
'มะกัน'เมิน'โสมแดง'ขู่โจมตี
'สหรัฐฯ' ไม่สนคำขู่จะโจมตีด้วยนิวเคลียร์ของ 'เกาหลีเหนือ' มั่นใจมีศักยภาพพอที่จะป้องกันตัวเอง
8 มี.ค. 56 นายเจย์ คาน์นีย์ โฆษกทำเนียบขาวของสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐมั่นใจในขีดความสามารถในการป้องกันตัวเอง หลังเกาหลีเหนือ ที่ขู่จะเปิดฉาก " สงครามเธอร์โมนิวเคลียร์กับสหรัฐ หลังจากสหประชาชาติ ลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์ ให้ใช้มาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือรอบใหม่ เพื่อตอบโต้การทดสอบนิวเคลียร์และขีปนาวุธล่าสุด ขณะที่เกาหลีเหนือยังขู่อีกว่า จะฉีกข้อตกลงสันติภาพกับเกาหลีใต้เมื่อปี 2496 ทิ้งด้วย
สื่อของทางการเกาหลีเหนือ ได้เตือนว่า จะทำสงครามเธอร์โมนิวเคลียร์ ที่โฆษกของกระทรวงต่างประเทศของเกาหลีเหนือ อ้างว่า เกาหลีเหนือจะทำตามสิทธิ์ของตัวเอง ด้วยการเป็นฝ่ายโจมตีกองบัญชาการทั้งหลายของผู้รุกราน / นายคาร์นีย์ บอกว่า การใช้มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่จะยิ่งทำให้เกาหลีเหนือโดดเดี่ยวมากขึ้น และเป็นการแสดงให้บรรดาผู้นำเกาหลีเหนือเห็นว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกเขาฝ่าฝืนมติของประชาคมโลก
นายคาร์นีย์ บอกด้วยว่า ความกว้างและความรุนแรงของมาตรการคว่ำบาตร จะแสดงให้เห็นว่าโลกเอาจริงต่อภัยคุกคามของโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือขนาดไหน / เกาหลีเหนือโอ้อวดว่ามีระเบิดนิวเคลียร์ แต่ก็ยังไม่มีศักยภาพพอที่จะผลิตเป็นหัวรบ ที่อาจนำไปติดหัวรบให้ขีปนาวุธที่มีขีดความสามารถในการยิงไกลไปถึงแผ่นดินสหรัฐได้
ในการตอบโต้การทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 3 ของเกาหลีเหนือ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ที่จำกัดการเงินต่อเกาหลีเหนือ และขัดขวางความพยายามที่จะส่งหรือรับสินค้าต้องห้าม / มติแก้ปัญหาที่ร่างโดยสหรัฐ ที่ผ่านความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์จาก 15 ชาติสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคง เป็นผลมาจากการเจรจานาน 3 สัปดาห์ ระหว่างสหรัฐกับจีน หลังจากเกาหลีเหนือทดสอบนิวเคลียร์ เมื่อ 12 กุมภาพันธ์
นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า มติแก้ปัญหานี้ เป็นการส่งสารที่ชัดเจนไปยังเกาหลีเหนือ ที่ประชาคมนานาชาติจะไม่อดกลั้นต่อความพยายามที่จะมีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครองของเกาหลีเหนือ
นายกลิน เดวี่ส์ ทูตสหรัฐด้านนโยบายเกาหลีเหนือ บอกว่า สหรัฐจะใช้มาตรการที่จำเป็นในการป้องกันตัวเองและชาติพันธมิตร และสหรัฐกำลังทำงานร่วมกับเกาหลีใต้ เพื่อเป็นหลักประกันถึงความพร้อมในการรับมือกับภัยคุกคามที่กำลังเพิ่มมากขึ้่น ด้านวุฒิสมาชิกโรเบิร์ต เมเนนเดซ ของพรรคเดโมแครต บอกว่า การขู่จะใช้นิวเคลียร์โจมตีสหรัฐที่ไร้สาระของเกาหลีเหนือเท่ากับเป็นการฆ่าตัวตาย
ด้านซูซาน ไรซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐ ประจำสหประชาชาติ บอกว่า เกาหลีเหนือจะไม่ได้อะไรเลยจากการข่มขู่และยั่วยุ และรังแต่จะทำให้ประเทศและประชาชนถูกโดดเดี่ยวมากขึ้น ทั้งยังบั่นทอนความพยายามของนานาชาติในการส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนืออีกด้วย
มติคว่ำบาตรของสหประชาชาติล่าสุุด ได้ส่งผลกระทบต่อบรรดาสินค้าหรูหราที่พวกชนชั้นปกครองในเกาหลีเหนือ จะไม่มีโอกาสได้นำเข้าอีกต่อไป เช่น เรือยอชท์ , รถแข่ง , โทรศัพท์มือถือ และเครื่องประดับเพชรพลอยต่าง ๆ และนับเป็นการปิดช่องโหว่ ที่เมื่อก่อนมีการเปิดทางให้ประเทศต่าง ๆ ได้ตัดสินใจด้วยตัวเองว่า สินค้าแบบไหนจัดอยู่ในหมวดหมู่ของสินค้าหรู
ไรซ์ บอกด้วยว่า การใช้มาตรการคว่ำบาตรที่กว้าง แข็งกร้าว และรุนแรง จะทำให้เกาหลีเหนือประสบปัญหาในการทำโครงการนิวเคลียร์ เนื่องจากถูกจำกัดด้านการเงินและจำกัดความสามารถในการหาเงินและแหล่งวัตถุดิบ รวมถึงเทคโนโลยีในการสร้างขีปนาวุธ , อาวุธตามรูปแบบ และอาวุธนิวเคลียร์ / เมื่อเกาหลีเหนือพยายามจะยักย้ายเงินไปจ่ายในโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ ประเทศที่เคยร่วมมือก็จะสะกัดกั้นการโอนเงิน และแม้จะขนเงินสดใส่กระเป๋าเดินทางจำนวนมาก ก็ไม่มีทางจะเล็ดรอดไปได้เช่นกัน
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



