
'เฉลิม'เบรก'พงศพัศ'ขอกลับสตช.
'เฉลิม'เบรก'พงศพัศ'ขอกลับสตช. หวังมีเลือกตั้งใหม่ หาก'กกต.'ให้ใบเหลือง-แดง'สุขุมพันธุ์'เผยยังไม่คุยกับ'จูดี้'ชี้การเลือกตั้งยังไม่สิ้นสุด
เมื่อเวลา 11.15 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พรรคเพื่อไทย ขอกลับเข้ารับราชการตำรวจอีกครั้งหลังจากแพ้เลือกตั้งว่า ยังไม่พบกับ พล.ต.อ.พงศพัศ จึงยังไม่ได้คุยเรื่องนี้ แต่ในความเห็นของตนคือการเลือกตั้งยังไม่สิ้นสุด ยังไม่ชัดเจนว่าใครได้เป็นผู้ว่าฯกทม. เมื่อถึงจุดนี้จึงยังไม่ได้คุยกันจนกว่าผลการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)จะได้ข้อสรุป
“ทางคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ยังไม่ได้รับเรื่อง และจริงๆก็ยังกลับไม่ได้เพราะการเลือกตั้งยังไม่แล้วเสร็จ คิดอย่างไรคิดได้ แต่ยังยื่นเรื่องขอรับกลับไม่ได้”รองนายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่า ตามระเบียบสามารถขอกลับได้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า จะได้คำตอบเมื่อการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ยุติแล้ว ส่วนกลับมาดำรงตำแหน่งแล้วก็ตอบไม่ได้เพราะยังไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ว่าฯกทม. ถ้าเกิดกกต.ให้ใบเหลือง-ใบแดง ต้องเลือกตั้งกันใหม่ แล้ว พล.ต.อ.พงศพัศได้รับเลือกก็ไม่ต้องพิจารณาเรื่องนี้ ดังนั้นเร็วไปที่จะให้ตอบ เมื่อถามว่าตามระเบียบแล้วในอดีตเคยมีกรณีแบบนี้หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ตนไม่พูดเรื่องระเบียบเพราะยังไม่ถึงเวลา เอาเวลาไปทำอย่างอื่นก่อน
"เพื่อไทย"ยื่นกกต.ฟัน"สุเทพ-จุรินทร์-กรณ์-อิสสระ"ปราศรัยใส่ร้าย"พงศพัศ"
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในช่วงบ่ายของวันนี้ ทีมกฎหมายของพรรคจะส่งตัวแทนเข้ายื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในกรณีคลิปปราศรัยช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมด 4 คน ซึ่งอาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง มาตรา 57 (5) ประกอบด้วย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สส.สุราษฎร์ธานี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ สส.บัญชีรายชื่อ นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และนายอิสสระ สมชัย สส.บัญชีรายชื่อ
ทั้งนี้ จากการถอดเทปคำปราศรัยของทั้ง 4 คนนั้น เข้าข่ายปราศรัยในลักษณะโจมตี ใส่ร้ายป้ายสี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคเพื่อไทยอย่างชัดเจน และม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคประชาธิปัตย์ ก็คอยปรบมือเป็นกำลังใจโดยไม่มีการห้ามปราม ดังนั้น ชัยชนะของพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ใช่ชัยชนะที่สง่างาม แต่ได้มาจากการชกใต้เข็มขัด
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการร้องเรียนต่อกกต.ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องขี้แพ้ชวนทะเลาะหรือเตะถ่วงการรับรองผลการเลือกตั้ง แต่เป็นสิทธิที่สามารถทำได้เมื่อพบการกระทำที่ผิดกฎหมายเลือกตั้งอย่างชัดเจน ไม่ต้องการให้เป็นบรรทัดฐานในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ชัยชนะจะต้องไม่มาจากการใส่ร้ายป้ายสีหรือโจมตีฝ่ายตรงข้ามมากกว่าการนำเสนอนโยบายหรือผลงานที่สร้างสรรค์



