
ทลายอู่..ชำแหละรถโจรกรรม
ทลายอู่..ชำแหละรถโจรกรรม : ตะลุยข่าว โดยกฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล
เช้าตรู่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา พ.ต.อ.คำรณ ยอดรักษ์ รอง ผบก.สส.ภ.9 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สืบสวนอาวุธครบมือร่วม 30 นาย เดินทางเข้ามายังพื้นที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช อย่างเงียบเชียบ และต่อสายตรงถึง พล.ต.ต.รณพงศ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช
“พี่ครับ ผมขยายผลคดีลักรถพบไอ้เหด อดีต ส.อบต.ท่าศาลา มือชำแหละรถ ที่คาดว่าจะโจรกรรมมาจากภาคใต้ตอนล่างของแก๊งไอ้นันท์ ที่ถูกจับแล้ว ผมขยายผลมันเอารถมาให้ไอ้เหดชำแหละ ผมขออนุญาตเข้าพื้นที่พร้อมกำลังเข้าทำการจับกุมครับ” รองผู้การสืบสวนภาค 9 รายงานผลการสืบสวนขยายผล
หลังจากนั้นไม่นาน พล.ต.ต.รณพงศ์ ได้ระดมนายตำรวจทั้ง “รองฯเปี๊ยก” พ.ต.อ.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ รอง ผบก. พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์ ผกก.กก.สส.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.สมพงศ์ ทิพย์อาภากุล ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พ.ต.ท.สมชาย มวยดี สวป.หน.ชุดปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เข้าร่วมทีมทันที โดยเข้าขอหมายค้นจากศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าค้นเป้าหมาย 2 จุด จุดแรกคืออู่อิทธิยนตรการ ริมถนนสายนครศรี-ท่าศาลา หมู่ 14 ต.ท่าศาลา อีกจุดอยู่ใน ต.กะหรอ อ.นบพิตำ
จุดแรกที่อู่อิทธิยนตรการ ต้องตะลึงกับสภาพภายหลังเข้าปิดล้อมและตรวจค้น ส่วนเจ้าของอู่คือ “บังเหด” หรือ นายอุเทน ดำฤทธิ์ อายุ 38 ปี ถึงกับหน้าซีดเผือด รู้ตัวเองถึงชะตากรรมที่รออยู่ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดรถยนต์และซากรถยนต์ ซึ่งมีทั้งตัวถัง คัสซี ชิ้นส่วนต่างๆ กระจายอยู่ทั่วบริเวณ บางคันเป็นรถยนต์ใหม่เอี่ยมแต่ภายในนั้นกลวง เนื่องจากถูกถอดชำแหละอะไหล่ออกหมดแล้ว หลังจากรวบรวมประมาณการจากชิ้นส่วนประเมินว่ามีรถยนต์หลายสิบคันหรืออาจมากกว่า 100 คัน ด้วยซ้ำ นอกจากนั้นยังพบป้ายทะเบียนรถยนต์จากจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะจากภาคใต้ตอนล่างมากกว่า 30 แผ่น
ทั้งนี้ เมื่อตรวจปัสสาวะของนายอุเทนพบว่ามีการเสพสารเสพติด ซึ่งเจ้าตัวยอมรับสารภาพว่าติดยาเสพติดงอมแงม และเพิ่งเสพไปจนหมดก่อนเจ้าหน้าที่มาถึงได้ไม่นาน จึงประเดิมด้วยข้อหา "เสพสารเสพติดประเภทที่ 1"
และตามมาด้วยข้อหารับซื้อของโจร "บังเหด" อดีต ส.อบต.ผู้กว้างขวางยอมรับสภาพและจนมุมต่อหลักฐานจำนวนมากมายก่ายกองตรงหน้า ว่า ได้รับซื้อรถยนต์จากนายอนันต์ นิลยะปา จริงในราคาคันละ 6-8 หมื่นบาท มาชำแหละแยกชิ้นส่วน โดยเครื่องยนต์ส่งขายไปยัง จ.ระนอง เพื่อส่งต่อไปยังประเทศพม่า ส่วนตัวถังและคัสซีจะตัดเอาเลขตัวถังและเลขคัสซีทิ้ง ก่อนเชื่อมต่อใหม่ขายทั่วไป
ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนายอนันต์ นิลยะปา อายุ 30 ปี อยู่ 222 หมู่ 4 ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง หัวหน้าขบวนการโจรกรรมรถยนต์รายใหญ่ในภาคใต้ ก่อเหตุมาแล้วหลายจังหวัด และอยู่ในระหว่างการประกันตัว หลังจากจับกุมดำเนินคดีอยู่ที่ จ.นครศรีธรรมราช จ.พัทลุง และไปก่อเหตุที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จนถูกจับกุมไว้ได้
เมื่อสอบสวนขยายผล สารภาพว่า นำรถยนต์ที่โจรกรรมมาได้ส่งขายให้นายอุเทน ซึ่งเป็นแหล่งรับซื้อชำแหละรายใหญ่ที่นครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมพร้อมของกลางจำนวนมาก
"เวลาในการโจรกรรมนั้น รถยนต์อีซูซุจะเป็นยี่ห้อที่คนร้ายก่อเหตุง่ายที่สุด ใช้เวลาเพียง 18 วินาที สามารถขึ้นสตาร์ทเครื่องขับหลบหนีไปได้เลย” พ.ต.อ.คำรณ อธิบายถึงการสืบสวนจนสาวมาถึงแหล่งชำแหละรถที่ได้จากการโจรกรรม
นอกจากนี้การสืบสวนขยายผลพบว่า ขบวนการค้ารถยนต์โจรกรรมรายนี้มีเครือข่ายที่ใหญ่มากในภาคใต้ตอนล่าง และโดยเฉพาะใน 3 จังหวัดภาคใต้แล้วนำส่งขายให้แก่ขบวนการนำไปก่อเหตุเช่น โจรกรรมจากนราธิวาส จะไปก่อเหตุในปัตตานี เป็นต้น เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผลจนพบและเตรียมดำเนินคดีด้านความมั่นคงอีกด้วย ส่วนหลักฐานเช่น แผ่นป้ายทะเบียน และตัวเลขคัสซี และตัวถังต่างๆ นั้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดและแกะรอยเพื่อแจ้งให้เจ้าของทราบ
"ท่านรองฯคำรณครับ คดีนี้เชื่อมโยงกับคดีความมั่นคงใน 3 จังหวัดภาคใต้มากน้อยแค่ไหน?" ผู้สื่อข่าวเอ่ยถาม
"..." มีเพียงรอยยิ้มกว้างอย่างมีนัยแทนคำตอบ แล้ว พ.ต.อ.คำรณรีบเดินไปสั่งการลูกน้องเร่งขยายผลกับเลขตัวถังและเลขทะเบียนรถยนต์ที่ยึดได้ แล้วส่งด่วนไปยังกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ทันที!?!
....................
(หมายเหตุ : ทลายอู่..ชำแหละรถโจรกรรม : ตะลุยข่าว โดยกฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล)



