
แก้กม.เพิ่มโทษสกัดธุรกิจ'ค้าสัตว์ข้ามชาติ'
แก้กฎหมาย..เพิ่มโทษ สกัดธุรกิจ'ค้าสัตว์ข้ามชาติ' : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ต.นรศักดิ์ เหมนิธิ ผบก.ปทส. โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ
ปัญหาการลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ "ไทย" เป็นประเทศต้นๆ ที่ถูกจับตามองจากทั่วโลก ล่าสุดองค์การอนุรักษ์สัตว์ล่ารายชื่อ 5 แสนคน ยื่นต่อรัฐบาลไทย เพื่อสร้างแรงกดดันในเรื่องการปราบปรามแก๊งค้างาช้างข้ามชาติ โหมโรงก่อนการประชุม "ไซเตส" หรือ การประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ
ระหว่างการประชุมไซเตส... กองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) โชว์ผลงานสืบสวนจับกุม 3 ตำรวจสายสืบ สภ.สุวรรณภูมิ ร่วมเอี่ยวแก๊งค้าซากสัตว์ข้ามชาติ หลังตรวจยึดนอแรด 4 นอ มูลค่าประมาณ 12.7 ล้านบาท ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทาง เมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า "ไทย" มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ ทั้งเป็นประเทศทางผ่านและตลาดการค้า พล.ต.ต.นรศักดิ์ เหมนิธิ ผบก.ปทส.จะลบภาพลักษณ์ดังกล่าวอย่างไร?
-สัตว์ป่าที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งค้าสัตว์ป่าข้ามชาติมากที่สุด
"ช้าง" (ช้างเอเชีย และช้างแอฟริกา) จุดประสงค์หลักในการล่าช้างคือ "งาช้าง" เพื่อนำมาเป็นเครื่องประดับร่างกาย และของตกแต่งบ้าน ส่วนที่รองลงมาคือ อวัยวะช้างบางส่วน เช่น งวง พวงหาง อวัยวะเพศ เป็นต้น ตอนนี้นายพรานมักจะล่าช้างตามป่าอนุรักษ์ ฆ่าเพื่อเอาอวัยวะ ส่วนลูกช้างจะนำออกจากป่าแบบมีชีวิต จะเลี้ยงและฝึกเมื่อมีผู้สั่งซื้อ ก่อนจะส่งขายไปในที่ต่างๆ และ "นอแรด" เป็นอวัยวะที่หาได้ยากมาก ราคาแพง ไม่ว่าจะเป็นแรดเอเชีย หรือแรดแอฟริกา ที่จะนำไปเป็นส่วนผสมของยาตามความเชื่อ ราคาจึงแพงมาก มีการสั่งซื้อจากนายทุนข้ามชาติในราคาที่สูง สร้างจูงใจให้เกิดการล่าแรด จนทำให้เกิดภาวะวิกฤติต่อการสูญพันธุ์ รวมถึง "เสือโคร่ง" มีความเชื่อว่าจะเป็นยาอายุวัฒนะ บางกลุ่มก็เชื่อว่าเลี้ยงไว้ในบ้านจะเป็นการเสริมบารมี และ "ตัวนิ่ม" เชื่อว่าทำเป็นอาหารแล้วจะมีพละกำลังที่แข็งแรง จึงเกิดความต้องการจำนวนมาก
-รูปแบบของขบวนการค้าสัตว์ป่า
ตามแผนประทุษกรรมอาชญากรรมด้านสัตว์ป่าและสัตว์ตามอนุสัญญาไซเตส แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเจ้าของกิจการ ประกอบด้วย กลุ่มข้าราชการทหาร ตำรวจ นักการเมืองส่วนกลางและท้องถิ่น และเจ้าของสวนสัตว์หรือผู้ครอบครองสัตว์ป่า ส่วนใหญ่กลุ่มนี้จะอาศัยกฎระเบียบที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ลักลอบขนปะปนไปกับสัตว์ที่ขนส่งได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย
กลุ่มลักลอบขนส่ง ส่วนใหญ่จะเป็นคนใกล้ชิดกับกลุ่มเจ้าของกิจการ หรือเป็นผู้ที่รู้จักวิธีการพราง หลบหนี หลบซ่อนและคุ้มกันของ กลุ่มนี้จะรู้ความต้องการของแหล่งค้าสัตว์ป่า มีความรอบรู้และเคยเลี้ยงสัตว์ป่ามาก่อน กลุ่มลักลอบนี้จะมีบทบาทมาก เพราะเป็นผู้นำประโยชน์ มีการจัดหา คัดกรองบุคคลที่จะทำการขนส่งของ ขับรถ จนถึงคนที่ติดต่อซื้อขายในต่างประเทศก่อนจะแลกเปลี่ยนช่วยเหลือกัน ซึ่งจะมีการหาบุคลากรหน้าใหม่ได้เสมอเพราะมีโทษทางกฎหมายต่ำแต่ได้ผลตอบแทนที่สูง กลุ่มนี้จะพบได้ในกลุ่มค้างาช้าง และเสือโคร่ง
