
ปรองดองจอมปลอม
ปรองดองจอมปลอม : คลุกวงใน โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ @attayuth_nna
การหารือออกกฎหมายนิรโทษกรรมที่มี "เจริญ จรรย์โกมล" รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นเจ้าภาพ ยังไม่แน่ว่าจะมีใครเข้าร่วมบ้าง เพราะดูๆแล้วคนที่ตอบรับแบบเต็มใจจะมีเพียงแต่พรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงเท่านั้น ส่วนคนอื่นยังแบ่งรับแบ่งสู้หรืออย่างพรรคประชาธิปัตย์ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมอย่างสิ้นเชิง
หากมองย้อนไปจะเห็นว่าข้ออ้างของการเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมคือ "ความปรองดอง" นัยยะว่าหากลืมๆเรื่องที่ผ่านๆมาสังคมก็น่าจะกลับไปรักกันเหมือนเดิม
และเหมือนเป็นคาถาวิเศษ เมื่อใดพูดเรื่อง "ปรองดอง" ทุกคนก็จะขานรับและบอกว่าตัวเองสนับสนุนเต็มที่ แต่นั่นเป็นเพียงฉากหน้าของการเมืองเท่านั้น หากไปดูเบื้องหลังจะเห็นว่าทุกคนยังไม่พร้อมที่จะปรองดอง ไม่ว่าระดับแกนนำหรือกองเชียร์
สองฝั่งยังคงบี้เอาเป็นเอาตายกันในทุกๆเรื่อง ทั้งในด้านกฎหมายและด้านมวลชน ยิ่งไปกว่านั้นปากที่ว่าอยากปรอดองนักอยากปรองดองหนา หากไปออกโทรทัศน์ช่องของตัวเองแล้ว แต่ละวาทกรรมที่ออกมานั้นตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง
หากเป็นทีวีเสื้อแดง เราจะเห็นบรรดาแกนนำ ส.ส. ออกมาตอกย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ หรือกลุ่มอำมาตย์ ยังไม่ยอมหยุดเล่นเกมใต้ดินและโค่นล้มพรรคเพื่อไทย นอกจากนี้ ยังตอกย้ำเรื่องเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อปี 2553 พร้อมทั้งวาทกรรม "สั่งฆ่าประชาชน" ก็ถูกผลิตซ้ำอยู่เรื่อยๆ ดังนั้นไม่แปลกที่คนเสื้อแดงจะเกลียดพรรคประชาธิปัตย์เข้าไส้
ในทางกลับกันทีวีฟากฝั่งประชาธิปัตย์ ก็กล่าวหาพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงไม่หยุดไม่หย่อน วาทกรรมถูกเสกสรรค์ขึ้นมาเรื่อยๆ และตอกย้ำซ้ำทวนไม่ว่าจะเป็น "กินรวบ" "สร้างรัฐไทยใหม่ที่มี ทักษิณ ชินวัตร เป็นประธานาธิบดี" และแน่นอนเช่นกันว่า เหตุการณ์การชุมนุมเมื่อปี 2553 ก็ถูกหยิบมาอธิบายในมุมของตัวเองภายใต้สโลแกน "เผาบ้านเผาเมือง"
จึงไม่แปลกว่าที่สุดแฟนคลับประชาธิปัตย์ก็จะเกลียดกลัวคนเสื้อแดงกับพรรคเพื่อไทยชนิดฝังหัว
ส่วนทีวีเสื้อเหลืองก็มีพฤติกรรมที่ไม่ต่างกัน โดยปลุกระดมคนของตัวเองด้วยชุดข้อมูลหนึ่งๆอยู่ตลอดเวลา
คำว่าปรองดองจึงเป็นเพียงแค่ "วาทกรรม" หนึ่งของบรรดานักการเมืองที่พูดเอาสวยเอาหล่อ แต่ไม่ได้คิดจะทำให้เกิดมรรคผลอะไรจริงจัง เพราะการปฏิบัติตัวก็เป็นหลักฐานที่เพียงพอแล้ว
---------
(หมายเหตุ : ปรองดองจอมปลอม : คลุกวงใน โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ @attayuth_nna)



