ข่าว

ไขคดี'โจ๊ก ไผ่เขียว'ฆ่า'โตมี่'(1)

ไขคดี'โจ๊ก ไผ่เขียว'ฆ่า'โตมี่'(1)

10 มี.ค. 2556

คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : ปลอกกระสุน...ไขคดี 'โจ๊ก ไผ่เขียว' ฆ่า 'โตมี่' (ตอน 1) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ

                       ปลายปี 2553 ใน จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดเหตุ "กลุ่มเด็กแว้น" ใช้ก้อนหินปาใส่รถยนต์ที่สัญจรผ่านถนนสายเอเชีย ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตบ่อยครั้ง แม้ตำรวจจะพยายามติดตามกวาดล้างปราบปรามอย่างหนัก แต่กลับไม่มีทีท่าว่าสถานการณ์จะทุเลาลง

                       นอกจากไม่มีทีท่าคลี่คลายลงในทางที่ดีแล้วยังเกิดคดีสะเทือนขวัญสร้างความหวาดวิตกให้แก่ผู้ที่สัญจรผ่านพื้นที่ของเมืองหลวงเก่าแห่งนี้เป็นอย่างยิ่งขึ้นซ้ำอีก นั่นก็คือเหตุการณ์ 2 คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ซูเปอร์โฟร์ตามไล่ยิงรถยนต์โตโยต้า ยาริส จนเป็นเหตุให้เด็กชายวัย 12 ขวบ เสียชีวิต

                       เหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งดังกล่าวเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 4 ธันวาคม 2553 ขณะ นายจักรพันธ์ ดีผิว อายุ 19 ปี ขับรถยนต์โตโยต้า ยาริส ทะเบียน ก-3271 ปทุมธานี ออกจากบ้านพักใน อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี เพื่อเดินทางไปพบญาติที่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี โดยใช้ถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพมหานคร

                       ขณะรถยนต์วิ่งผ่านช่วงระหว่าง กม.1-2 บริเวณรอยต่อระหว่าง ต.หนองจิก และ ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน สวมหมวกกันน็อกชนิดเต็มใบ ขี่รถจักรยานยนต์ ซูเปอร์โฟร์ สีดำ ตามไล่กระหน่ำยิงกว่า 10 นัด

                       ระหว่างเกิดเหตุ นายจักรพันธ์เข้าใจว่า คนร้ายเจตนาปล้นทรัพย์ จึงได้ขับรถหนีแต่เมื่อสังเกตเห็นคนร้ายไม่ได้ติดตาม จึงได้จอดรถลงข้างทางเพื่อตรวจสอบผู้ที่นั่งมาในรถว่ามีใครได้รับบาดเจ็บจากคมกระสุนของคนร้ายบ้าง พบว่า ด.ช.โภคิน ดีผิว อายุ 12 ขวบ นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนหนองม่วง จ.ลพบุรี ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องอาการสาหัส เนื่องจากคมกระสุนเข้าหน้าผาก 1 นัด

                       นอกจากนี้ ด.ช.ณัฐวุฒิ เบ่งศรี อายุ 12 ขวบ ถูกยิงเข้าท่อนแขนซ้ายกระสุนทะลุสีข้าง ด.ช.เสก ดีผิว อายุ 11 ขวบ กระสุนถากเข้าสีข้างขวาเป็นรอยไหม้ และ นางเฉลียว ดีผิว อายุ 70 ปี กระสุนถากเข้าหัวเข่าซ้าย

                       เมื่อได้สตินายจักรพันธ์ จึงรีบนำผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลนวนคร เพื่อช่วยรักษาอาการ โดยเฉพาะ ด.ช.โภคิน ที่อาการหนักสุด ทีมแพทย์ได้ผ่าตัดนำกระสุนปืนออกจากหน้าผากสำเร็จแต่ ด.ช.โภคิน ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

                       หลังเกิดคดีสะเทือนขวัญดังกล่าว พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ตำแหน่งขณะนั้น) ได้ระดมกำลังนักสืบฝีมือดีในสังกัดออกไล่ล่าติดตามตัวคนร้ายชนิดพลิกแผ่นดิน พร้อมกับประสาน พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผบช.สพฐ. (ตำแหน่งในขณะนั้น) ควบคุมสั่งการตำรวจพิสูจน์หลักฐานอยุธยา เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ใช้เป็นเบาะแสในการติดตามจับกุมคนร้าย

                       ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ใช้เครื่องตรวจวัตถุโลหะตรวจหาปลอกกระสุนปืน ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะสาวไปถึงตัวคนร้าย ปรากฏว่าตรงจุดที่นายจักรพันธ์ ยืนยันว่าถูกคนร้ายไล่ยิงนั้นพบปลอกกระสุนปืน 3-4 ปลอก เมื่อนำไปตรวจสอบพบว่าเป็นปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อกล็อก และเมื่อนำไปเทียบกับร่องรอยของกระสุนปืนที่พบบนตัวถังรถยนต์ยาริส พบว่ามีความเป็นไปได้ว่าร่องรอยกระสุนที่พบน่าจะถูกยิงด้วยปืนขนาด 9 มม. แต่ร่องรอยที่พบมีถึง 12 รอย คือที่ด้านหลังรถ 8 รอย ด้านซ้าย 3 รอย และด้านขวาอีก 1 รอย ซึ่งร่องรอยที่พบบนตัวรถแสดงให้เห็นว่าคนร้ายน่าจะกระหน่ำยิงใส่รถยนต์คันนี้กว่า 10 นัด

