ข่าว

"CLP." ศูนย์การเรียนรู้ไฮเทคนอกห้องเรียน
วิสัยทัศน์ล้ำโลก : นายกเทศบาลเมืองคอน

"CLP." ศูนย์การเรียนรู้ไฮเทคนอกห้องเรียน วิสัยทัศน์ล้ำโลก : นายกเทศบาลเมืองคอน

03 มิ.ย. 2552

"ซีแอลพี" เป็นชื่อที่เรียกติดปากสำหรับกลุ่มเยาวชนในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ตั้งแต่รุ่นจิ๋วตั้งแต่ 4-5 ขวบไล่ไปจนถึงหนุ่มใหญ่วัยเลยเกษียณ ต่างติดอกติดใจเข้ามาใช้บริการที่นี่กันอย่างคับคั่งในแต่ละวัน

 ด้วยรูปลักษณ์อาคารภายนอกทรงแปลกตาราวกับจะเป็นแหล่งบันเทิงขนาดย่อมตั้งอยู่ใจกลางเมืองนครศรีธรรมราช หลายคนเรียกว่าที่นี่คือ "แหล่งมั่วสุม" แต่เป็น "แหล่งมั่วสุมทางปัญญา" ที่มีแต่การเรียนรู้อย่างไร้ขีดจำกัดและไร้พรมแดน

 อาคารสีขาว 2 ชั้น หลังคาทรงโค้งแปลกตา ภายในกว้างขวาง โล่งสบาย ถูกออกแบบแบ่งเป็นโซนตามการใช้งาน โดยสร้างขนานไปกับคลองหน้าเมือง หลังสนามหน้าเมือง และสวนศรีธรรมาโศกราช

 ภายในเต็มไปด้วยเด็ก เยาวชน วัยรุ่น หรือแม้แต่คนวัยทำงานนั่งสาละวนอยู่กับการค้นคว้าข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต การอ่านหนังสือ หรือการติดตามดูสารคดี หรืองานวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก

 แหล่งมั่วสุมทางปัญญาที่นี่ถูกริเริ่มด้วยไอเดียของวัยรุ่นในเขตเทศบาลนครศรีธรรมราช โดยมี สมนึก เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

 แหล่งเรียนรู้ไฮเทคแห่งนี้ถูกตั้งชื่ออย่างอินเทรนด์ว่า “อุทยานการเรียนรู้เมืองนครศรีธรรมราช" หรือ "City Learning park” นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ระบุว่า อุทยานการเรียนรู้แห่งนี้เป็นต้นแบบแห่งแรกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในประเทศไทยที่ถูกสร้างขึ้นด้วยจินตนาการของเด็ก

 เขายอมรับว่าคาดไม่ถึงว่าสถานที่แห่งนี้จะกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ยอดนิยมของประชาชนในเขตเทศบาล โดยมียอดผู้ใช้บริการมากกว่า 1,000 คนต่อวัน ทั้งยังเกิดจากความคิดริเริ่มของเยาชนในพื้นที่เอง โดยเทศบาลให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

 ปัจจุบันซีแอลพีบริหารในรูปของโครงการ มีบอร์ดบริหาร นำโดย ดร.กณพ เกตุชาติ นั่งในตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหาร มีคณะกรรมการที่มาจากนักวิชาการ

 สำหรับผู้บริหารในซีแอลพี ล้วนแต่เป็นบุคลากรระดับ "หัวกะทิ" ที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี โดย "ลุงนึก" ของวัยรุ่นที่นี่ ให้นิยามว่าจะต้องเป็นคนที่ "เปรี้ยว" ในความคิด คือเป็นคนหัวคิดทันสมัย ทันยุค ทันเหตุการณ์ เพราะโลกต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่สิ้นสุด

 ดร.กณพ เกตุชาติ ประธานบอร์ด ซีแอลพี บอกว่า ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้เปิดให้บริการมาได้กว่า 3 ปีแล้ว โดยได้แรงบันดาลจากศูนย์การเรียนรู้ "TK park" ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเด็กๆ ได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศิลปะในบรรยากาศที่สนุก และเป็นธรรมชาติ

