ข่าว

เยือนเสียมเรียบ-เหยียบเสียมราฐ

เยือนเสียมเรียบ-เหยียบเสียมราฐ

13 มี.ค. 2556

เยือนเสียมเรียบ-เหยียบเสียมราฐ : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล

               ผมเพิ่งกลับจากเสียมราฐมาครับ เป็นเมืองในอาเซียนที่ผมเดินทางไปบ่อยที่สุดพอๆ กับฮานอย แต่ทุกครั้งที่ไปก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของเสียมราฐโดยตลอด ตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อน ที่ความเจริญเพิ่งจะเยี่ยมกรายเข้ามาถึง มีถนนแคบๆ เพียงไม่กี่สาย สองข้างทางเป็นบ้านซอมซ่อกลางดงฝุ่น โรงแรมเก่าๆ ทึมๆ น่าสยองมากกว่าน่าอยู่ และร้านค้าก็ยังเป็นเพิงที่ปลูกอย่างง่ายๆ
 
               จำได้ว่าผมเดินหาซื้อแชมพูสระผม กว่าจะได้ก็หัวเต็มไปด้วยฝุ่น แต่ระยะหลังๆ เสียมราฐก็ค่อยมีอะไรต่อมิอะไรเพิ่มขึ้น จนคราวนี้ เสียมราฐกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวเต็มตัว ถนนหนทางดีขึ้นและมีย่านใหม่ๆ เกิดขึ้นหลายแห่ง สองฟากทางเรียงรายไปด้วยโรงแรมทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก มีอาคารทันสมัย ศูนย์การค้าขนาดย่อม ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร และแหล่งบันเทิงเกลื่อนกลาด นักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนจีน เกาหลี และญี่ปุ่น เดินกันขวักไขว่ กิจการที่ขึ้นหน้าขึ้นตาที่สุดในตอนนี้ได้แก่นวดเท้า และการแช่เท้าในน้ำให้ปลามาตอด ซึ่งตั้งเก้าอี้นวดกันริมถนน ยามกลางคืนจะคึกคักด้วยไนท์มาร์เก็ต 4-5 แห่งที่อยู่ใกล้ๆ กัน ทำให้ย่านนั้นสว่างไสวล่อตาล่อใจนักช็อปทั้งหลาย
 
               ในเสียมราฐ หรือที่คนกัมพูชาออกเสียงว่าเสียมเรียบ เองค่อนข้างจะปลอดภัย มีแต่คนทำมาหากิน ไม่เห็นคนเมา หรือวัยรุ่นที่เกะกะเกเร รวมถึงสุนัขข้างถนน บ้านเมืองค่อนข้างสะอาด เพราะนอกจากทางเมืองจะดูแลเรื่องขยะและความสะอาดแล้ว ชาวบ้านก็ยังช่วยดูแลกันเองอีกส่วนหนึ่งด้วย การจราจรยังไม่เป็นปัญหา เพราะส่วนใหญ่ใช้จักรยานหรือมอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะ รถแท็กซี่ก็จะเป็นมอเตอร์ไซค์ที่นำมาต่อเป็นสามล้อ เรียกกันว่า “ตุ๊ก-ตุ๊ก” เหมือนบ้านเรา ซึ่งมีอยู่ประมาณ 14,000 คัน
 
               ไปเสียมราฐคราวนี้ ผมแลกเงินเรียลแค่นิดหน่อย เพราะค่าสินค้าและบริการที่นั่น เขาจ่ายเป็นดอลลาร์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหารตามภัตตาคาร สินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต ค่าบัตรผ่านประตูเช้าชมพิพิธภัณฑ์ การแสดงหรือสิ่งต่างๆ ค่ารถตุ๊กตุ๊ก ค่านวดเท้า แม้กระทั่งโรตีหรือน้ำอ้อยข้างถนน และโดยทั่วไปก็จะเริ่มต้นที่ 1 ดอลลาร์ เช่นน้ำอัดลม น้ำดื่ม ผลไม้รถเข็น ฯ ค่าอาหารก็มักจะเริ่มที่ 3 ดอลลาร์ จนถึง 10 กว่าดอลลาร์ เรียกว่าใช้เงินดอลลาร์กันจนนึกว่ากำลังอยู่ในสหรัฐเลยล่ะครับ
 
               จากสถิติการท่องเที่ยวเมื่อปีที่แล้ว มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวกัมพูชา จำนวน 3.3 ล้านคน และกว่า 80 เปอร์เซ็นต์มุ่งหน้ามาที่เสียมราฐ นั่นก็หมายความว่าเศรษฐกิจของเสียมราฐขึ้นอยู่กับการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ ลำพังแค่นครวัดนครธม ปราสาทต่างๆ และโตนทะเลสาบ ก็รับนักท่องเที่ยวกันไม่หวาดไม่ไหว แต่นั่นแหละครับ การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนก็จะต้องมีการจัดการที่ดี เป็นระบบ และความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือคนในพื้นที่ ซึ่งจะต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาเป็นมือเป็นเท้าในการดูแลรักษาท้องถิ่นของจนเองให้สะอาด ปลอดภัย รวมทั้งอนุรักษ์สถานที่ท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อม ให้อยู่ในสภาพที่ดีด้วย
 
               เสียมราฐวันนี้มีกลิ่นอายและบรรยากาศที่บริสุทธิ์ ง่ายงาม เหมือนเชียงใหม่เมื่อสัก 20 ปีที่แล้ว แม้ว่าจะขาดแคลนศิลปวัฒนธรรม และประเพณี เช่นที่เชียงใหม่มี แต่ผมค่อนข้างเชื่อว่า ด้วยประสบการณ์ที่พบเห็นจากประเทศเพื่อนบ้าน และด้วยมาตรการที่เข้มงวดในการควบคุมความเป็นไปของเมือง ทำให้เสียมราฐจะสามารถรักษาสภาพที่เป็นอยู่ไว้ได้อีกยาวนานโดยไม่ถูกทำลายด้วย “การพัฒนาการท่องเที่ยว” ที่ขาดทิศทาง และตระหนักถึงผลเสีย เหมือนกับที่เกิดขึ้นในสถานที่ท่องเที่ยวหลายๆ แห่ง ของประเทศไทยจากอดีตถึงปัจจุบัน