ข่าว

'อุ๊-หฤทัย'...ในวันที่ไม่มี'แว้น'

'อุ๊-หฤทัย'...ในวันที่ไม่มี'แว้น'

14 มี.ค. 2556

'อุ๊-หฤทัย'...ในวันที่ไม่มี'แว้น' ชีวิตใหม่สงบง่ายงามริมคลอง : เบญจภรณ์ อำไพรัตนพลรายงาน

               จากปัญหาเรื้อรังของวิถีชีวิตคนในเมืองหลวงที่เกิดขึ้นมานาน แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง หากนักร้องสาวรุ่นใหญ่ "อุ๊" หฤทัย ม่วงบุญศรี ที่ควบตำแหน่งสมาชิกสภาเขตพระโขนง (ส.ข.) สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ออกมาพูดถึงสถานการณ์ "เด็กแว้นซิ่งป่วนเมือง" ในย่านตึกแถวริมถนนพระราม 4 บริเวณเชิงสะพานไทย-เบลเยี่ยม ฝั่งตรงข้ามสนามมวยลุมพินี ที่ใช้เป็นบ้านอยู่อาศัย และหน้าร้านผลิตกางเกงมวยขายส่ง "ลุมพินีช็อป" ธุรกิจครอบครัวที่เธอกับสามี หรือ นายสมโชค สุทธิโสม ช่วยกันทำมานานหลายปี
 
               กระทั่งเกิดสภาวะจำยอม เพราะ "กลุ่มเด็กแว้น" สร้างมลพิษทางเสียงอย่างรุนแรง จนเธอต้องหอบลูกชาย "น้องคุณ" หรือ ด.ช.พุทธคุณ สุทธิโสม วัย 11 เดือน หนีจากอาการนอนผวาและสะดุ้งตื่นทุกคืน จากปัญหาเล็กๆ ที่หลายคนมองข้ามไป อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อให้เกิด "อาชญากรรม" จากการทะเลาะวิวาทในอนาคต
 
               การตัดสินใจเลือกซื้อบ้านร้างในหมู่บ้าน "คาริเบียน" ย่านถนนฉลองกรุง ลาดกระบัง กรุงเทพฯ เมื่อประมาณเดือนสิงหาคม 2555 เพื่อนำมาปรับปรุงใหม่ ไว้สำหรับเป็นที่อยู่อาศัยอย่างถาวร ทดแทนการต้องอยู่อย่าง "อดทน" กับเสียง "แว้นๆๆๆ" จากทอไอเสียของรถมอเตอร์ไซค์ปรับแต่งตามสไตล์สิงห์นักบิด ที่เธอทราบภายหลังจากการบอกเล่าของเพื่อนบ้านว่า เป็นเด็กส่วนหนึ่งจากชุมชนย่านบ่อนไก่ แต่ไม่สามารถรู้ได้ว่า รถมอเตอร์ไซค์ของเด็กแว้นจำนวนมากกว่า 300 คันนั้น มาจากแหล่งใดบ้าง เพราะบริเวณบ้านเดิมที่เธออยู่เหมือนเป็นทางผ่านที่ขาแว้นทั้งหลายใช้รวมตัว เพื่อมากลับรถที่เชิงสะพานไทย-เบลเยี่ยม
 
               "ชาวบ้านแถวนั้นต้องใช้ความอดทนในการอยู่อาศัยสูง มีเหตุการณ์หนึ่งที่อุ๊จำได้ดี คืนหนึ่งขณะที่เด็กแว้นกำลังออกซิ่งป่วนเมือง มีคุณลุงคนหนึ่งขี่มอเตอร์ไซค์มาปกติบนถนน แต่รถของคุณลุงเสีย เลยจำเป็นที่คุณลุงต้องเข็นมอเตอร์ไซด์มาจอดรถหน้าสนามมวยลุมพินี กลุ่มเด็กแว้นยังพยายามจะยกเท้าถีบมอเตอร์ไซค์ของคุณลุงให้ล้มลง จนโดนคุณลุงดุด่า เพราะสุดจะทน แต่แก๊งเด็กแว้นยังพยายามเข้ามาป่วนต่อ กระทั่งคุณลุงเลยต้องยกปืนขึ้นมาขู่ เท่านั้นแหละแว้นวงแตก สถานการณ์แบบนี้ก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท เพราะต้องเข้าใจว่า เด็กพวกนี้มีทั้งไม้ ทั้งปืน แต่วันนั้นคุณลุงอาจจะโชคดี" อุ๊เล่าเสียงเรียบ
 
               นักร้องดังบอกอีกว่า ไม่เคยแจ้งตำรวจ หรือร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหานี้ แต่เคยไปพูดในงานแถลงข่าวคอนเสิร์ตครั้งหนึ่งว่า ย้ายบ้านแล้ว ทำให้ลูกชายนอนหลับสบายวันละ 10 ชั่วโมง จนกลายเป็นประเด็นขึ้นมา เพราะรู้ดีว่า การมีบ้านอยู่ใจกลางเมือง ปัญหาเหล่านี้อาจเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องแลกกับการทำมาหากินในธุรกิจครอบครัว
 
