พญามังกรผงาดเหนือลำน้ำโขง
พญามังกรผงาดเหนือลำน้ำโขง : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์ : โดย...ศุภชัย วุฒิชูวงศ์
“ในอดีตชาวจีนในต่างแดนไม่กล้าบอกว่าตนเองเป็นคนจีน เพราะไม่มีหลักประกันความปลอดภัย แต่ในวันนี้พวกเขาสามารถเชิดหน้าชูตาได้แล้ว” หลิวเย่จิ้น ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติจีน ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์แห่งชาติจีน ซีซีทีวี ในรายการพิเศษถ่ายทอดสดวันประหารชีวิตนายหน่อคำและลูกสมุน 3 คน ในคดีสังหารโหดลูกเรือชาวจีน 13 คน กลางแม่น้ำโขง
คำกล่าวของนายตำรวจใหญ่ของจีนสอดรับกับความคิดเห็นของชาวจีนส่วนหนึ่งในเว็บไซต์ที่ว่า “คนพม่าฆ่าคนจีนที่ประเทศไทย แต่ต้องมารับโทษประหารตามกฎหมายจีน ประเทศของเราเป็นมหาอำนาจเเล้วจริงๆ”
การไล่ล่านายหน่อคำ นักค้ายาเสพติดแห่งลุ่มน้ำโขง ถูกเปรียบเทียบว่า เหมือนกับสหรัฐไล่ล่านายโอซามา บิน ลาเดน ผู้นำเครือข่ายก่อการร้ายอัล-ไกดา
รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับคดีนี้อย่างยิ่ง หลังจากเกิดเหตุไม่กี่วัน นายเมิ่ง เจี้ยนจู้ รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงของจีน เดินทางมาตรวจที่เกิดเหตุที่ประเทศไทยด้วยตัวเอง พร้อมตั้งชุดสอบสวนพิเศษใช้ตำรวจกว่า 200 นาย เพื่อคลี่คลายคดี
รัฐบาลจีนยังแสดงบารมีด้วยการทำให้รัฐบาลไทย ลาว และพม่า เปิดทางให้หน่วยพิเศษของจีนหาข่าวและไล่ล่าผู้ต้องหาใน 3 ประเทศได้โดยสะดวก มีข่าวไม่ยืนยันว่า แรงกดดันจากฝ่ายจีนทำให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ต้องเดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง เพื่อหารือกับฝ่ายจีน ส่วน พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น ต้องไปตรวจสถานที่เกิดเหตุที่ท่าเรือเชียงแสนด้วยตัวเอง
หน่วยพิเศษของจีนในเวลากว่า 6 เดือนในการไล่ล่านายหน่อคำ ถึงขนาดที่เคยคิดจะใช้เครื่องบินไร้คนขับทิ้งระเบิดถล่มแหล่งกบดานของหน่อคำ แต่สุดท้ายต้องล้มเลิกแผน เพราะคำสั่งจากเบื้องบนที่ให้ “จับเป็น”
ในที่สุดหน่อคำก็ถูกจับกุมได้ที่ประเทศลาว รัฐบาลจีนยังแสดงบารมี โดยทำให้ทางการลาวส่งตัวนายหน่อคำและลูกสมุนไปดำเนินคดียังประเทศจีน ทั้งๆ ที่ทางการไทยและพม่าก็ต้องการตัวหน่อคำมาดำเนินคดีตามหมายจับเช่นเดียวกัน
รัฐบาลจีนมีบัญชาให้ศาลมณฑลยูนนานเปิดไต่สวนคดีภายใน 40 วัน แต่ความยุ่งยากของคดีนี้ก็คือ สถานที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากพรมแดนจีนหลายร้อยกิโลเมตร ผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นคนต่างชาติ เเละถูกจับกุมได้ในต่างแดน แต่ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายจีน ซึ่งถือเป็นคดีเเรกในประวัติศาสตร์
หลิวเย่จิ้น ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติจีน ยืนยันถึงความชอบธรรมในการดำเนินคดีว่า เหตุเกิดขึ้นบนเรือของจีน และผู้เสียหายทั้งหมดเป็นชาวจีน ซึ่งกฎหมายจีนได้ระบุว่า หากชาวต่างชาติทำลายผลประโยชน์หรือทำร้ายชาวจีนในต่างแดนก็ให้กฎหมายจีนคุ้มครองด้วย
