
'ขุนค้อน'ชี้ไร้อำนาจถอน'กม.ปรองดอง'
'สมศักดิ์'ปัดสั่งลบโพลล์'พรบ.นิรโทษฯ'บนเฟซบุ๊กรัฐสภา อ้างไม่มีความคิด -สั่งทำโพลล์ ด้าน'อภิสิทธิ์'งง 'เจริญ'เชิญคุยถอนร่างกม.ปรองดอง แนะก้าวข้าม'ทักษิณ'
12 มี.ค.56 นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีเฟซบุ๊กรัฐสภาไทยที่ทีมงานของประธานสภาฯเป็นผู้จัดทำ ได้ลบแบบสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่องการออก พรบ.นิรโทษกรรมออกจากเฟซบุ๊ก หลังจากมีประชาชนกว่า 7,000 ความเห็น แสดงความไม่เห็นด้วยกับ พรบ.นิรโทษกรรม ว่า ยังไม่ทราบข้อมูล เรื่องนี้เป็นเรื่องคณะทำงานเป็นผู้จัดทำ ซึ่งไม่ทราบว่า เป็นคณะทำงานของประธานสภาฯหรือคณะทำงานของสภาผู้แทนราษฎร
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมารัฐสภาไม่เคยสำรวจความเห็นเรื่องร่างกฎหมายในลักษณะนี้มาก่อน และพอมีคนแสดงความไม่เห็นด้วยมาก ๆ ก็เลยลบผลสำรวจทิ้งไป นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบจริง ๆ ตนยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ แต่ตนไม่เคยมีความคิด หรือสั่งให้ใครไปทำโพลสำรวจความเห็นประชาชนเรื่อง พรบ.นิรโทษกรรมบนเฟซบุ๊กของรัฐสภา
นายสมศักดิ์ กล่าวกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรสั่งถอนร่าง พรบ.ปรองดอง 4 ฉบับออกจากวาระการประชุมสภาฯ จึงค่อยมาเจรจาเรื่องการนิรโทษกรรมว่า ตนไม่มีอำนาจถอนร่าง พรบ.ปรองดองทั้ง 4 ฉบับ เพราะเป็นอำนาจของสมาชิกในที่ประชุมว่า จะให้ถอนหรือไม่ แต่ขณะนี้เห็นว่า เมื่อมีความเห็นไม่ตรงกัน ก็ควรหันหน้ามาคุยกัน
เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ยอมเจรจา ต้องการให้ถอนร่าง พรบ.ปรองดองทั้ง 4 ฉบับออกมาก่อน เพราะเกรงว่า จะมีการนำมาพิจารณารวมกับร่างพรบ.นิรโทษกรรม นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เพราะอย่างนี้จึงต้องมาหันหน้ามาคุยกัน ถ้าไม่คุยกันก็ขัดแย้งกัน ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายมาคุยกัน ถ้าไม่คุยกันแล้วมาอ้างความขัดแย้ง มันไม่มีเหตุผล ให้เอาความเห็นที่ไม่ตรงกันมาวางบนโต๊ะแล้วมาคุยกัน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรหันหน้ามาคุยกัน ถ้ามีเจตนาดี ถ้าอ้างความขัดแย้งก็ต้องมาคุยกัน ไม่ต้องมีข้อแม้
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะไปเจรจากับนายอภิสิทธิ์ให้มาร่วมเจรจาสร้างความปรองดองหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำอยู่แล้ว ถ้าทุกฝ่ายมีเจตนาดี ใครทำก็ไม่ต่างกัน
เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สไกป์เข้ามาในการประชุมพรรคเพื่อไทย วันที่ 11 มี.ค.โดยย้ำให้เร่งผลักดัน พรบ.นิรโทษกรรม จะทำให้การเจรจาสร้างความปรองดองยากขึ้นหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า อย่าพาดพิงถึง พ.ต.ท.ทักษิณ เรื่องการนิรโทษกรรมเป็นเรื่องที่พวกเราต้องมาคุยกันเอง อย่าไปพาดพิง
ส่วนที่หากยังเป็นอยู่เช่นนี้ประชาชนจะเบื่อหน่ายหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ประชาชนเบื่ออยู่แล้ว จึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาคุยกัน
"วิปฝ่ายค้าน"ย้ำไม่ร่วมถก พรบ.นิรโทษกรรม
