
สกัด'คุณชาย'แจ้งผิดพรบ.พรรคการเมือง
'ดีเอสไอ'เรียก'สุขุมพันธุ์'รับทราบข้อหาหักบัญชีเงินเดือนบริจาคเข้าพรรคปชป. ผิด'พรบ.พรรคการเมือง'หากผิดจริงต้องถูกตัดสิทธิ 5 ปี
8 มี.ค.56 พ.ต.อ.นิรันดร์ อดุลยาศักดิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 1 กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีการจ่ายเงินค่าบำรุงพรรคการเมืองให้กับพรรคประชาธิปัตย์ โดยวิธีการให้สภาผู้แทนราษฎรหักเงินเดือน สส.เข้าบัญชีพรรคว่า จากการตรวจสอบพบว่า มีจำนวน สส.หักบัญชีเงินเดือนเข้าพรรคประชาธิปัตย์รวมทั้งสิ้น 48 ราย ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายขัดต่อ พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2550 มาตรา 57 วรรค 2 ซึ่งระบุว่า การบริจาคแก่พรรคการเมืองตั้งแต่สองหมื่นบาทขึ้นไป จะต้องบริจาคโดยวิธีการสั่งจ่ายเป็นตั๋วแลกเงิน หรือเช็คขีดคร่อม โดยในจำนวนบุคคลที่บริจาคเงินเข้าพรรคด้วยการหักบัญชีเงินเดือนมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ว่าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมอยู่ด้วย ทั้งนี้ ในส่วนนายอภิสิทธิ์ได้แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว ส่วนม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ตนเพิ่งส่งหนังสือเชิญให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 14 มี.ค. เวลา 09.30 น.
"หลังการแจ้งข้อกล่าวหาและเปิดโอกาสให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ชี้แจงแล้วตนในฐานะหัวหน้าคณะทำงานจะสรุปความเห็นสั่งฟ้องเสนอต่ออธิบดีดีเอสไอทันที คาดว่าจะสรุปสำนวนเสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน ส่วน สส.อีก 46 คน ที่หักบัญชีเงินเดือนเข้าพรรคด้วยนั้นจะรอให้ปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร์ในวันที่ 20 เม.ย. ก่อน จึงจะทยอยเรียกเข้ารับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การเรียก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในช่วงนี้ยืนยันว่า ดีเอสไอไม่มีเจตนากลั่นแกล้งหรือต้องการให้เกิดผลกระทบกับการรับรองตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. แต่ดำเนินการตามขั้นตอนปกติ เนื่องจากก่อนหน้านี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ มีภารกิจหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ดีเอสไอจึงเห็นควรให้ชะลอการเรียกเข้ารับทราบข้อกล่าวหาหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นไปครั้งหนึ่งแล้ว" พ.ต.อ.นิรันดร์ กล่าว
พ.ต.อ.นิรันดร์ กล่าวต่อว่า สำหรับการหักเงินเดือน สส.เข้าบัญชีพรรคการเมืองมีจำนวนผู้หักเงินเข้าพรรคทั้งสิ้น 48 ราย ตั้งแต่ช่วงปี 2551 - ปี 2554 รวมเป็นเงินบริจาคที่ได้จากการหักบัญชีเงินเดือนประมาณ 15 ล้านบาท ในจำนวนนี้พบว่านายอภิสิทธิ์ ได้หักบัญชีเงินเดือนตนเองจำนวน 21 ครั้ง ส่วนม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ หักเงินไปจำนวน 5 ครั้ง เป็นเงินประมาณ 1 แสนบาท
สำหรับ พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญพรรคการเมือง ระบุโทษจากการกระทำผิดมาตรา 57 ว่าต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่น้อยกว่าสามเท่าของจำนวนเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ที่ให้แก่พรรคการเมืองหรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดห้าปีด้วย



