ข่าว

'ซาฟีนา กูโน'สาวน้อยในโลกมืดกลางไฟใต้

'ซาฟีนา กูโน'สาวน้อยในโลกมืดกลางไฟใต้

11 มี.ค. 2556

'ซาฟีนา กูโน'สาวน้อยในโลกมืด ผู้มีลูกหนังเป็นเพื่อน... ท่ามกลางไฟใต้ : สุพิชฌาย์ รัตนะรายงาน

             ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา ได้ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แปรเปลี่ยนไปจากเดิมที่เคยเป็นชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ ประชาชนจำนวนมากบาดเจ็บและเสียชีวิตจากผลพวงแห่ง "ความรุนแรง" บางรายต้องย้ายอพยพถิ่นฐานเพื่อเอาชีวิตรอด แต่ยังมีคนในพื้นที่อีกจำนวนไม่น้อยที่เฝ้ารอคอยการกลับคืนมาของสันติสุขอีกครั้ง เช่นเดียวกันกับ ด.ญ.ซาฟีนา กูโน วัย 14 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90/3 ถนนมะกรูด ต.สะบารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี

             ด.ญ.ซาฟีนา มีชีวิตเหมือนกับเด็กทั่วไป มีอาการครบ 32 ประการตั้งแต่กำเนิด กระทั่งอายุ 4 ขวบ เกิดป่วย โดยมีอาการไข้ขึ้นสูง ก่อนถูกนำตัวเข้ารับการรักษา ในห้วงเวลาดังกล่าวได้ปรากฏอาการข้างเคียงกับร่างกาย ดวงตาเริ่มมองเห็นภาพพร่ามัว จากนั้นค่อยๆ มืดลงทุกวัน กระทั่งไม่สามารถมองเห็นเหมือนปกติทั่วไปนับแต่นั้นเป็นต้นมา

             ครอบครัวของ ด.ญ.ซาฟีนา พยายามเยียวยาและรักษามาตลอดหลายปี แต่ไม่มีวี่แววว่าอาการจะดีขึ้น กระนั้นพวกเขาก็ไม่สิ้นหวัง พยายามหาเสาะหาหนทางคืนความสดใสในโลกแห่งการมองเห็นให้แก่บุตรสาวอย่างต่อเนื่อง

             แม้โลกของ ด.ญ.ซาฟีนา จะมืดมิด ทว่าคนรอบข้างของเธอรู้ดีว่า เด็กสาวมีความเข้มแข็ง และบนใบหน้ายังเปี่ยมล้นด้วยรอยยิ้ม อีกทั้งยังเป็นเด็กมีนิสัยมองโลกในแง่ดี ไม่เคยท้อแท้ ไม่มีแม้เสียงพร่ำบ่นอย่างสิ้นกำลังใจ โดยสิ่งเดียวที่ช่วยให้เจ้าตัวยังมีหวัง และยังคงมุ่งมั่นเดินทางพบจักษุแพทย์ นั่นคือ “ฟุตบอล” ด้วยหวังว่าวันหนึ่งจะกลับมามีดวงตาที่มองเห็นเพื่อรอชมเกมลูกหนังที่ชื่นชอบให้ได้

             "วันนี้ชีวิตประจำวันรอฟังข่าว 2 อย่างคือ เรื่องแรกขอให้ไม่มีข่าวเหตุรุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะที่ปัตตานีบ้านเกิด และเรื่องที่สองคือ ฟังข่าวฟุตบอล ทั้งฟุตบอลในประเทศและต่างประเทศ จะฟังจากข่าวกีฬาทางโทรทัศน์ โดยแม่และน้าจะเป็นคนเปิดโทรทัศน์ในช่วงข่าวประจำวันให้ฟัง ส่วนช่วงเช้าและค่ำจะให้น้องสาวที่กลับจากโรงเรียนเปิดอินเทอร์เน็ตเพื่อดูเว็บไซต์กีฬา เพื่ออ่านความเคลื่อนไหวในโลกลูกหนังให้ฟังทุกวัน โดยชีวิตเป็นเช่นนี้ทุกวันตั้งแต่ปี 2551" ด.ญ.ซาฟีนาเล่า

             ย้อนกลับไปเมื่อปี 2551 ด.ญ.ซาฟีนาบอกว่า บังเอิญตื่นมาตอนดึกและได้ฟังการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด พบกับเชลซี ซึ่งมีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ ความประทับใจครั้งนั้นได้กลายเป็นความชื่นชอบฟุตบอลมาจนถึงทุกวันนี้