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แถลงภายหลังการประชุมว่า ร่าง พรบ.นิรโทษกรรมที่วิปรัฐบาลแถลงว่า จะไม่มีการเลื่อนวาระขึ้นมาพิจารณาในสัปดาห์นี้ ทางวิปฝ่ายค้านเห็นว่าไม่ได้เป็นหลักประกันในอนาคตเพราะที่ยังไม่เลื่อนเนื่องจากยังไม่มีการกำหนดในวาระการประชุม แต่ถ้ามีการบรรจุวาระเมื่อไหร่ไม่มีหลักประกันว่าจะไม่เลื่อนขึ้นมาพิจารณา จึงฝากเตือนรัฐบาลว่า อย่าเร่งจุดไฟความขัดแย้งในบ้านเมือง เพราะทันทีที่เลื่อนเชื่อจะเกิดวิกฤตทั้งในและนอกสภา สำหรับกรณีที่ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาฯ เชิญไปร่วมประชุมอีกจะไปหรือไม่นั้น ขอแจ้งความเห็นของวิปฝ่ายค้านว่าจะไม่ร่วม เพราะเป็นเวทีเดิม เงื่อนไขเดิมซึ่งได้มีการประกาศท่าทีจุดยืนชัดเจนไปแล้ว
นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ไม่คิดว่าเวทีนี้จะมีความจริงใจ เพราะยังไม่ทันมีการหารือก็ลักไก่เสนอ พรบ.นิรโทษกรรมต่อประธานสภาฯประกาศว่า จะเลื่อนขึ้นมาพิจารณาเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ สุดท้ายเวทีหารือเป็นแค่ตราประทับหรือตรายางให้กับเป้าหมายที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมเท่านั้น และเชื่อว่ามีธงชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องการอะไร เนื่องจากมีการประกาศว่า เตรียมไว้ 2 ร่าง คือ ร่างสำหรับผู้ชุมนุม และยกเข่งส่วนที่เหลือรวมล้างผิดคนโกงด้วย อีกทั้งที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาแม้แต่สิ่งที่ให้คำมั่นกับสภา เช่น กรณีมีการพิจารณารายงานของ กมธ.ปรองดอง ระบุว่าจะมีการจัดให้มีสุนทรีย์เสวนา อะไรที่เห็นไม่ตรงกันจะไม่ทำเพราะจะนำไปสู่ความขัดแย้ง แต่จนวันนี้ยังไม่มีการดำเนินการในเรื่องนี้แต่อย่างใดทั้งสิ้น แต่กลับเสนอกฎหมายล้างผิดสี่ฉบับค้างอยู่ในสภา และ พรบ.นิรโทษกรรม ซึ่งเป็นการกระทำที่ตรงกันข้ามที่ให้ไว้กับสภาและประชาชน
“สิ่งที่รัฐบาลควรทำ คือ 1 ควรตัดสินใจบนพื้นฐานของประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว 2 ส่งเสริมให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมาย 3 นับหนึ่งจากคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับสภาและประชาชน และพวกตนขอฟันธงว่าถ้ายังมีความพยายามที่จะดันทุรังเดินหน้าบ้านเมืองแตกแยกความปรองดองไม่เกิด สิ่งที่รัฐบาลควรทำในสภาคือ ควรเร่งแถลงผลงานในรอบ 1 ปี ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ เพราะจนวันนี้บริหารมาหนึ่งปีหกเดือนยังไม่มีทีท่าว่าจะแถลงผลงาน” นายจุรินทร์ กล่าว
นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าจะไม่เข้าไปร่วมหารือกับนายเจริญ ซึ่งพรรคมีจุดยืนสนับสนุนการปรองดอง เพื่อให้บ้านเมืองลดความขัดแย้ง เพราะขณะนี้ยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะเสนอร่าง พรบ.นิรโทษกรรม ทั้งที่มีร่าง พรบ.ปรองดองค้างอยู่ในวาระการประชุมสภาทั้ง 4 ร่าง อย่างไรก็ตามยังไม่ขอพูดชัดเจนว่า จะสนับสนุนหรือไม่ เพราะทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาและเสียงสะท้อนจากประชาชนด้วย ส่วนกรณีที่นายเรืองศักดิ์ งามสมภาค สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เข้าไปร่วมประชุมกับนายเจริญนั้นก็เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับพรรค และรู้อยู่ว่านายเรืองศักดิ์ อยู่ในกลุ่มมัชฌิมา
