ข่าว

ศิลปะงาช้าง..ปมขัดแย้ง'อนุรักษ์'

ศิลปะงาช้าง..ปมขัดแย้ง'อนุรักษ์'

12 มี.ค. 2556

ศิลปะงาช้าง..ปมขัดแย้ง'อนุรักษ์' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

              "ฆ่าช้างเอางา" ภาพสะเทือนใจที่พบเห็นกันบ่อยครั้ง ทั้งในและต่างประเทศ เพียงเพราะความต้องการสินค้าและเครื่องประดับจาก "งาช้าง" !!


              WWF ประเทศไทย และ TRAFFIC เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รายงานว่า แต่ละปีจะมีช้างป่าในแอฟริกาถูกสังหารนับหมื่นตัว เพื่อตอบสนองความต้องการงาช้าง และผลิตภัณฑ์จากงาช้างของผู้บริโภคในเอเชีย เช่น เครื่องประดับและอัญมณี โดยประเทศไทยเป็นตลาดงาช้างที่ไม่มีการควบคุมแหล่งใหญ่ที่สุดในโลก


              "คม ชัด ลึก" ลงพื้นที่แหล่งค้างาช้างแกะสลักที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ตั้งอยู่ที่ อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเคยถูกตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่บ่อยครั้ง ถึงที่มาของงาช้างที่นำมาแกะสลัก ทำให้บรรยากาศการซื้อขายดูเงียบเหงาลง เหลือเพียงร้านค้าที่จำหน่ายเครื่องประดับจากงาช้างเพียงไม่กี่ร้านเท่านั้น
 
              "ธิ สังวรลิ" เจ้าของร้าน "ลุงธิ" ซึ่งจำหน่ายแกะสลักงาช้าง ยอมรับว่า ย่านนี้มีการทำอาชีพเกี่ยวกับการแกะสลักงาช้าง มากว่า 30 ปีแล้ว เป็นแหล่งรวมช่างแกะสลักเก่าแก่มากมาย ทำกันมาตั้งแต่สมัยรุ่นตายาย อ้างว่างาช้างส่วนใหญ่ได้มาจากช้างที่ล้มแล้ว ต่อมาเป็นงาช้างบ้านที่เจ้าของช้างตัดมาขาย และรอให้งอกใหม่ก็จะตัดมาขายอีก

              "ก่อนที่จะนำงาเข้ามาขายกับทางร้านเพื่อแกะสลักเป็นเครื่องประดับ ร้านที่ถูกต้องต้องมีใบจากทะเบียนพาณิชย์ เมื่อมีเจ้าของช้างนำงาช้างมาขาย จะตรวจสอบด้วยการดูตั๋วรูปพรรณของช้างที่จะนำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตและจะจัดทำบัญชีการจำหน่าย และมีการส่งให้ปศุสัตว์ตรวจอีกครั้ง ส่วนราคาซื้อขายจะดูจากสภาพงาที่ว่าสวยหรือไม่สวย สนนราคาตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักแสน" เจ้าของร้าน "ลุงธิ" แจกแจงถึงที่มาของงาช้าง และให้ข้อมูลอีกว่า แต่ระยะหลังจะมีพ่อค้าคนกลางมากว้านซื้องาช้างไว้เกร็งกำไร ซึ่งร้านแกะสลักงาจะไม่ค่อยมีสต็อกงาช้างเก็บไว้

              ผู้ค้างาช้างแกะสลักถูกมองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบค้างาช้างผิดกฎหมาย ลุงธิ บอกว่า อยากให้ประเทศต้นทางสกัดกั้นการนำงาช้างออกมาจากประเทศเขา และมีการเข้มงวดกับการสวมสิทธิ์ลักลอบฆ่าช้างป่ามากขึ้น อย่างที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ถูกต้องแล้ว แต่ถ้ามองในเรื่องธุรกิจ ช้างตัวนี้เป็นทรัพย์สินของชาวบ้านก็มีสิทธิ์ที่จะค้าได้ แต่จะมาบอกว่าให้หยุดค้างาช้างนั้น ก็อยากให้มองว่า คนไทยคงอดตายก่อน ถ้าเขาต้องหยุดกิจการ แล้วไปใครจะรับผิดชอบ

              "สำหรับผม สิ่งที่ทำอยู่มันก็อาชีพเขา มันคือการใช้ภูมิปัญญาแกะสลักที่มีอยู่เดิม เป็นอุตสาหกรรมครอบครัว การแกะสลักงาช้างก็กลายเป็นงานฝีมือหนึ่ง หลายร้านทยอยหายไปเรื่อย เพราะว่าเบื่อกับข่าวที่ออกมา มีการโจมตีขึ้นเรื่อยๆ เขาก็เบื่อ ก็เปลี่ยนอาชีพไปทำอย่างอื่นบ้าง" นายธิ ตัดพ้อ

              จากการสอบถามชาวบ้านในละแวกการค้างาช้างแกะสลักแห่งนี้ ยอมรับว่า เมื่อก่อนจะมีการแกะสลักงาช้างกันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นงาช้าง หรือจากไม้ แต่ทุกวันนี้เหลือร้านที่เคยขายเครื่องประดับแกะสลักจากงาช้างอยู่เพียงไม่กี่ร้าน เพราะเขาเลิกกันหมดแล้ว ระยะหลังมันไม่ค่อยมีงา ก็เป็นสาเหตุให้บางร้านเปลี่ยนกิจการเป็นร้านขายพระพุทธรูป หรือบางร้านก็นำเครื่องประดับที่ทำมาจากเรซิ่นมาขายแทน

              ด้าน พล.ต.ต.นรศักดิ์ เหมนิธิ ผบก.ปทส. ให้ข้อมูลว่า ในส่วนของการนำมาประกอบการค้านั้น ปัญหาต่างประเทศ ช้างจากแอฟริกานั้นห้ามค้าขาย แต่ส่วนของช้างไทยยังมีการให้ซื้อขายงาช้างได้เฉพาะช้างบ้านเมื่อมีการตาย หรือเจ้าของตัดมาขาย ที่สามารถนำมาทำเครื่องประดับได้ แต่ระยะหลังพบข่าวที่มีการนำงาช้างจากที่อื่นมาสวมสิทธิ์ ตอนนี้ก็มีสายตรวจร่วมหน่วยงานรับผิดชอบเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้า มีการร่วมกันตรวจสอบแหล่งที่มาก่อนจะส่งมาขายยังตลาดต่างๆ ที่มีการขายวัตถุโบราณบังหน้า ที่เชื่อมโยงกับนายทุน ขณะที่งาช้างที่ออกมาจากประเทศแอฟริกาเขาก็ถูกลักลอบออกมาเหมือนกัน เมื่อมีความต้องการก็มีคนนำมา และมาลงที่ไทยเพราะเป็นทางผ่านไปยังประเทศที่สาม

.......................

(หมายเหตุ : ศิลปะงาช้าง..ปมขัดแย้ง'อนุรักษ์'  : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)