
เคล็ดลับเถ้าแก่ยุคดิจิตอล
เล่าสู่กันฟัง : เคล็ดลับเถ้าแก่ยุคดิจิตอล : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปฟังนักธุรกิจรุ่นใหม่ คือ คุณชัยยงค์ คชพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เห็ดทอดนาโหนด ฟู้ดส์ จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์เห็ดทอดนาโหนด และคุณไกรเสริม โตทับเที่ยง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บมจ.ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล ทายาทรุ่น 2 ของผลิตภัณฑ์ “ปุ้มปุ้ย” ถ่ายทอด “เคล็ดลับการเป็นเถ้าแก่ยุคใหม่” ในงานสัมมนา “ทำโชห่วยให้รวยอย่างยั่งยืน” ที่ จ.สุราษฎร์ธานี จึงสรุปสาระสำคัญมา “เล่าสู่กันฟัง”
คุณชัยยงค์ คชพันธ์ เจ้าของผลิตภัณฑ์เห็ดทอดนาโหนด เล่าว่า เนื่องจากที่บ้านเชี่ยวชาญด้านการปลูกเห็ดมากว่า 30 ปี จึงทดลองนำมาชุบแป้งทอดขาย แรกๆ เห็ดทอดอาจยังไม่อร่อยมาก เลยลองปรับสูตรให้อร่อยขึ้น ทอดขายอยู่ข้างบ้าน พอขายดีก็สร้างโรงงาน พยายามทำให้สินค้ามีประโยชน์ควบคู่กับความอร่อย และสามารถขายได้ทั้งปี จึงออกมาเป็นผักเทมปุระ จากการเป็นคนที่ขายสินค้าเอง ติดต่อลูกค้าเอง วิ่งหาตลาดเอง ยอดขายก็เลยดีขึ้น จากนั้นไปติดต่อขอวางขายที่ร้านสะดวกซื้อ ทำให้ได้รับผลตอบรับดีมาก ปลายปี 2555 จึงได้ออกแบรนด์ Hello Veggie เป็นผักหลากหลายชนิดที่ไม่ใช่แค่เห็ดทอด
ดังนั้น ตลาดของคุณชัยยงค์จึงมีทั้งที่เป็นของฝากคือเห็ดทอดนาโหนด และที่เป็นสแน็คคือแบรนด์ Hello Veggie ซึ่งวางตำแหน่งทางการตลาดเป็นสแน็คเพื่อสุขภาพ เจาะกลุ่มวัยรุ่นและผู้รักสุขภาพ ใช้กลยุทธ์แจกชิม มีการออกบูธตามงานต่างๆ และเน้นว่ามีขายที่ร้านสะดวกซื้อ ในขณะที่เห็ดทอดนาโหนด วางตำแหน่งทางการตลาดว่าเป็นของฝาก เน้นทำการตลาดกับร้านขายของฝาก ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมามียอดขายทั้งหมดรวมกันประมาณ 30 ล้านบาท และปีนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 60 ล้านบาท
คุณไกรเสริม โตทับเที่ยง ทายาทรุ่น 2 ของผลิตภัณฑ์ปุ้มปุ้ย-ปลายิ้ม เล่าว่า ปัจจุบันตลาดปลากระป๋องปรุงรสเติบโตขึ้นมาก สาเหตุที่ทำให้ “ปุ้มปุ้ย”เป็นอันดับ 1 และอยู่มาได้กว่า 30 ปี เพราะมีการปรับปรุงและพัฒนารสชาติอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในแต่ละตลาด เคล็ดลับสำคัญของปุ้มปุ้ยคือ ต้องรู้จักเรียนรู้ว่าตลาดแต่ละแห่งเป็นอย่างไร คุยกับคนที่ขายสินค้าและคนที่บริโภคสินค้า แล้วนำความเห็นมาปรับปรุงพัฒนา ตอนนี้มีหอยลายอบกรอบที่เป็นสแน็ค สามารถรับประทานได้ทุกโอกาส กระจายความเป็นแบรนด์ปุ้มปุ้ยออกไปได้ไกล
และได้พูดถึงการรับช่วงธุรกิจปุ้มปุ้ยต่อจากรุ่นพ่อว่า ต้องรักษาคุณภาพเดิมไว้ให้ได้ และต้องทำให้ดีขึ้น บนมาตรฐานที่สูงขึ้นกว่าเดิม ซึ่งการรักษาความจงรักภักดีของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ถือเป็นเรื่องสำคัญ หากมีปัญหาขึ้นมาลูกค้าก็พร้อมจะเปลี่ยนทันที ดังนั้น จึงต้องใช้วิธีการตอบแทนลูกค้าหลายรูปแบบ เช่น การจัดโปรโมชั่น หรือกิจกรรมเพื่อสังคม เป็นต้น ในปี 2556 นี้ คาดว่ายอดขายในประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,400 ล้านบาท และยอดขายต่างประเทศยังคงอยู่ที่ 200 ล้านบาทเท่าเดิม หากมองในอีก 5 ปีข้างหน้า ตั้งเป้าไว้ว่าปุ้มปุ้ยต้องเป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในอาเซียน และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากที่สุด
นี่คือบทสรุปเคล็ดลับการเป็นเถ้าแก่ยุคใหม่ที่ประสบความสำเร็จจากการเริ่มต้นด้วยความคิด และสิ้นสุดที่การลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง วันนี้เพียงแค่ตัดสินใจทำ คำว่า “เถ้าแก่” ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
--------------------
(เล่าสู่กันฟัง : เคล็ดลับเถ้าแก่ยุคดิจิตอล : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์)