"อภิสิทธิ์"งง "เจริญ"เชิญคุยถอนร่างกม.ปรองดอง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายเจริย จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 จะเชิญไปหารือร่วมกับวิปรัฐบาลในการถอนร่างกฎหมายปรองดอง จำนวน 4 ร่างที่ค้างอยู่ในสภา ว่า เมื่อมีการบอกว่าประธานสภาฯไม่มีอำนาจในการถอน 4 ร่างกฎหมายดังกล่าวแล้วจะเชิญตนไปพูดคุยทำไม และการถอนก็ไม่ได้เกี่ยวกับตน เป็นเรื่องที่ประธานสภาต้องไปคุยกับผู้เสนอร่าง ไม่จำเป็นต้องเอาตนไปเกี่ยวข้อง ถ้าท่านมีความจริงใจและเห็นว่า 4 ฉบับที่ค้างอยู่เป็นปมความขัดแย้ง ก็ต้องไปเจรจากับคนที่ก่อปมขัดแย้ง ถ้ามาคุยกับตนแล้วตนจะทำอะไรได้ คงไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะทั้งหมดขึ้นอยู่กับคนเสนอร่างที่มีอำนาจในการถอน การที่จะให้ฝ่ายค้านและรัฐบาลมาคุยกัน อยากบอกว่าตนไม่มีอะไรขัดแย้ง แต่อยากบอกว่ากฎหมาย 4 ฉบับ เป็นปัญหากับบ้านเมือง การที่ทุกฝ่ายยืนยันว่า ไม่ได้คิดจะช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถ้าจริงใจตนก็ขอให้ถอนร่างออกไป โดยนายเจริญ ควรไปคุยกับคนที่มีอำนาจในการถอน เพื่อแสดงความจริงจังในแนวคิดการปรองดอง ถ้าทำเสร็จแล้วอยากคุยเรื่องนิรโทษกรรมก็ค่อยมาว่ากัน แต่ไม่ควรเอาตนและพรรคประชาธิปัตย์หรือกลุ่มอื่นที่ไม่เห็นด้วย ไปเป็นเงื่อนไขในการถอนหรือไม่ถอน แต่ถ้านายเจริญยังไม่เข้าใจก็คงคุยกันยาก
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การที่บอกว่าการเดินหน้าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ในการประชุมพรรคเพี่อไทย เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ก็ยังมีการทวงอยู่ว่าอยากกลับบ้าน ซึ่งแสดงว่ามีเจตนาซ่อนเร้นอยู่ แต่ถ้าจะไม่อยากให้มองว่ามีเจตนาซ่อนเร้น ก็ต้องทำให้พวกตนดูก่อน เช่น การพูดคุยให้มีการถอน 4 ร่างกฎหมายออกไป รัฐบาลจะประกาศเจตนารมณ์ได้หรือไม่ ว่าขอบเขตการนิรโทษกรรมอยู่ตรงไหน ซึ่งการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ สไกป์มาก็ยิ่งทำให้มีความขัดแย้งเพิ่มขึ้น ตนคิดว่าถ้าอยากปรองดองจริง ควรลด เลิก ประโยชน์ส่วนตน ส่วนพวก เพราะถ้าให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ครอบงำอยู่อย่างนี้ บ้านเมืองก็มีความเสี่ยงไปเรื่อยๆ ถึงเวลาที่จะก้าวพ้นได้แล้ว
เมื่อถามว่า ตัวเลขผู้ที่ถูกคุมขัง อยู่ในขณะนี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้ที่มีคดีอุกฉกรรจ์ คนเหล่านี้ควรได้รับการนิรโทษกรรมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยืนยันว่าผู้ที่ใช้ความรุนแรง ทำความผิดทางอาญา ไม่สมควรได้รับการนิรโทษกรรม เพราะจะทำให้หลักการการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต้องปราศจากอาวุธ ได้รับผลกระทบ และจะเป็นการส่งสัญญาณให้ต่อไปในในอนาคต การต่อสู้ทางการเมืองมีแต่ความรุนแรง และจะเป็นสัญญาณว่าการต่อสู้จะใช้วิธีไหนก็ได้ พอมีอำนาจแล้วก็มาล้างผิดให้กับตนเอง
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้งในช่วงที่มีการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นยุทธศาสตร์เดิมในการกันนายกฯ ออกไป แต่สุดท้ายปัญหาที่เกิดขึ้นกับบ้านเมืองจะกระทบกับทุกคนซึ่งนายกฯสามารถหาข้อยุติในเรื่องนี้ได้ ควรรีบตัดสินใจว่า เลิกพาบ้านเมืองเข้าสู่ความเสี่ยง เพราะฝ่ายค้านพร้อมให้ความร่วมมือกับนายกฯในการบริหารประเทศ



