
'นายกฯ'ปัดพี่ชายกดดันลุยนิรโทษ
'นายกฯ'ไม่หวั่นปมนิรโทษกรรมกระทบบริหารประเทศ ยันอำนาจปรับครม.อยู่ในมือ ระบุถ้ามีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบ
12 มี.ค.56 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายวรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ยืนยันเดินหน้าผลักดันเรื่อง พรบ.นิรโทษกรรม รวมถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สไกป์มายังที่ประชุมพรรคเพื่อไทยครั้งล่าสุดเเละส่งสัญญาณให้เดินหน้าเรื่องดังกล่าวว่า คงต้องขออนุญาตเรียนคำตอบเดิมว่า เรื่องการออกพระราชบัญญัติเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งตอนนี้ทราบว่ามีหลายฉบับ คงต้องให้ทางวิปทั้ง 3 ฝ่ายไปตกลงกันในรายละเอียดว่าจะอย่างไรต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ สไกป์ว่าฝ่ายบริหารประเทศไม่ควรบริหารประเทศอย่างเดียว โดยไม่สนใจเรื่องการเมือง และเห็นว่าการบริหารประเทศกับการเมืองต้องเดินไปด้วยกันเพื่อความสมดุล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรียนว่าการบริหารประเทศกับการเมืองยืนยันว่าเป็นของคู่กัน แต่ไม่ได้บอกว่าการบริหารทางการเมืองจะเกี่ยวข้องกับการร่างนโยบาย หรือ พรบ.ใดๆ เพราะเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งต้องเรียนว่าฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติต่างกัน โดยหน้าที่ฝ่ายบริหารมีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน คือ เศรษฐกิจ ในแง่ของการเมือง คือ การที่ทำอย่างไรให้ประชาชนคนไทยมีความสงบและมีความรักความสามัคคี ปรองดอง นี่คือเรื่องของการเมือง
เมื่อถามว่า ได้สอบถามไปทางคณะกรรมการกฤษฎีกาถึงความคืบหน้าที่ให้ไปดูรายละเอียดในข้อกฎหมาย เกี่ยวกับเรื่อง พรบ.ปรองดอง และ พรก.นิรโทษกรรมหรือยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ได้ให้ฝ่ายเลขาฯติดตามอยู่ แต่ยังไม่ได้รับรายงานจากทางเลขากฤษฎีกา เมื่อถามว่า เรื่องการเดินหน้า พรบ.ปรองดอง ถูก พ.ต.ท.ทักษิณ กดดันหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธว่า “ไม่หรอกค่ะ ทุกอย่างจริงๆแล้วต้องเรียนว่า เราอยากเห็นพี่น้องประชาชนมีทางออก และเราเห็นใจกับผู้ที่ประสบปัญหาต่างๆ ซึ่งเราเองอยากให้มีการพูดคุยกันเพื่อหาทางออก เพราะวันนี้มีหลายอย่างที่จะทำให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า ทั้งนี้ไม่ว่า จะเป็นเรื่อง พรบ.ปรองดอง การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติที่จะพูดคุยกันต่อไป ที่สำคัญพูดคุยอย่างไรให้มีทางออกด้วย”
เมื่อถามว่า เมื่อเดินหน้าเรื่องเหล่านี้ทีไรก็เจอกับดักเป็นการกระทบกับการบริหารประเทศของนายกรัฐมนตรีหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่กระทบ งานบริหารประเทศก็เดินไป อย่างที่เรียนตราบใดที่การพูดคุยกันทางการเมืองยังอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย และอยู่ในความสงบ เราก็สามารถที่จะเดินหน้าได้ ก็ต้องเรียนว่า เราเองอยากเห็นเวทีที่มีการพูดคุยกัน เพื่อให้มีทางออก แต่ก็ไม่อยากเห็นการใช้ความรุนแรง ฉะนั้นการพูดคุยกันเพื่อให้เกิดทางออกก็เป็นสิ่งที่ดี และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหลายๆภาคส่วน และทุกส่วนที่เกี่ยวข้องก็เป็นสิ่งที่ควรจะสนับสนุน เมื่อถามว่า แสดงว่านายกฯไม่หวั่นว่าจะกระทบกับการบริหารประเทศ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่หวั่น
ยันอำนาจปรับครม.อยู่ที่"ยิ่งลักษณ์" ระบุถ้ามีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) หลังจากที่พรรคชาติไทยพัฒนายื่นรายชื่อมานานแล้วว่า ถ้ามีความคืบหน้าแล้วจะแจ้งให้ทราบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งครม.หลายคนจริงเท็จแค่ไหน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า กระแสข่าวไหนยังไม่เคยได้ยินเลย เมื่อถามย้ำว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้ยิน หรือไม่ได้ทำเองในเรื่องการปรับ ครม. น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่ได้ยิน เพราะทุกอย่างอยู่ที่ตน จึงได้ถามว่ากระแสข่าวมาจากไหน เพราะตนยังไม่ได้ให้ข้อมูลใครเลย
เมื่อถามว่า ทำไมยังไม่ปรับติดขัดปัญหาอะไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “เดี๋ยวก็ปรับอยู่แล้ว แต่คงต้องดูว่าจะปรับเมื่อไหร่ ก็ยังไม่ได้เตรียมตัว”



