
'ปึ้ง'ยันลงนาม'บีอาร์เอ็น'สร้างสันติภาพ
'สุรพงษ์' ยัน 'สมช.' ลงนาม 'บีอาร์เอ็น' เพื่อสร้างสันติภาพ ปัดยกระดับการเจรจา ระบุ 'รัฐบาล' ทำถูกต้อง เมินถูกติงคุยผิดกลุ่ม
11 มี.ค.56 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ แถลงชี้แจงกรณีการลงนามของ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคง (สมช.) กับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ตามที่หลายฝ่ายนั้นมีความไม่เข้าใจในการลงนามของเลขาธิการ สมช. เป็นการลงนำเพื่อยกระดับกลุ่มดังกล่าวให้เป็นการเจรจา แต่ข้อเท็จจริงแล้วชัดเจนว่าเป็นการลงนามเพื่อพูดคุยสร้างสันติภาพกับกลุ่มที่มีความคิดและอุดมการณ์ที่แตกต่างจากรัฐบาล ไม่ใช่การเจรจา
"เพราะถ้าเป็นการเจรจาจะเท่ากับว่าเรารับรองยกฐานะของกลุ่มดังกล่าว ซึ่งตนระวังในเรื่องนี้มาตลอด เนื่องจากรัฐธรรมนูญของไทยไม่ให้มีการแบ่งแยกดินแดน ดังนั้นจึงไม่อยากเอาเรื่องนี้มาเล่นเป็นประเด็นการเมืองจนทำให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งนี้การลงนามกับกลุ่มบีอาร์เอ็นที่ประเทศมาเลเซียไม่ได้เป็นการรับรองว่าจะไม่มีการก่อเหตุความรุนแรงต่อไปอีก" นายสุรพงษ์ กล่าว
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า มีหลายฝ่ายบอกว่าเราลงนามผิดกลุ่ม แต่ถือว่าเรื่องนี้เป็นการเริ่มต้นเพื่อให้กลุ่มอื่นเข้ามาพูดคุยกัน ถ้าเราไม่คิดทำอะไรเลยคงไม่สามารถเริ่มต้นอะไรได้ รัฐบาลทำทุกอย่างเพื่อความสงบสุข หากใครรู้จักกลุ่มก่อความไม่สงบกลุ่มอื่นใดอีก สามารถเสนอแนะมาได้ เชื่อว่าฝ่ายความมั่นคงพร้อมพูดคุยด้วยทุกกลุ่ม อีกทั้งในการเดินทางเยือนประเทศสวีเดน เบลเยี่ยมและผู้นำสหภาพยุโรปในช่วงที่ผ่านมา ผู้นำทั้งหมดได้พูดคุยถึงเรื่องการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ซึ่งทุกคนเห็นด้วยกับแนวทางของรัฐบาลและได้แสดงความชื่นชม จึงแสดงว่าไม่มีใครที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางที่รัฐบาลดำเนินการ
'สุรพงษ์' คุยความร่วมมือแอคเมส์ โวช่วยเพิ่มการค้าชายแดน
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปประชุมยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง หรือแอคเมคส์ ในวันที่13 มีนาคม 2556 ที่กรุงเวียงจันทน์ สาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ซึ่งปีนี้ครบรอบ 10 ปีของความร่วมมือแอคเมคส์ ที่จะช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยมีบทบาทเป็นผู้ให้ เพื่อลดช่องว่างทางเศรษฐกิจ และเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างประเทศในกลุ่มแอคเมคส์ ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม โดยเฉพาะการกระชับความสัมพันธ์ระดับประชาชน และการค้าในบริเวณพื้นที่ติดชายแดน
ทั้งนี้มูลค่าการค้าตามแนวชายแดน ที่รวมการค้าชายแดนมาเลเซียด้วย รวมมูลค่า 910,000 ล้านบาท ซึ่งปริมาณการค้าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนเฉพาะไทย กับเมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา สูงถึง 410,000 ล้านบาท และสำคัญที่สุด มีอัตราเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 20 เปอร์เซ็นต์ หรือ 20,000 ล้านบาทต่อปี
นอกจากนี้ ประเทศไทยมีแผนการลงทุนขยายเส้นทางภายในประเทศเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ในวงเงิน 2 ล้านล้านบาท โดยหลังจากการดำเนินงานตามแผนนี้สิ้นสุดลง จะทำให้การค้าตามแนวชายแดนเพิ่มขึ้นอีก 45,000 ล้านบาท จะเห็นว่า ความร่วมมือของแอคเมคส์จะมีความแข็งแกร่งมากขึ้น และสามารถปรับตัวให้รับกับการเป็นประชาคมอาเซียน ในปี 2558