             ถึงฟุตบอลต่างประเทศจะเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความสุขในโลกของลูกหนังท่ามกลางการใช้ชีวิตในโลกมืด สิ่งนี้เป็นแรงจูงใจที่ทำให้เด็กสาวเริ่มเชียร์ฟุตบอลไทย โดยมี 3 ทีมที่ตามให้กำลังใจนั่นคือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, เอสซีจี เมืองทอง และ ปัตตานี เอฟซี ซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลบ้านเกิดของตัวเอง

             “ชอบบุรีรัมย์ เพราะได้ฟังข่าวทุกวัน ทำให้รู้ว่านี่เป็นสโมสรที่มีสนามดีที่สุดในภูมิภาคนี้ และมีรูปแบบการเชียร์ที่ดุดัน แถมมีนักฟุตบอลที่ชอบนั่นคือ ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายที่ดีที่สุดของประเทศไทยในเวลานี้ ส่วนเมืองทองเหตุผลที่ชื่นชอบ เพราะนี่คือทีมฟุตบอลที่ไต่จากดิวิชั่นต่ำสุดจนถึงไทยลีกภายใน 3 ปี ทำทีมแบบมืออาชีพมาก และตามเชียร์ตั้งแต่ยุคที่มี ซูมาโฮโร ยาย่า กระทั่งถึงวันนี้ โดยชอบ ธีรศิลป์ แดงดา ศูนย์หน้าดีกรีทีมชาติไทย มากที่สุด ส่วนอีกคนที่ชอบคือ มาริโอ รูยอฟกี”

             ส่วนทีมปัตตานี เอฟซี ตามเชียร์มา 3 ปีแล้ว โดยฟังข่าวจากคนรอบข้าง และให้น้องสาวอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ อินเทอร์เน็ตให้ฟัง เคยพยายามเดินทางไปดูที่สนามหลายครั้ง เพราะอยากสัมผัสบรรยาการเชียร์ฟุตบอล รวมถึงอยากสัมผัสสนามเรนโบว์ สเตเดี้ยม ว่ากันว่าสวยไม่เป็นรองที่ใดในประเทศ แต่สภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย

             “ทุกวันนี้จะเจียดเงินซื้อหนังสือพิมพ์กีฬา รวมถึงซื้อหนังสือฟุตบอลสยามสัปดาห์ละเล่ม ราคา 20 บาท โดยให้น้องสาวอ่านให้ฟังทุกครั้ง วันนี้หนังสือฟุตบอลกลายเป็นของสะสมมีอยู่เต็มบ้านแล้ว”

             ด.ญ.ซาฟีนา เล่าอีกว่า มีโอกาสตามฝันสำเร็จด้วยการเดินทางมาสนามฟุตบอลเรนโบว์ สเตเดี้ยม ของปัตตานี เอฟซี ชมการแข่งขันระหว่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับปัตตานี เมื่อไม่นานมานี้ และได้รับโอกาสพูดคุยกับนักฟุตบอลของบุรีรัมย์ โดยเฉพาะนักเตะอย่าง "ธีราทร บุญมาทัน" แต่เสียดายไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าตานักเตะที่ชื่นชอบเท่านั้นเอง

             “แค่นี้มีความสุขแล้ว แม้ยังมองไม่เห็น แต่ได้ยินเสียงจากการพูดคุย ทำให้เชื่อว่าเขาเป็นนักฟุตบอลนิสัยดีคนหนึ่ง ได้แต่หวังว่า วันหนึ่งคงได้มีโอกาสเห็นตัวจริง รวมทั้งผู้เล่นทั้ง 11 คนของบุรีรัมย์”

             เหนือสิ่งอื่นใด... สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับ ด.ญ.ซาฟีนา ไว้เป็นคนไข้ในราชานุเคราะห์ โดยได้เดินทางไปรักษาดวงตาที่โรงพยาบาลศิริราช ล่าสุดจักษุแพทย์ที่รักษาแจ้งข่าวดีว่า อาการมีทิศทางดีขึ้น หากถึงเวลาเหมาะสมจะได้รับการผ่าตัดรักษา ซึ่งจะมีโอกาสกลับมามองเห็นได้ตามปกติอีกครั้ง

             “สิ่งที่หนูฝันคือ การได้เห็นบ้านเกิดไม่มีคนเสียใจ และร้องไห้จากความรุนแรง อีกอย่างคือ หนูจะได้ชมการแข่งขันฟุตบอลให้เต็มสองตาสักที เพราะเป็นกีฬาชนิดเดียวที่ทำให้หนูมีกำลังใจสู้ชีวิตในโลกมืดมาถึงทุกวันนี้” ด.ญ.ซาฟีนากล่าวถึงความฝัน

             นายประมุข ลมุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ระบุว่า ตั้งแต่ทราบข่าวของ ด.ญ.ซาฟีนา ได้เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด โดยมอบหมายให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปัตตานี เข้ามาให้ความเชื่อเหลือในเรื่องต่างๆ ส่วนเรื่องของความชื่นชอบฟุตบอล ได้เตรียมพาเข้าชมการแข่งขันที่สนามเรนโบว์ สเตเดี้ยม ในวันที่ปัตตานีลงแข่งเป็นเจ้าบ้าน โดยเป็นแขกวีไอพีของผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถเลือกที่นั่งใกล้แฟนบอล หรือใกล้ซุ้มผู้เล่น หรือที่นั่งวีไอพีได้ตามใจชอบ

             นอกจากนี้มีข่าวดีที่แจ้งให้ ด.ญ.ซาฟีนา ทราบคือประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เตรียมเชิญสาวน้อยคนนี้ไปที่สนามของทีมนักรบปราสาทสายฟ้า และสัมผัสกับผู้เล่นของทีมทุกคนในเร็วๆ นี้ ส่วนสโมสรอื่นจะเตรียมประสานเพื่อช่วยเติมเต็มความฝันให้แก่เด็กหญิงคนนนี้ให้สำเร็จให้ได้ ขณะเดียวกันจังหวัดปัตตานีได้เข้าไปสนับสนุนและดูแลในการจัดหาหนังสือและนิตยสารฟุตบอลส่งให้ถึงบ้านเจ้าตัวอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

             “ผมเจอครั้งแรก ทึ่งในทักษะความสามารถของเด็กที่มองไม่เห็น แต่รู้ข้อมูลนักฟุตบอลอย่างละเอียด ได้ลองภูมิรู้หลายครั้งและเจ้าตัวตอบได้อย่างละเอียด แม้กระทั่งผู้เล่นบุรีรัมย์ที่เดินทางมาแข่งที่ปัตตานี ได้พบกับ ด.ญ.ซาฟีนา ยังตกอยู่ในอาการทึ่งเช่นเดียวกับผม” ผู้ว่าฯ ปัตตานีกล่าว

             ด้าน นายธานินทร์ สมบูรณ์สาร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ได้เข้ามาดูแลและอำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะการใช้ชีวิตประจำวันที่ ด.ญ.ซาฟีนา มีความชื่นชอบกีฬาฟุตบอล เช่น อยากเดินทางไปดูการแข่งขันจังหวัดจะดำเนินการดูแล รวมถึงทำกิจกรรมอื่นๆ เช่นเดียวกับการเดินทางไปรักษาดวงตาที่โรงพยาบาลศิริราช จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลใกล้ชิด

             ขณะที่ นายกมล บุญเทพ นักฟุตบอลทีมปัตตานี เอฟซี ซึ่งเป็นผู้เล่นขวัญใจของ ด.ญ.ซาฟีนา กล่าวว่า รู้สึกประทับใจมากในทันทีที่ได้รู้จักกันที่สนามแข่ง เพราะรู้ประวัติส่วนตัวของเราอย่างละเอียดยิบ และสนใจกีฬาฟุตบอลถึงขั้นบอกเทคนิคการเล่น รูปแบบเกมการแข่งขันเป็นอย่างดี ในโอกาสนี้จึงมอบเสื้อฟุตบอลที่ใช้ทำการแข่งขันพร้อมลายเซ็นให้เจ้าตัว เพื่อเป็นกำลังใจ และขอให้สู้เพื่อกลับมามองเห็นให้ได้อีกครั้ง

             นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ “ด.ญ.ซาฟีนา กูโน” เด็กสาวในโลกมืด...ทว่า "หัวใจเธอสว่างมาก"

.............

(หมายเหตุ : 'ซาฟีนา กูโน'สาวน้อยในโลกมืด ผู้มีลูกหนังเป็นเพื่อน... ท่ามกลางไฟใต้ : สุพิชฌาย์ รัตนะรายงาน)