ข่าว

“ความรู้” อยู่ที่เรื่องราวของตัววัตถุ

“ความรู้” อยู่ที่เรื่องราวของตัววัตถุ

03 มิ.ย. 2552

กรมศิลปากรมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กระจายออกตามพื้นที่ส่วนต่างๆ ทั่วประเทศรวม 43 แห่ง แต่ทั้งหมดล้วนแต่เล่าซ้ำอยู่เฉพาะเรื่องเดียวกันคือ ประวัติศาสตร์แห่งชาติ ที่เป็นฐานคิดของความเป็นไทยจอมปลอม

   ที่ว่า “ปลอม” ก็เพราะพื้นฐานของความเป็นไทยจากประวัติศาสตร์เหล่านี้ สร้างขึ้นมาแต่ยุคก่อน พ.ศ.2475 ยุคที่ต้องการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่กรุงเทพฯ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา

 ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย จึงเป็นประวัติศาสตร์หลวงเฉพาะของคนภาคกลาง พร้อมบรรจงถีบกลุ่มคนในวัฒนธรรมอื่นๆ เช่น ลาวอีสาน ลาวล้านนา มลายู ออกไปเป็นกลุ่มคนชายขอบ จนไม่มีที่ยืนอยู่ในประวัติศาสตร์แห่งชาติ ทั้งที่เคยขืนใจให้เขาเรียกตัวเองว่า “ไทย” เมื่อครั้งสมัยอาณานิคมรุกราน

 ยุคล่า “แผ่นดิน” อาณานิคมร่วงโรยไปแล้ว แต่ “พิพิธภัณฑ์” ผลิตผลของยุคล่าเมืองขึ้นยังคงอยู่ 
 “พิพิธภัณฑ์” ต่างจาก “museum” ตรงที่ museum หมายถึงศูนย์กลางการจัดการความรู้ แต่พิพิธภัณฑ์ของชาติอาณานิคมทางความคิด หมายถึง ห้องเก็บตัวอย่างของเก่าที่ใช้เป็นข้ออ้างในการ “สร้าง” ประวัติศาสตร์ของชาติให้เก่าแก่

 ดังนั้น ต่อให้มีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกระจายอยู่ทั่วทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน หมุดหมายที่ปักอยู่ในพิพิธภัณฑ์เหล่านี้ก็ไม่เคยเอื้อให้คนท้องถิ่นมีประวัติศาสตร์ชุมชนของตนเอง เพราะเจ้าหน้าที่เองก็ไม่เข้าใจในประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ซ้ำยังไปริบวัตถุจากท้องที่ต่างๆ มาตั้งโชว์ไว้ในอีกท้องที่หนึ่ง โดยไม่รู้คุณค่า ไม่มีจุดมุ่งหมาย นอกเหนือไปจากความเป็นชาติ และความงาม

 วัดเขาไม้เดน ต.ท่าน้ำอ้อย อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ จัดทำมิวเซียม เพราะตั้งอยู่บนพื้นที่เมืองเก่าที่สืบย้อนไปได้ถึงยุคเหล็กสุวรรณภูมิ เรื่อยมาจนถึงทวารวดี อยุธยา รัตนโกสินทร์ รู้ดีว่ายังไม่มีความสามารถพอที่จะเก็บรักษาโบราณวัตถุที่กรมศิลปากรเคยขุดค้นได้ที่บริเวณวัด และพื้นที่ชุมชน จึงขออนุญาตกรมศิลปากรถ่ายภาพ ทำทะเบียน เพื่อให้ผู้คนในชุมชนทราบว่า ของที่เคยมีอยู่ในชุมชน มีประวัติศาสตร์ มีคุณค่า และจัดแสดงอยู่ที่ไหนบ้าง
“ความรู้” อยู่ที่เรื่องราวของตัววัตถุ ไม่ใช่ตัววัตถุ ถ้าวัตถุจัดแสดงอยู่เฉยๆ ไม่นำไปศึกษา ใช้ประโยชน์ ก็ไม่มีคุณค่าที่จะให้ผู้คนเข้าไปชมแล้วอย่ามาพร่ำเพ้อเหมือนคนเสียสติว่า คนไทยไม่เข้าชมพิพิธภัณฑ์ก็แล้วกัน!

"เรือนอินทร์ หน้าพระลาน"