ข่าว

โจ๋ยกพวกลุยร.ร.บริบาลเจอข้อหา'ซ่องโจร'

โจ๋ยกพวกลุยร.ร.บริบาลเจอข้อหา'ซ่องโจร'

12 มี.ค. 2556

ตร.บุรีรัมย์ฟันข้อหาหนัก'ซ่องโจร'โจ๋ยกพวกลุยสถานบริบาล ไล่ล่ากลุ่มที่ยังหนีรอด ส่วนคนถูกจับเปิดปากสารภาพรับจ้างจากเจ้าของอู่ซ่อมรถ ให้ก่อกวนค่าเหนื่อย 1 พันบาท

              12 มี.ค.56 พ.ต.อ.วิรัตน์   ถาดทอง รองผู้การตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ให้ดูแลรับผิดชอบคดีกลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 คน ที่สวมหมวกไหมพรมร่วมกันใช้อาวุธมีด พยายามจะบุกทำร้ายผู้อำนวยการโรงเรียนบุรีรัมย์การบริบาล เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา อย่างอุกอาจ ทั้งนี้ ตำรวจ ได้นำตัวนายโสภณ การะสิรัมย์  อายุ 32 ปี  คนขับรถยนต์มิตซูบิชิ  ไทรทัน สีขาว หมายเลขทะเบียน บพ - 2314 บุรีรัมย์  ที่พาวัยรุ่นผู้ก่อเหตุที่ถูก รปภ.ของโรงเรียน  ยิงสวนจนได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการจับกุมตัวได้ที่หน้าโรงพยาบาล พร้อมเยาวชนอายุ 16 ปีที่ร่วมก่อเหตุอีก 1 คน มาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อหาตัวผู้บงการหรือจ้างวานทำร้าย ผอ.โรงเรียน แต่เบื้องต้นนายโสภณ  ยังให้การปฏิเสธ ส่วนวัยรุ่นที่ก่อเหตุได้ซัดทอดว่า ได้รับการจ้างวานจากเจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดคนละ 1,000 บาทให้มาก่อกวนและข่มขู่โรงเรียนดังกล่าว ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายเรียกเจ้าของอู่มาสอบปากคำและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

                พ.ต.อ.วิรัตน์   กล่าวต่อา จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเบื้องต้นมีวัยรุ่นที่ร่วมก่อเหตุ 13 คน ในจำนวนนี้ได้รับบาดเจ็บและรักษาตัวอยู่ที่ รพ. 3 ราย เสียชีวิต 1 ราย และถูกควบคุมตัวที่โรงพัก 2 ราย ส่วนที่เหลือกำลังอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว จากการสอบปากคำเบื้องต้นทราบว่ามีการนัดวางแผนที่อู่ซ่อมรถก่อนลงมือก่อเหตุ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา "ซ่องโจร" เพิ่มเติม เพราะมีการสมคบคิดกันเกินกว่า 5 คนเพื่อกระทำความผิด  จากที่ก่อนหน้านี้ได้แจ้งข้อหา"ร่วมกับบุกรุกเคหะสถานโดยมีอาวุธ" ส่วนผู้ก่อเหตุที่เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี พนักงานสอบสวนจะได้นำตัวส่งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนตามกระบวนการของกฎหมาย   แต่หากคนใดให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีก็จะกันตัวไว้เป็นพยาน

                ส่วนนายขวัญฟ้า   ศรีน่ารัก   เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ที่ใช้อาวุธปืนยิงกลุ่มวัยรุ่น  ที่จะเข้ามาทำร้าย ผอ.  ที่ถูกแจ้งข้อหา "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครอง" นั้น  ขณะนี้ได้ยื่นขอประกันตัวแล้ว

                พ.ต.อ.วิรัตน์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับชนวนเหตุในการจ้างวานกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุอุกอาจในครั้งนี้ ยังพุ่งเป้าไปที่ความขัดแย้งเรื่องธุรกิจสถานบริบาล ทั้งนี้จากการตั้งข้อสังเกตถึงวิธีการของผู้จ้างวาน ที่เลือกเยาวชนเป็นผู้ลงมือก่อเหตุนั้น   เพราะชักจูงง่าย และไม่ได้บอกเป้าหมายที่แท้จริง  เพียงบอกให้ไปก่อกวน ข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัวเท่านั้น

                ขณะที่โรงเรียนบุรีรัมย์การบริบาล  หลังเกิดเหตุการณ์อุกอาจขึ้น ยังเปิดทำการเรียนการสอนตามปกติ ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทางกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด   ได้จัดกำลังผลัดเปลี่ยนมาคอยดูแลเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นซ้ำอีก

 

คุมตัวโจ๋บุก รร.การบริบาลทำแผน

                พ.ต.อ.พงษ์พัฒน์  ภัทรศรีวงษ์ชัย ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์  พร้อมด้วย พ.ต.ท.อนิรุทธิ์ ผดุงดี สารวัตรเวร สภ.เมือง เจ้าของคดี  ได้นำตัวนายโสภณ การะสิรัมย์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 8 บ้านพลวงน้อย ต.สนวน อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ คนขับรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน พลัส สีขาว หมายเลขทะเบียน บพ 2314 บุรีรัมย์ นำคนบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล แต่ถูกจับกุมตัวพร้อมกับ นายแท็ป (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ชาว อ.เมือง จ.นครราชสีมา มาสอบปากคำเพิ่มเติม

