
กสท.เคาะรื้อช่องทีวีดิจิตอลใหม่
กสท.ปรับสูตรเปิดประมูลทีวีดิจิตอลใหม่ เพิ่มช่องข่าว-ช่องวาไรตี้เอชดี ตอบรับกระแสความต้องการเอกชน โยนกลับเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ศึกษาราคาตั้งต้นใหม่ คาดรู้ผลเม.ย.นี้
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) หรือ บอร์ดกระจายเสียง เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กสท.มีมติให้ปรับสูตรการประมูลทีวีดิจิตอล ช่องธุรกิจจำนวน 24 ช่องใหม่ โดยเพิ่มช่องรายการทั่วไป หรือ วาไรตี้ ความคมชัดสูง (เอชดี) จากเดิม 4 ช่อง เป็น 7 ช่อง ส่วนช่องรายการมาตรฐานทั่วไป (เอสดี) ส่วนของช่องรายการเด็ก เยาวชน และครอบครัว จากเดิมกำหนดไว้ 5 ช่อง ลดเหลือ 3 ช่อง ช่องรายการประเภทข่าวจากเดิมมี 5 ช่อง เปลี่ยนเป็น 7 ช่อง ช่องรายการประเภททั่วไปจากเดิมมี 10 ช่อง เปลี่ยนเป็น 7 ช่อง
ทั้งนี้ เป็นผลมาจากพบว่าคลื่นความถี่ที่จะจัดสรรทีวีดิจิตอลสามารถเพิ่มช่องรายการเอชดีได้ และผู้ประกอบการก็สนใจประมูลช่องรายการเอชดีเพิ่ม เช่นเดียวกับช่องรายการข่าวที่มีผู้สนใจจำนวนมากเช่นกัน ส่วนสาเหตุลดสัดส่วนช่องรายการเด็กลง เนื่องจากบอร์ดมีความต้องการนำไปเพิ่มสัดส่วนของประเภทช่องรายการในกลุ่มช่องประเภทสาธารณะแทน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการพิจารณาสัดส่วนช่องรายการในกลุ่มช่องธุรกิจแต่อย่างใด
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้กำหนดหลักเกณฑ์เพดานการถือครองช่องรายการ ประกอบด้วยผู้ประมูลช่องวาไรตี้เอชดี ห้ามประมูลช่องข่าว และผู้ประมูลช่องข่าวห้ามประมูลช่องวาไรตี้เอชดี เนื่องจากต้องการเพิ่มผู้ประกอบการช่องข่าวให้มีความหลากหลาย ในการให้ข้อมูลข่าวสาร สาระกับสังคม อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขหลักเกณฑ์เพดานถือครองช่องรายการดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการ 1 ราย สามารถถือครองช่องรายการสูงสุดได้ 3 ช่อง ซึ่งมีสูงสุดได้ 3 ราย, กลุ่มที่ถือครอง 2 ช่อง รวม 4 ราย และผู้ถือครอง 1 ช่อง มี 7 ราย หรือรวม 14 ราย
"การปรับสูตรสัดส่วนดังกล่าวทำให้ทีมวิจัยจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต้องนำข้อมูลกลับไปวิจัยราคาตั้งต้น การประมูลช่องรายการแต่ละประเภทใหม่ คาดว่าจะรู้ผลราคาตั้งต้นใหม่ราวเดือนเมษายนนี้ และมั่นใจว่าจะสามารถดำเนินการประมูลได้ภายใต้กรอบเวลาเดิมคือ ราวเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้" พ.อ.นทีกล่าว
ด้านนายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการ กสทช.และ กรรมการ กสท. กล่าวว่า จากจำนวนช่องที่เพิ่มขึ้น จะทำให้ราคาตั้งต้นช่องเอชดีลดลง จากเดิมที่ศึกษาราคาตั้งต้นช่องเอชดีจะอยู่ที่ 1,000-3,000 ล้านบาทต่อช่อง แต่การกระจุกตัวของผู้ประกอบการมีอัตราสูง ขณะเดียวกันการลดจำนวนช่องเด็กจะทำให้เกิดการแข่งขันสูงเช่นกัน
ขณะที่ นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 ให้ความเห็นว่า หลักเกณฑ์การกำหนดเพดานการถือครองช่องรายการ โดยห้ามผู้ประมูลช่องเอชดีเข้าร่วมประมูลช่องข่าว ถือเป็นการจำกัดสิทธิผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการผลิตช่องข่าวสารสาระ เพราะผู้ที่มีศักยภาพประมูลช่องเอชดี จะอยู่ในกลุ่มผู้ประกอบการที่มีความพร้อมด้านการลงทุน และสามารถผลิตช่องข่าวได้ด้วยคุณภาพสูงเช่นกัน



