
อนาคตหมายเลข9
อนาคตหมายเลข9 : เลียบค่าย โดยชัยกร ใบเงิน
เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางกรณี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีตผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 พรรคเพื่อไทย จะกลับเข้ารับราชการในตำแหน่ง รองผบ.ตร. ตามเดิม และอาจแถมพ่วงตำแหน่งเลขาฯ ป.ป.ส. ด้วย
ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายเลือกตั้งและมติคณะรัฐมนตรี สามารถทำได้
แต่ความเหมาะสมนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เนื่องจากพล.ต.อ.พงศพัศ โดดลงเล่นการเมืองในนามพรรคเพื่อไทย แสดงว่ามีความฝักใฝ่หรือชื่นชอบนโยบายของพรรคนี้ จึงตัดสินใจเลือกเป็นตัวแทนลงชิงชัยตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.
ประเด็นหนึ่งที่ถูกตั้งคำถามคือ ผู้สมัครหมายเลข 9 รายนี้มีอายุราชการยาวถึงปี 2559 ขณะที่ ผบ.ตร.คนปัจจุบัน คือ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว จะเกษียณอายุราชการในปี 2557
แน่นอนพล.ต.อ.พงศพัศ มีสิทธิขั้วตำแหน่งผู้นำตำรวจ และโอกาสเป็นไปได้สูงด้วย
การเป็นข้าราชการในแผ่นดินนั้น ควรวางตัวเป็นกลาง ยิ่งองค์กรตำรวจเป็นต้นธารแห่งกระบวนการยุติธรรมด้วยแล้ว ยิ่งต้องเข้มข้นกว่าหน่วยงานอื่น
ที่สำคัญผู้สมัครรายนี้มีส่วนได้เสียอยู่กับการครองอำนาจของรัฐบาล หากเกิดมีการกระทำความผิดโดยพรรคการเมืองหรือคนเสื้อแดง ในขณะที่ผู้สมัครหมายเลข 9 เป็นผู้นำหน่วย ชาวบ้านจะไว้วางใจในความเที่ยงธรรมและเป็นกลางได้อย่างไร ในเมื่อโลโก้พรรคเพื่อไทยติดตัวอยู่
ข้าราชการประจำต้องไม่มีภาพเอนเอียงไปทางพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่ง
ความเป็นจริงแล้ว หากพล.ต.อ.พงศพัศ ตัดสินใจเดินไปทางสายการเมืองก็คงไม่ขี้เหร่เพราะคะแนนที่ได้กว่า 1 ล้านเสียง ยังทำลายสถิติของอดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ด้วยซ้ำ
เชื่อว่าด้วยคะแนนเสียงและชื่อชั้น น่าจะทำประโยชน์ทางการเมืองหรือสร้างผลงานให้พรรคการเมืองได้มากกว่า สง่างามกว่าการกลับเข้ารับราชการโดยที่มีสีเสื้อพรรคการเมืองติดตัว
ด้วยความสามารถของพล.ต.อ.พงศพัศ เป็นได้ถึงรัฐมนตรีด้วยซ้ำหากมีการปรับครม.ครั้งต่อไป
ขึ้นอยู่กับว่า คนแดนไกลจะเห็นอย่างไร จะส่งพล.ต.อ.พงศพัศ กลับไปประแป้งแต่งตัวเตรียมนั่งเก้าใหญ่เพื่อยึดศูนย์อำนาจระดับน้องๆ 3 กองทัพไว้ในมือหรือเปล่า
เชื่อว่าสุดท้ายคงต้องส่งผู้สมัครหมายเลข 9 กลับหน่วยเดิม
ยกเว้นเสียแต่ว่า มีการแจกใบเหลืองเลือกตั้งกันใหม่ ตามกระแสข่าวที่ผ่านมาทางหญิงสูงศักดิ์บางคน เพื่อวัดดวงกันอีกรอบ
ข่าวลืออันหลังนี้น่ากลัวกว่า สงครามไม่จบยังนับแบงก์ นับศพกันไม่ได้!!!