                นายโสภณ ให้การว่า ทำงานเป็นลูกจ้างอู่ซ่อมรถยนต์แห่งหนึ่งอยู่ที่ ต.สวายจีก อ.เมืองบุรีรัมย์ หลังจากเข้ามาที่ทำงานเมื่อเวลาประมาณ 08.45 น.เศษ ของวันที่ 11 มี.ค.56 เจ้าของอู่โทรศัพท์มาแจ้งว่าให้ตนขับรถยนต์เก๋งตามไปกับลูกชายที่ขับรถยนต์ปาเจโร่ ไปตามเส้นทางสายบุรีรัมย์-นางรอง จนกระทั่งถึงแยกบ้านกระสัง ต.กระสัง อ.เมือง ได้พบเจ้าของอู่ฯ ซึ่งขับรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน พลัส สีขาว หมายเลขทะเบียน บพ 2314 บุรีรัมย์ จอดรออยู่ก่อนแล้ว จากนั้นเจ้าของอู่ได้เปลี่ยนให้ตนไปขับรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน พลัส แทน พร้อมกับนำคนบาดเจ็บที่อยู่ในรถยนต์ปาเจโร่ ของลูกชายเจ้าของอู่มาอยู่ในรถยนต์ ก่อนที่ตนจะขับมาส่งโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ และถูกตำรวจจับกุมดังกล่าว เหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นยืนยันไม่มีส่วนรู้เห็น ที่ทำลงไปเพราะเจ้าของอู่ และลูกชายที่ตนทำงานด้วยเป็นคนสั่งให้ทำ

                ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.พงษ์พัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ พร้อมพนักงานสอบสวน ได้นำตัวนายแท็ป (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี เข้าทำการตรวจค้นห้องพักที่อู่ซ่อมสีรถยนต์แห่งหนึ่ง เลขที่ 99/1 ถนนสายบุรีรัมย์-กระสัง-สุรินทร์ บ้านห้วยลึก ต.สวายจีก อ.เมือง เพื่อหาหลักฐานตามคำให้การของผู้ต้องหาที่อ้างว่าก่อนวันก่อเหตุได้เดินทางมาจาก จ.นครราชสีมา โดยสารรถไฟ มาพร้อมกับเพื่อนอีก 4 คน ได้มาพักอาศัยที่ห้องดังกล่าว ซึ่งมีวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่งรออยู่แล้วและใช้เป็นสถานที่ในการวางแผนก่อนจะพากันใช้อาวุธมีดไปก่อเหตุอุกอาจ

                จากการตรวจค้นภายในห้อง พบตั๋วรถไฟที่เดินทางมาจากจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 4 ใบซึ่งตรงกับคำให้การ และขวดน้ำที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

                นอกจากนี้ยังได้ตรวจค้นอู่ซ่อมและเคาะพ่นสีรถยนต์อีกแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ได้อายัดเครื่องคอมพิวเตอร์ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลัง 2 วันก่อนเกิดเหตุ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดีดังกล่าวด้วย

                พ.ต.อ.วิรัตน์ กล่าวต่อว่า เยาวชนที่ร่วมก่อเหตุครั้งนี้ มีประมาณ 13 คน ขอฝากถึงผู้ปกครองให้นำบุตรหลานมามอบตัวที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ทางตำรวจจะให้ความเป็นธรรม เพราะเยาวชนเหล่านี้อายุต่ำกว่า 18 ปี อาจจะไม่รู้เรื่อง เขาชักชวนก็พากันมาร่วมก่อเหตุ ทางพนักงานสอบสวนจะได้นำตัวส่งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนตามกระบวนการของกฎหมาย แต่หากคนใดให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีก็จะกันตัวไว้เป็นพยาน

                ส่วนพยานหลักฐานตอนนี้ก็มีพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งเจ้าของโรงเรียน เจ้าหน้าที่ ผู้ปกครอง และนักเรียนเป็นจำนวนมาก พฤติการณ์ของการก่อเหตุ เพื่อต้องการให้โรงเรียนแห่งนี้ปิดตัวลง จึงนำคนมาก่อกวน สร้างความหวาดระแวงให้ผู้ปกครองที่จะไม่ส่งบุตรหลานเข้ามาเรียน ซึ่งเรื่องนี้คงยอมไม่ได้ เพราะเป็นคดีสะเทือนขวัญอยู่ในความสนใจของประชาชนทั่วประเทศ ตนจะลงมาควบคุมคดีนี้ด้วยตัวเอง เพื่อดำเนินการสอบสวนดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด

                ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ส่วนผู้ต้องหา 3 คนที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ยังคงนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ขณะที่ บรรยากาศที่โรงเรียนบุรีรัมย์การบริบาล หลังเกิดเหตุการณ์อุกอาจขึ้น ยังคงเปิดทำการเรียนการสอนตามปกติ ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้จัดกำลังผลัดเปลี่ยนมาคอยดูแล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นซ้ำอีก