ข่าว

ความเสี่ยง!คิดแบบไทย...น่าจะเอาอยู่

ความเสี่ยง!คิดแบบไทย...น่าจะเอาอยู่

14 มี.ค. 2556

สวัสดีเศรษฐกิจ : อะไรนะความเสี่ยง...คิดแบบไทยๆ น่าจะเอาอยู่ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

                         ในปี 2556 ที่เราท่านเห็นกันว่าน่าจะเป็นช่วงเวลาที่สดใส เพราะดูได้จากราคาหุ้นและดัชนีตลาดหลักทรัพย์ต่างพุ่งทะยานไม่หยุด แม้ว่าหุ้นหลายๆ ตัวเมื่อคิด PE Ratio ออกมาแล้วจะปาเข้าไปหลายสิบเท่า นั่นหมายถึงว่าหากลงทุนวันนี้แล้วถ้าคิดจะเอาเงินปันผลจากกำไรที่ได้แต่ละปีต่อหุ้นแล้วจุดคุ้มทุนในการซื้อหุ้นจะปาเข้าไปเกือบ 30 ปีก็ว่าได้ เรียกกันว่าหุ้นปันผลข้ามชาติข้ามภพกันเลย แต่ทำไมก็ยังเห็นคนเราบุกเข้าไปลงทุนกัน

                         ผมเองมองอย่างนี้นะครับจะผิดจะถูกก็มาว่ากันครับ

                         1. ดอกเบี้ยเงินฝากมันต่ำและก็ต่ำ ต่ำมาหลายปีแล้ว คนออมแทบไม่ได้อะไรเลยเมื่อเอามาหักกับเงินเฟ้อ ท่านผู้อ่านเคยเห็นคนมารอซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ระยะยาวกันเพียบรอกันเป็นวันเพียงเพื่อจะได้ผลตอบแทนระดับ 5-6% ถ้าผมจำไม่ผิด เวลาธนาคารไหนมีการระดมเงินฝากแบบดอกเบี้ยสูงหน่อยจะแห่กันมากันมืดฟ้ามัวดินแบบรอซื้อมือถือยี่ห้อผลไม้กันอย่างนั้นเลย การฝากเงินมันเสี่ยงน้อยที่สุด มันมีการประกันเงินฝาก

                         2. คนเริ่มทนไม่ได้กับช่วงเวลาที่เงินฝากระดับดอกเบี้ยมันต่ำ จากที่เคยกลัวเสี่ยง เลี่ยงเสี่ยง ก็คิดว่าคงไม่เป็นไร ยอมเสี่ยงเพิ่มขึ้นกับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น หากมันได้จริงก็ไม่ว่า แต่ถ้ามันวิ่งตรงข้ามแล้วความวิบัติก็มาเยือน ทีนี้ก็หนาวกันถ้วนหน้า การพุ่งเข้าหาความเสี่ยง เพราะการลงทุนนั้นมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้มากเพียงพอ คำถามคือเรารู้ไหมว่ากำลังซื้ออะไร มันสร้างผลตอบแทนยังไง มันเสี่ยงจุดไหน โอกาสเกิดความเสี่ยงมีมากไหม หากตอบอะไรไม่ได้เลยแบบนี้ก็เสี่ยงสุดๆ

                         3. การบริหารความเสี่ยงแบบไทยๆ เหมือนกับว่า กำลังขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ใส่หมวกกันน็อกป้องกันแต่ถือไว้ เพราะรำคาญ คิดแต่เพียงว่าฉันเก่ง ฉันพร้อม เวลาที่เกิดอะไรแล้วรถล้ม ฉันเก่ง ฉันจะคว้าหมวกมาสวมได้ทัน หยุดได้ทันเวลาที่หัวถึงพื้นพอดี ฉันคิดว่าฉันปลอดภัย ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าหัวกระแทกพื้นด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้นมันจะทำร้ายตัวเองได้ระดับบาดเจ็บสาหัสก็ตาม

                         การเสี่ยงโดยไม่จำเป็นนั้นเป็นอะไรที่แย่มากๆ ในเชิงการบริหารจัดการนะครับ ความเสี่ยงที่เราพอจะสามารถควบคุมได้ เช่น ธุรกิจ/หลักทรัพย์ ของเราเองก็ให้บริหารจัดการควบคุม กระจายความเสี่ยง ลดความเสี่ยงเสียเถอะครับ โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนรายย่อย กลุ่มเอสเอ็มอี ลองทำแผนบริหารความเสี่ยงว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เราจะเป็นอย่างไร และมีแผนจัดการหรือป้องกันอย่างไรจะเจ็บตัวน้อยที่สุด เราต้องดำเนินชีวิต ดำเนินธุรกิจแบบ Pro-active ครับ เพราะยังมีความเสี่ยงที่เราไม่สามารถควบคุมได้อีกหลายอย่าง

                         บางคนก็บอกว่าเศรษฐกิจปีนี้จะแย่ ฟองสบู่แตก แต่บางคนก็บอกว่าเอาอยู่ เราควรฟังหูไว้หู อะไรที่เราไม่รู้จริง ไม่เข้าใจดี ให้เลี่ยงมาอยู่เฉยๆ เก็บข้อมูลมาให้มากก่อนดีกว่าครับ เพราะผลที่ตามมาอาจจะได้ไม่คุ้มเสีย แต่ถ้าท่านใดรักความเสี่ยง จำเป็นต้องเสี่ยง หรือรู้ว่าเสี่ยงแต่ก็ขอลอง ก็ไม่ว่ากันเพราะรู้กันอยู่ว่า High Risk-High Return ครับ และขอทิ้งท้ายไว้ตรงนี้ครับ อย่าคิดว่าตัวเองเก่ง เจ๋ง เรื่องแค่นี้เอาอยู่ ผลกระทบต่อตัวเองอาจจะพอเอาตัวรอดได้อยู่ แต่ควรพึงระลึกถึงผลกระทบต่อคนรอบข้างเสมอครับ

 

 

--------------------

(สวัสดีเศรษฐกิจ : อะไรนะความเสี่ยง...คิดแบบไทยๆ น่าจะเอาอยู่ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)