
บุกจับแปรรูปไม้พะยูงมูลค่ากว่า3ล.
บุกจับพร้อมไม้พะยูงในสวนยางพารา พบไม้พะยูง 65 ท่อน รถจยย. 11 คัน มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท
วันที่ 11 มี.ค.56 เมื่อเวลา 07.30 น. พ.ท.ไกรเดช โป๊ะสูงเนิน หัวหน้าชุดที่ทำการทางยุทธวิธี กองกำลังสุรนารี อุบลราชธานี สืบทราบว่าจะมีการลักลอบแปรรูปไม้พะยูงเตรียมส่งออกไปขายต่างประเทศ ที่สวนยางพารา บ้านโนนน้อย ต.โพนงาม อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี จึงสั่งการให้ ร.อ.ธนาคม เลื่อนทอง นำกำลังทหารชุดปฎิบัติการทางยุทธวิธี กองกำลังสุรนารี สนธิกำลังกับกองร้อยทหารพรานที่ 2601 เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยเฉพาะกิจภูธรจังหวัดและเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อ.บ.19 นำกำลังกว่า 30 นาย วางแผนเข้าจับกุม โดยกระจายกำลังปิดล้อมสวนยางพาราเป้าหมาย
เมื่อเดินทางเข้าใกล้กระท่อมในสวนยางและบริเวณโดยรอบ 7 จุด พบกลุ่มผู้กระทำผิดกำลังแปรรูปและตัดแต่งไม้พะยูง จึงแสดงตัวเพื่อตรวจสอบ ทำให้กลุ่มชายทิ้งเครื่องมือ วิ่งหนีเข้าป่าใกล้สวนยาง เจ้าหน้าที่สามารถไล่ติดตามจับกุมได้ 1 คน ชื่อนายเนือง รจนา อายุ 55 ปีพร้อม ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ 11 คัน เลื่อยโซ่ยนต์ รถเข็น และไม้พะยูง 65 ท่อน
จากการสอบสวนนายเนือง สารภาพว่า เดินทางมากับเพื่อนบ้านประมาณ 20 คน แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มๆละ 5 คนมารับจ้างจากนายทุนให้เลื่อยไม้พะยูงที่ลักลอบตัดมาจากเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า บุณฑริก-ยอดมน และเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าบุณฑริก ต.โพนงาม อ.บุณฑริก จากนั้นนำมาแปรรูปแล้วขนไม้ไปกระจายตามสวนยางพารา โดยจะได้ส่วนแบ่งครั้งละ 6,000 บาท
“นายเนืองอ้างว่า สาเหตุที่ไม่ขึ้นไปเลื่อยไม้บริเวณเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าบุณฑริก -ยอดมน เพราะมีกำลังเจ้าหน้าที่อยู่ ทำให้นายทุนสั่งให้ไปลักลอบตัดไม้พะยูงแล้วชักลากขนลงมาแปรรูป ซึ่งบริเวณสวนยางพาราอยู่ห่างจากเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าบุณฑริก-ยอดมน ประมาณ 3 ก.ม. สำหรับไม้ที่แปรรูปนี้หากนำส่งไปขายยังประเทศจีนจะมีมูลค่าถึง 3 ล้านบาท จึงยึดไว้เป็นของกลาง แล้วนำส่งพนักงานสอบสวนสภ.บุณฑริก ให้ดำเนินคดี หลังจากนี้จะขยายผลติดตามจับกุมนายทุนเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย” พ.ท.ไกรเดช กล่าว



