
'คนร้าย'ข่มขืน'นศ.แพทย์'ผูกคอตาย!
หนึ่งในคนร้ายที่รุมข่มขืนนักศึกษาแพทย์บนรถเมล์ในกรุงนิว เดลี ของอินเดีย ผูกคอตาย
11 มี.ค. 56 ตำรวจในกรุงนิวเดลี ของอินเดีย เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาคนสำคัญในคดีรุมโทรมนักศึกษาแพทย์วัย 23 ปี บนรถเมล์ในกรุงนิวเดลี ที่สร้างความสะเทือนขวัญให้กับชาวอินเดียและเป็นชนวนเหตุให้เกิดการประท้วงทั่วประเทศ ได้ฆ่าตัวตายในคุกเมื่อเวลา 05.30 น. ของวันนี้ ซึ่งทนายของเขาได้โทษว่า การไร้จริยธรรมของตำรวจทำให้ลูกความของเขาฆ่าตัวตาย ขณะที่เรือนจำอินเดีย ขึ้นชื่อในเรื่องความแออัด การจัดการที่ไม่ดีและการปฏิบัติที่รุนแรงต่อนักโทษ
ตำรวจ ระบุว่า นายราม ซิงห์ ซึ่งถูกระบุว่า เป็นคนขับรถเมล์ ที่นักศึกษาสาวถูกรุมข่มขืนและถูกทำร้ายร่างกายอย่างทารุณ โดยกลุ่มชายฉกรรจ์ 6 คน เมื่อเดือนธันวาคม ได้ใช้เสื้อผ้าของตัวเอง ผูกคอตายในห้องขัง ที่เขตติฮาร์ / ก่อนหน้านี้ ฝ่ายทนายจำเลยอ้างว่า ตำรวจได้ทุบตีลูกความของพวกเขาจนยอมรับสารภาพ
พัสดีเรือนจำคนหนึ่ง ซึ่งไม่เปิดเผยนาม บอกว่า นายซิงห์ และผู้ชายอีก 5 คน ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนของการถูกพิจารณาคดี ในข้อหาโทรมหญิง , ฆาตกรรม และลักพาตัว ต่างอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังการฆ่าตัวตาย และต่างก็ถูกขังแยกกัน ภายในเรือนจำเดียวกัน
ถ้าศาลตัดสินว่า พวกเขามีความผิดจริงตามข้อกล่าวหา ก็อาจจะได้รับโทษประหารชีวิต ส่วนผู้ต้องหาคนที่ 6 ที่ถูกระบุว่า ลงมือก่อเหตุขณะยังเป็นผู้เยาว์ ได้ถูกคุมขังและพิจารณาคดีแยกที่ศาลเยาวชน / ด้านพ่อของเหยื่อสาว ได้แสดงความไม่พอใจต่อข่าวการฆ่าตัวตายของนายรามซิงห์ โดยระบุว่า เหตุใดตำรวจจึงปล่อยให้เขาเลือกตายตามที่ใจต้องการ ส่วนน้องชายบอกว่าหวังว่าคนอื่น ๆ จะได้รับโทษประหารชีวิตเหมือนกัน
เหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนขวัญไปทั่วประเทศ เกิดขึ้นเมื่อนักศึกษาหญิงและเพื่อนชายที่กำลังจะกลับบ้าน หลังออกจากโรงภาพยนตร์ในศูนย์การค้าในกรุงนิวเดลี และถูกล่อลวงให้ขึ้นรถเมล์ ก่อนถูกทำร้ายอย่างทารุณ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม / ตำรวจระบุว่า คนร้ายทั้ง 6 ได้ทุบตีเพื่อนชายด้วยท่อนเหล็ก และรุมข่มขืนนักศึกษาสาวก่อนจะทำร้ายจนอวัยวะภายในได้รับบาดเจ็บและบอบช้ำอย่างหนัก ก่อนที่จะทิ้งร่างของทั้งสองคนลงไปบนถนนขณะที่รถกำลังแล่นอยู่ / นักศึกษาหญิงเสียชีวิตในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา หลังถูกส่งไปรักษาที่สิงคโปร์
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดการประท้วงทั่วประเทศ เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อการปฏิบัติต่อเพศหญิงในอินเดีย และกดดันให้รัฐบาลเร่งแก้ไขกฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้หญิงด้วย
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