                       พล.ต.ท.จรัมพร จึงสั่งให้ระดมกำลังตำรวจพิสูจน์หลักฐานจาก จ.อ่างทอง และปทุมธานี เข้ามาเสริมทีมตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อช่วยกันตรวจหาปลอกกระสุนปืนเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความชัดเจนของอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ ตำรวจพิสูจน์หลักฐานชุดนี้เดินเท้าใช้เครื่องตรวจจับวัตถุโลหะหาปลอกกระสุนปืนจากจุดเกิดเหตุย้อนกลับหลังไปกว่า 2 กิโลเมตร พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. เพิ่มอีก 10 ปลอก กระสุนปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อกล็อก ยังไม่ได้ยิงอีก 1 นัด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

                       ปลอกกระสุนปืน และกระสุนปืน ที่พบดังกล่าว ทำให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เชื่อได้ว่า อาวุธปืนที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ เป็นปืนออโตเมติก ขนาด 9 มม. ยี่ห้อกล็อก จึงประสานมอบข้อมูลดังกล่าวให้ตำรวจฝ่ายสืบสวนซึ่งนำโดย พล.ต.อ.อัศวิน ใช้เป็นเบาะแสในการติดตามหาตัวคนร้าย

                       ระหว่างตำรวจกำลังควานหาตัวคนร้ายรายนี้อยู่นั้น มีพลเมืองดีที่อาศัยอยู่ในชุมชนไผ่เขียว หมู่ 6 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้นำปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อกล็อก ซึ่งอ้างว่าเก็บได้ภายในชุมชนไผ่เขียว เมื่อคืนวันลอยกระทง ก่อนเกิดเหตุคนร้ายไล่ยิงรถโตโยต้า ยาริสคันนี้ไม่นาน มาส่งมอบให้แก่ตำรวจ เพราะสงสัยว่าคนร้ายรายนี้น่าจะเป็นคนคนเดียวกัน

                       พลเมืองดีรายนี้ให้ข้อมูลว่า ในชุมชนไผ่เขียว มีเอเย่นต์ยาเสพติดรายใหญ่อาศัยอยู่ ซึ่งเอเย่นต์รายใหญ่รายนี้ทำตัวเป็นขาใหญ่ประจำชุมชน ทุกครั้งที่เสพยาจนเมามายมักอาละวาดนำอาวุธปืนออกมายิงในชุมชนบ่อยครั้ง และครั้งล่าสุดเมื่อคืนวันลอยกระทงได้กลับเข้ามาในชุมชนไผ่เขียวและได้ใช้ปืนยิงขึ้นฟ้า สร้างความตกอกตกใจให้แก่ชาวชุมชนเป็นอย่างยิ่ง

                       หลังจากเอเย่นต์ยาเสพติดรายใหญ่ดังกล่าว ได้ออกจากชุมชนไป พลเมืองดีรายดังกล่าว จึงเดินหาปลอกกระสุนเพื่อเก็บไว้รอส่งให้แก่ตำรวจเพื่อใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีกับเอเย่นต์ยาเสพติดรายนี้ แต่ไม่ทันจะได้ส่งมอบก็เกิดคดีรถยนต์โตโยต้า ยาริสถูกไล่ยิงบนถนนสายเอเชีย ซึ่งจุดเกิดเหตุไม่ห่างจากชุมชนไผ่เขียวมากนัก

                       ต่อมาตำรวจฝ่ายสืบสวนได้นำปลอกกระสุนที่ได้รับมอบจากพลเมืองดี ส่งมอบต่อให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานนำไปตรวจเปรียบเทียบกับปลอกกระสุนปืนที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุคดีคนร้ายตามกระหน่ำยิงใส่รถยนต์โตโยต้า ยาริส พบว่า ปลอกกระสุนปืนทั้งสองแห่งถูกยิงมาจากปืนกระบอกเดียวกัน จึงเชื่อได้ว่าคนร้ายทั้งสองกรณีน่าจะเป็นคนเดียวหรือกลุ่มเดียวกัน

                       ปลอกกระสุนดังกล่าวจะนำมาสู่การปิดคดีนี้ได้หรือไม่? ที่สำคัญ...ใครคือฆาตกร? ติดตามตอนหน้า

 

 

--------------------

(หมายเหตุ : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : ปลอกกระสุน...ไขคดี 'โจ๊ก ไผ่เขียว' ฆ่า 'โตมี่' (ตอน 1) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ
 

ขอบคุณเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม : Au keya : CSI Thailand คดียิงน้องโตมี่ - http://youtu.be/17BqVaTOONs)