ศาลมณฑลยูนนานได้แต่งตั้งผู้พิพากษา 3 คนในคดีนี้ ซึ่งล้วนเป็นผู้พิพากษาที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี โดยหนึ่งในนั้นเป็นผู้พิพากษาหญิง นอกจากนี้ศาลยังแต่งตั้งทนายแก้ต่างให้นายหน่อคำด้วย ซึ่งก็เป็นทนายหญิงเช่นเดียวกัน ส่วนคณะอัยการก็ประกอบด้วยผู้หญิง 2 คน ถือเป็นเรื่องไม่บังเอิญที่ผู้หญิงได้เข้ามามีส่วนร่วมกับคดีใหญ่เช่นนี้
ศาลเปิดพิจารณาคดีหน่อคำและพวกภายใต้บทบัญญัติที่ว่า “ผู้ต้องหาต่างชาติที่ต้องคดีที่มีโทษจำคุกเกินกว่า 3 ปีให้ใช้กฎหมายจีนพิจารณาคดีได้” โดยในการไต่สวนต้องใช้ล่ามถึง 5 ภาษา คือ จีน ไทย ลาว ไทยใหญ่ เเละภาษาไต
ความยุ่งยากของคดีนี้ยังเกี่ยวพันถึงกฎหมายระหว่างประเทศ เนื่องจากผู้ต้องหาเเละพยานเกือบทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติ จึงไม่อาจใช้กฎหมายจีนมาบังคับได้ เเต่ต้องขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งผู้พิพากษายอมรับว่าต้องสร้าง “ระเบียบเฉพาะกิจ” เพื่อรองรับคดี โดยทั้งทางการลาว พม่า เเละไทยได้ส่งเจ้าหน้าที่มาให้การในชั้นศาล ซึ่งฝ่ายไทยได้ให้ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมตำรวจ 6 นาย และพยานอีก 10 คน มายังจีน เพื่อขึ้นศาลเป็นพยานคดี
ในชั้นศาล หน่อคำพลิกลิ้นว่า เขาไม่ได้ลงมือสังหารลูกเรือจีน ลูกน้องของเขาลงมือโดยเขาไม่ได้สั่ง ซึ่งคณะอัยการได้แก้เกมโดยไต่สวนลูกสมุนของหน่อคำทีละคน ทั้งหมดซัดทอดว่าหน่อคำเป็นคนบงการสังหารลูกเรือชาวจีน เพื่อแก้แค้นที่เรือจีนไม่ยอมจ่ายค่าคุ้มครอง ทำให้ในที่สุดหน่อคำต้องยอมจำนนยกมือไหว้ กล่าวว่า “ขอยอมรับความผิดทั้งหลายเเละพร้อมจะชดใช้ให้ญาติผู้เสียหาย เเละขอร้องให้รัฐบาลจีนผ่อนปรนไว้ชีวิตด้วย”
ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา ได้พิพากษาประหารนายหน่อคำและสมุน 3 คน ซึ่งในระหว่างการคุมขัง เจ้าหน้าที่จีนระบุว่า ได้เคารพสิทธิมนุษยชนของผู้ต้องขัง โดยจัดหาอาหารท้องถิ่นเเละดูแลสุขภาพ หน่อคำอ้วนขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนคนอื่นๆ ก็มีสุขภาพดีขึ้นกว่าช่วงที่ต้องเร่ร่อนบนลำน้ำโขง อย่างไรก็ตามรัฐบาลจีนได้ปฏิเสธข้อเสนอของหน่อคำที่จะชดใช้ค่าเสียหายเพื่อลดหย่อนโทษ รวมทั้งเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ทำให้หน่อคำเเละลูกสมุน 3 คน ต้องจบชีวิตบนแผ่นดินจีน
ความสำเร็จของรัฐบาลจีนในการคลี่คลายคดีนี้ ในด้านหนึ่งแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลจีนพร้อมจะคุ้มครองชาวจีนในทุกพื้นที่ทั้งในเเละนอกประเทศ แต่อีกด้านหนึ่งก็สะท้อนถึงอิทธิพลของจีนเหนือลำน้ำสากล อย่างเช่น แม่น้ำโขง ซึ่งจีนได้ริเริ่มจัดตั้งกองเรือ ลาดตระเวนร่วม 4 ชาติ นอกจากนี้จีนยังระเบิดเกาะแก่งหลายแห่ง เพื่อให้เรือสินค้าสัญจรได้สะดวกขึ้น และยังไม่รวมถึงข้อครหาที่ว่าจีนได้สร้างเขื่อนหลายแห่งบนต้นแม่น้ำโขง ทำให้สามารถควบคุมการไหลของลำน้ำได้ ซึ่งจีนได้ปฏิเสธมาโดยตลอด
