้ายรถเมล์ออก เนื่องจากบดบังแสงสว่างที่จะส่องมาถึงและบังจุดที่ รปภ.รวมถึงนิสิตคณะนิเทศศาสตร์ จะสามารถเห็นเหตุการณ์ได้ หากไม่มีป้ายดังกล่าวบังอยู่ วันนั้นอาจจะมีคนมาช่วยทันก็ได้" นายกุลชาติกล่าว

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รศ.ดร.บัญชา และนายกุลชาติ ได้มอบกระเช้าดอกไม้ให้แก่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เพื่อเป็นการขอบคุณที่เร่งรัดคดี และช่วยกันสืบสวนจนสามารถติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้