กลุ่มช่วยเหลือและประสานงาน คือกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับเจ้าของกิจการในลักษณะผลการตอบแทน กลุ่มนี้บางส่วนเป็นผู้ที่บังคับใช้กฎหมาย มักเกี่ยวข้องกับการลักลอบจำหน่ายของกลาง ลดจำนวน วิ่งเต้นสู้คดี และประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มเจ้าของกิจการ
-ช่องทางลักลอบค้าสัตว์ป่า
การลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติจะมีอยู่ 3 ช่องทาง คือ ทางอากาศ ทางเรือ และทางบก โดย ทางอากาศ จะนำเข้ามาจากต่างประเทศ มาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจะมีนายทุนที่เป็นพ่อค้าคนกลาง สั่งไปยังประเทศแหล่งที่มาก่อนจะมีการจ้างวานให้คนนำกระเป๋าที่บรรจุซากสัตว์ไว้ในกระเป๋า เมื่อคนที่ถูกจ้างวานให้นำกระเป๋ามาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้ว มีทั้งเก็บไว้ในคาร์โก้ หรืออาจซุกซ่อนใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทาง จะนำกระเป๋าจากสายพานใส่รถเข็นไปวางไว้แอบๆ ไว้ แล้วก็กลับประเทศเลย ก่อนจะมีคนมารับกระเป๋า อย่างเจ้าหน้าที่ของรัฐ มักอ้างว่าขอความสะดวกให้เจ้านาย ของผู้ใหญ่ ก่อนจะส่งลำเลียงไปพักของรอลูกค้าสั่งจองและได้ราคาที่แน่นอนจากนายทุน หรือตุนไว้ก่อน ส่งไปยังประเทศปลายทาง
ส่วน ทางเรือ ไม่ค่อยนิยมแล้ว คือ จะลักลอบขนส่งออกจากทางเรือกรุงเทพ และท่าเรือภาคตะวันออก ส่วนการขนส่งระยะทางสั้นๆ ข้ามแม่น้ำโขงยังคงมีอยู่ สิ่งที่พบบ่อยๆ คือตัวนิ่ม ขณะที่ ทางบก มีทั้งการนำเข้าจากต่างประเทศและรวบรวมจากภายในประเทศ เมื่อรวบรวมครบตามใบสั่งแล้วจะส่งไปยังประเทศปลายทาง โดยแหล่งรวมของจะอยู่ใน จ.ชัยภูมิ และ จ.นครราชสีมา ก่อนกระจายไปยังจังหวัดชายแดนภาคอีสานตอนบน
-มาตรการป้องกันการลักลอบค้าสัตว์ป่า
ต้องปลูกจิตสำนึกต่อกลุ่มเป้าหมายที่เป็นทั้งผู้ล่า ผู้ค้า ผู้บริโภค และผู้นิยมเลี้ยงสัตว์ป่าแปลกๆ เพื่อสร้างจิตสำนึกในการคุ้มครองสัตว์ป่าให้ประชาชนมีส่วนช่วยกันแจ้งเบาะแส อีกทั้งยังประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลคุ้มครองสัตว์ป่า ภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ที่มีข้อมูลจำนวน ชนิดประเภทของสัตว์ป่าในแหล่งต่างๆ ของประเทศ เช่น ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า ว่าคงเหลือเท่าใด อย่างไร เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการวางแผน วิเคราะห์สถานการณ์เพื่อปฏิบัติงาน ภาคเอกชน เช่น องค์กรทราฟฟิก องค์กรสำรวจตรวจสอบการค้าสัตว์และพืชป่าตามอนุสัญญาไซเตส, องค์กรดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ, สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (ดับเบิลยูซีเอส), สมาคมพิทักษ์สัตว์ไทย, มูลินิธิฟรีแลนด์, มูลนิธิสืบนาคะเสถียร เป็นต้น
รวมทั้งจัดสายตรวจร่วมหน่วยงานรับผิดชอบตรวจสอบเขตพื้นที่ป่า ทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ และเพิ่มการตรวจสอบสิ่งของ พัสดุหีบห่อ ที่ผ่านเข้าออกตามช่องทางผ่านแดนทั่วประเทศ ทั้งโดยการประสานงานจากตรวจคนเข้ามืองและศุลกากร และการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตามเส้นทางลำเลียงที่สำคัญจากแหล่งกำเนิดสัตว์ ที่จะผ่านไปยังช่องทางผ่านชายแดน ท่าเรือ และท่าอากาศยาน
-แนวโน้มปัญหาการลักลอบค้าสัตว์ป่าเพิ่มขึ้นหรือลดลง