วันนี้ พญามังกรจีนได้แผ่แสนยานุภาพผ่านลำน้ำโขงซึ่งไหลผ่าน 6 ประเทศ และในอนาคตถ้ามีการสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยงภูมิภาคอาเซียน ก็ยิ่งแน่นอนว่า อิทธิพลของพญามังกรจะยิ่งชัดเจนมากขึ้น
16 เดือนล่าตัวหน่อคำสู่แดนประหาร
5 ตุลาคม 2554 ลูกเรือชาวจีน 13 คนถูกสังหารโหดกลางแม่น้ำโขง
25 เมษายน 2555 หน่อคำถูกจับกุม
10 พฤษภาคม 2555 หน่อคำถูกส่งตัวให้แก่ทางการจีน
6 พฤศจิกายน 2555 ศาลชั้นต้นพิพากษาโทษประหารชีวิตหน่อคำและสมุน
26 ธันวาคม 2555 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนประหารชีวิต และส่งให้ศาลฎีกายืนยันโทษประหาร
1 มีนาคม 2556 ประหารชีวิตหน่อคำและสมุน 3 คน
กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาเพียง 513 วันหรือ 16 เดือน
ซีซีทีวีถ่ายทอดสดวันประหาร
ในวันประหารชีวิตหน่อคำและสมุน 3 คน สถานีโทรทัศน์แห่งชาติจีน หรือ ซีซีทีวี ได้จัดรายการพิเศษถ่ายทอดวาระสุดท้ายของเจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายนี้ นานถึง 2 ชั่วโมง ซึ่งก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในแง่บวกและแง่ลบอย่างกว้างขวาง
กลุ่มนักสิทธิมนุษยชนระบุว่า ถึงแม้จะภาพของซีซีทีวีจะสิ้นสุดลงแค่การส่งตัวหน่อคำและสมุนขึ้นรถไปยังแดนประหาร ไม่เห็นการฉีดสารพิษจนตาย แต่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเผยแพร่ความรุนแรงผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ หลายคนระบุว่า ซีซีทีวีกระทำการไม่แตกต่างจากช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม ซึ่งมีการแห่ประจานนักโทษและผู้มีความคิดเห็นแตกต่างทางการเมือง
แต่ชาวจีนส่วนหนึ่งกลับเห็นว่า การถ่ายทอดสดของซีซีทีวี แสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย และนักโทษอย่างหน่อคำสมควรรับโทษสาสมกับพฤติกรรมโหดที่ปฏิบัติต่อลูกเรือชาวจีนผู้บริสุทธิ์
ผลการสำรวจผ่านเว็บไซต์ของนิตยสาร “ไชน่านิวส์วีค” พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 60% เห็นว่าไม่ควรถ่ายทอดสดการประหารชีวิต ขณะที่อีก 35% เห็นว่าการถ่ายทอดการประหารช่วยกำราบให้เหล่าอาชญากรเกรงกลัวได้
อย่างไรก็ตาม การถ่ายทอดวาระสุดท้ายของนักโทษประหารไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับสื่อมวลชนจีน โดยสถานีโทรทัศน์มณฑลเหอหนานมีรายการ “นัดพบก่อนประหาร” ให้พิธีกรสาวสวยไปสัมภาษณ์นักโทษประหารถึงมูลเหตุจูงใจในการก่อคดี และทบทวนตัวเองก่อนเดินสู่เส้นทางมรณะ พิธีกรสาวได้สัมภาษณ์นักโทษประหารไปแล้ว 226 ราย และรายการนี้ทำสถิติผู้ชมสูงสุดกว่า 40 ล้านคน
หมายเหตุ : สำหรับผู้อ่านที่สนใจการสอบสวนคลี่คลายคดีหน่อคำ สามารถอ่านเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ www.komchadluek.com
คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : ไขคดี 'สลัดแม่น้ำโขง' จัดฉากสังหาร 13 ลูกเรือจีน (ตอน 1-ตอน 4) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ
.................................................
(พญามังกรผงาดเหนือลำน้ำโขง : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์ : โดย...ศุภชัย วุฒิชูวงศ์ )