               เสียงโหวกเหวกตะโกนด่าเด็กแว้นกลางดึก จากหน้าบ้านเป็นเรื่องธรรมดา สำหรับคนในละแวกนั้น ไม่เว้นแม้แต่ "แม่" ของนักร้องสาวรุ่นใหญ่เอง ที่ต้องเป็นคนมายืนตะโกนต่อว่า "เด็กแว้น" เธอไม่อยากให้นับว่าเป็น "ปัญหา" แต่อยากให้คนในสังคมเร่งสร้างค่านิยมใหม่ว่า หากมี "เด็กแว้น" จะเท่ากับเกิด "ความน่ารังเกียจ" ขึ้นในสังคม เพราะมองว่า ค่านิยมนี้ อาจจะทำให้เด็กพวกนี้ลดน้อยลง เฉกเช่นการจัดระเบียบสถานที่สูบบุรี่ หรือ โครงการตาวิเศษ เพื่อรณรงค์ให้คนทิ้งขณะเป็นที่เป็นทางในอดีต ที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จ
 
               "ตกกลางคืนลำพังตัวอุ๊กับสามีคงไม่เป็นไร แต่พอเรามีลูก เราต้องมานั่งทนฟังเสียงลูกสะดุ้งตื่นนอนขึ้นมาร้องไห้ทุกคืน เพราะเสียงแว้นมอเตอร์ไซค์ และกว่าเราจะกล่อมให้เขานอนหลับได้อีกครั้ง สามีอุ๊ต้องอุ้มลูกเดินกล่อมเป็นชั่วโมง มันทำให้เราทุกข์ใจมาก เด็กที่นอนไม่เต็มอิ่มจะงอแง แล้วพอเขาป่วยจะหายยาก เพราะเขาไม่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ"
 
               ด้วยสัญชาตญาณของความเป็นแม่ที่อัดแน่นเต็มอก อุ๊จึงตัดสินใจเลือก "ความสุขของลูก" มากกว่าที่จะ "กลัวอันตราย" จากการที่เธอกล้าออกมาเปิดเผยถึงปัญหาดังกล่าว เนื่องจากมีรายงานว่า หนึ่งในกลุ่มของเด็กแว้นในย่านนั้น มีลูกของเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือผู้มีอิทธิพลรวมอยู่ด้วย
 
               "อุ๊ไม่รู้ว่าจะมีลูกของผู้มีอิทธิพล หรือใครอยู่ในเด็กกลุ่มนั้นหรือเปล่า เพราะกลุ่มแว้นมีจำนวนเยอะมาก แต่ไม่ว่าจะเป็นลูกของผู้มีอิทธิพลคนใดก็ตาม คงไม่อาจอยู่เหนือบทลงโทษทางกฎหมายไปได้ เพราะไม่มีใครสามารถอยู่เหนือกฎหมายได้ การที่ย้ายบ้านหนีก็เพื่อหาความสงบสุขสันติ อย่าถามว่าอุ๊กลัวหรือเปล่า เราไม่กลัวเลยสักนิด อยากรู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใคร เพราะหัวอกคนเป็นพ่อแม่คงอยากให้ลูกมีสติปัญญาที่ดี และมีทักษะความสามารถในทางสร้างสรรค์ อุ๊ไม่เชื่อว่าพ่อแม่เขาจะให้การสนับสนุนให้ลูกกระทำอย่างนี้"
 
               นักร้องสาวรุ่นใหญ่ เล่าต่อว่า ไม่อยากกล่าวโทษเด็ก หากจะหาว่าใครเป็นคนผิดในเรื่องนี้ คงต้องกล่าวโทษ "พ่อแม่" เพราะเด็กจะมีเงินซื้อมามอเตอร์ไซค์ได้อย่างไร ถ้าไม่ขอเงินจากผู้ปกครอง ก่อนที่พ่อแม่จะตัดสินใจให้เงินลูก ควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่า สิ่งที่ลูกจะทำเหมาะสมหรือไม่!!
 
               เมื่อมรสุมชีวิตผ่านพ้นไป พร้อมกับการย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ได้ประมาณ 1 เดือน คุณภาพชีวิตของนักร้องสาวรุ่นใหญ่กับ "น้องคุณ" ลูกชาย ที่ในวันนี้อายุ 1 ขวบ ดีขึ้นจนเป็นที่น่าพอใจ ความเงียบสงบร่มรื่นในหมู่บ้านย่านถนนฉลองกรุง ทำให้น้องคุณนอนหลับสบายตั้งแต่ 2 ทุ่มจนถึง 6 โมงเช้า มีอารมณ์ร่าเริงแจ่มใส
 
               จากนี้ไปเด็กชายตัวน้อยจะเติบโตในบริเวณบ้านที่มีธรรมชาติล้อมรอบ หลังบ้านติดริมคลองน้ำใสสะอาด ที่ยังมีเรือขายของ อันเป็นวิถีชีวิตชาวบ้านสมัยก่อน ผสมผสานกับความสมัยใหม่เข้าไปได้อย่างลงตัว เธอไม่คาดหวังว่า "น้องคุณ" จะต้องเติบโตขึ้นมาเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงเหมือนเธอ เพียงแต่คาดหวังให้เขาเป็น "คนดี" และไม่มีพฤติกรรมที่น่ารังเกียจเฉกเช่น "เด็กแว้น"

.................

 

(หมายเหตุ : 'อุ๊-หฤทัย'...ในวันที่ไม่มี'แว้น' ชีวิตใหม่สงบง่ายงามริมคลอง : เบญจภรณ์ อำไพรัตนพลรายงาน)