ตอนนี้ประเทศไทยมีการจัดการประชุมไซเตสอยู่ ซึ่งไทยกำลังถูกเพ่งเล็ง เนื่องจากมีการเฝ้ามองว่า มีการค้า เป็นทางผ่านของการขนย้ายสัตว์ป่าอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศจีน ถ้าเราไม่ดำเนินการอย่างจริงจังก็จะโดนประเทศสมาชิกบอยคอตได้ ต้องยอมรับว่า สถานการณ์ลักลอบค้าสัตว์ป่าทวีความรุนแรงขึ้นจากชีวิตคนกับสัตว์ป่านั้นสัมพันธ์กันตามระบบนิเวศ ตามพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6ใจความว่า "เสือพีเพราะป่าปก และป่ารกเพราะเสือยังดิน เย็นเพราะหญ้าบัง และหญ้ายังเพราะดินดี" ซึ่งบ้านเราอุดมสมบูรณ์กันมาตลอด ก็มีทั้งเสือเป็นผู้ล่าก็เป็นไปตามระบบนิเวศ แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสิ่งแวดล้อมมันก็เกิดการรุกที่ของสัตว์ป่า ทำให้สัตว์พวกนี้ก็น้อยลงไป
จึงเกิดการลักลอบกระทำความผิดทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าภายในประเทศจะมีการลักลอบกระทำความผิดในเขตอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เช่น แก่งกระจาน ห้วยขาแข้ง ทุ่งใหญ่นเรศวร และเขาใหญ่ เพื่อส่งขายตามตลาดนัดในกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล ขณะที่ขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติจะมีนายทุนไทยและชาวต่างชาติ ร่วมกันกระทำความผิดในรูปแบบการลักลอบนำเข้า-ส่งออก ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ โดยเฉพาะตามแนวชายแดนอีสานเหนือ เพื่อส่งออกไปยังประเทศที่สาม ปัญหาคือ ยังมีความต้องการอยู่อย่างต่อเนื่อง
-อุปสรรคสำคัญในการปราบปรามขบวนการค้าซากสัตว์ป่า
ผมว่าน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ มีหน้าที่รับผิดชอบนั้น กลายเป็นหนึ่งในขบวนการเสียเอง ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่เห็นแก่อามิสสินจ้าง และดำเนินการตามหน้าที่ของตนเองทุกอย่างมันก็จะน้อยลง รวมทั้งต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการดูเครื่องเอกซเรย์ ถ้าดูไม่ดีก็สามารถผ่านเข้าออกได้ กลุ่มผู้ลักลอบจะพยายามหลีกเลี่ยง ไม่ให้ตรวจเจอ อย่างล่าสุดที่จับนอแรด มีการซ่อนไว้ในตุ๊กตา และอย่าชะล่าใจว่าผ่านจากประเทศต้นทางมาแล้ว และอยากให้รู้ว่า เจ้าหน้าที่ที่คิดจะทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติระวังจะถูกยึดทรัพย์จาก ปปง.ด้วย เพราะถือเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ
-ควรมีการแก้ไขกฎหมายการลักลอบค้าสัตว์ป่าหรือไม่
ควรจะแก้กฎหมายให้หนักขึ้น โทษน้อยแต่ผลการตอบแทนสูง คนทำก็คิดว่าสมควรจะเสี่ยง มันต้องแก้กระบวนการยุติธรรม และเรื่องของการสวมสิทธิ์ช้าง ควรจะมีการลงทุนฝังชิพตรวจดีเอ็นเอตั้งแต่เกิด ช้างบ้าน ช้างป่า ดูตาเปล่าไม่ได้ และมีการขึ้นทะเบียนตั๋วรูปพรรณช้างที่อายุ 8 ปีนั้นก็เป็นช่องโหว่ และการปลูกฝังให้เกิดความรักหวงแหน ไม่ใช้วัสดุที่มาจากสัตว์ ไม่บริโภคอาหารป่า ก็ไม่มีการค้า ถ้ามีจิตสำนึกรักสัตว์มันก็น้อยลงไปเอง เมื่อคนไม่มีความต้องการซื้อ การล่าก็จะไม่มี และเจ้าหน้าที่ถ้าไม่มีการกระทำความผิดเสียเองก็จะช่วยได้เยอะ ถ้าพบเห็นการกระทำความผิดก็สามารถแจ้งมาได้ที่ 1136 ได้ทันที
..........................
(หมายเหตุ : แก้กฎหมาย..เพิ่มโทษ สกัดธุรกิจ'ค้าสัตว์ข้ามชาติ' : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ต.นรศักดิ์ เหมนิธิ ผบก.ปทส. โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ)