 จากนั้นจึงนำแนวคิดมาปรึกษากับผู้ที่มีความรู้ในจังหวัดเพื่อสร้างศูนย์การเรียนรู้ที่เป็น "เวอร์ชั่นนครศรีธรรมราช" ขึ้นมาเอง โดยมีเด็กและเยาวชนในพื้นที่เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยจนได้รูปแบบอาคารเช่นนี้ขึ้นมา

 ดร.กณพ เล่าว่า ช่วงแรกๆ ชาวบ้านหลายคนสงสัยว่าตึก 2 ชั้นรูปร่างแปลกตาริมคลองหน้าเมืองนี้เอาไว้ใช้ทำอะไร เพราะมองผ่านกระจกใสเข้าจะไปเห็นคอมพิวเตอร์เต็มไปหมด โดยมีเด็กและวัยรุ่นมานั่งเล่นพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน บางคนวิ่งจากมุมหนังสือไปมุมคอมพิวเตอร์ พอเบื่อก็ไปดูหนังในโรงหนังชั้นสอง ทั้งยังมีดาดฟ้าสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง มีกล้องส่องดูดวงดาวต่างๆ ได้อย่างชัดเจน

 จากความไม่เข้าใจในช่วงแรก มาสู่ความชื่นชม และส่งเสริมให้ลูกหลานของตนเข้ามาเรียนรู้ที่ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ วันนี้ที่ซีแอลพีจึงมีสมาชิกแล้วกว่า 3 หมื่นคน มียอดผู้ใช้บริการวันละกว่า 1,000 คน

 ประธานบอร์ดซีแอลพี ย้ำถึงจุดประสงค์ของการสร้างศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ว่า เพื่อให้เยาวชนได้เข้ามาเรียนรู้ผ่านอุปกรณ์ที่ทันสมัย โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

 ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ยังมีการจ้าง "ฝรั่ง" เข้ามา "สอนภาษา" ให้แก่เด็กๆ ซึ่งเด็กที่มาเรียนรู้สึกชอบมาก เพราะได้เรียนกับเจ้าของภาษาโดยตรง

 ที่นี่ยังเน้นความทันยุคทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยภายในเดือนสิงหาคม จะเชิญ "นักวิทยาศาสตร์" ชาวไทยที่ไปทำงานอยู่ที่ "ศูนย์เร่งอนุภาค" ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มาบรรยายให้ความรู้แก่เด็กและเยาชน

 ดร.กณพ ย้ำว่า เรามองในแง่ของการบริหารเมือง โดยเทศบาลมีหน้าที่ต้องจัดองค์ประกอบเมืองให้ชาวเมืองครบทุกด้าน ทั้งกายภาพและด้านจิตใจ

 โดยซีแอลพีจะสร้าง "อาหาร" ให้แก่ "จิตวิญญาณการเรียนรู้ของเด็ก" โดยเมื่อเด็กได้รับความรู้จากในห้องเรียนแล้วก็จะได้เข้ามารับความรู้นอกห้องเรียนที่นี่ต่อ

 เขาระบุว่าวันนี้ ซีแอลพี เป็นที่รู้จักในระดับจังหวัดแล้ว ส่วนในระดับประเทศก็เป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วยการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ระดับชาติที่นี่ทุกปี

 "จากนี้ไปเรากำลังขยับไปจัดกิจกรรมระดับนานาชาติ โดยจะจัดงานร่วมกับองค์กรต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เพื่อที่จะปักหมุด คำว่า ซีแอลพี ให้อยู่ในแผนที่การเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์"

 ฝันต่อไปของเขาคือ การขอยืม "ยานอวกาศอพอลโล" ซึ่งเป็นยานของจริงที่เคยไปลงดวงจันทร์มาแล้วมาจัดแสดงที่นี่

 ประธานบอร์ดซีแอลพี กล่าวอย่างเชื่อมั่นว่า ถ้าเราปักหมุดว่าเราคือตัวแสดงตัวหนึ่งในประชาคมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โครงการเช่นนี้คงจะไม่เหลือบ่ากว่าแรง เพราะได้คุยเบื้องต้นกับนักวิทยาศาสตร์ของไทยที่ไปทำงานที่องค์การนาซาไว้แล้ว


"กฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล"