ข่าว

อุดรฯแล้งหนัก!ชาวบ้านโอดไม่มีน้ำกินน้ำใช้

อุดรฯแล้งหนัก!ชาวบ้านโอดไม่มีน้ำกินน้ำใช้

08 มี.ค. 2556

อุดรธานีแล้งหนัก! ชาวบ้านโอดต้องซื้อน้ำกินน้ำใช้เอง ขณะที่ 'นายกฯ อบต.เพ็ญ' เร่งส่งรถบรรทุกน้ำแจกจ่ายผู้ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่

                    8 มี.ค.56 สำหรับสถานการณ์ภัยแล้ง จ.อุดรธานี โดยช่วง 2 วันที่ผ่านมา มีร่องความกดอากาศสูงกำลังแรง พัดมาปะทะมวลอากาศร้อนส่งผลให้ฝนตกในพื้นที่ แต่ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมายังไม่สามารถบรรเทาความแห้งแล้งได้ ขณะนี้จังหวัดประกาศเขตภัยพิบัติภัยแล้งครอบคลุม 20 อำเภอ 154 ตำบล 1,867 หมู่บ้าน มีราษฎรประสบภัย 137,326 ครัวเรือน 541,792 คน พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 487,866 ไร่ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 18 ล้านบาทแล้ว

                    นายขวัญใจ พิมพาแสง อายุ 33 ปี ชาวบ้านหนองตุ อยู่ที่ 190 หมู่ 5 ต.เพ็ญ อ.เพ็ญ เปิดเผยว่า ได้รับความเดือดร้อนเรื่องน้ำกิน ส่วนน้ำใช้ช่วงนี้ยังสามารถนำน้ำจากบ่อท้ายหมู่บ้านมาใช้ ที่บ้านมีโอ่งน้ำขนาดใหญ่จุได้ 2 พันลิตร ทาง อบต.ได้นำน้ำมาใส่ไว้ให้ เพื่อที่ชาวบ้านในแถบนี้ มานำน้ำไปดื่มกินได้ โดยจะใช้ดื่มกินประมาณ 2 เดือน  โดยก่อนหน้าที่ทาง อบต.จะนำน้ำมาแจก ต้องออกไปซื้อน้ำถังมาใช้ดื่มกินก็สิ้นเปลืองบ้าง เพราะช่วงนี้แล้งมาก เข้าใจว่าทาง อบต.ต้องรับผิดชอบคนจำนวนมากในพื้นที่ ก็ต้องรอตามคิวที่แจ้งรับความช่วยเหลือไว้

                    นายเกรียงศักดิ์ หอนงาม นายก อบต.เพ็ญ กล่าวว่า สำหรับอำเภอเพ็ญนั้น พบว่าน้ำในลำห้วยยังคงแห้งขอด อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ปริมาณยังคงมีน้อย นำมาใช้ได้เพียงการอุปโภคบางส่วน โดยไม่สามารถนำมาบริโภคได้ จึงขอความร่วมมือไปยังป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นำรถบรรทุกน้ำนำน้ำสะอาดสำหรับไว้บริโภครับน้ำจากบ่อบาดาล ในเทศบาลตำบลเพ็ญ ออกแจกจ่ายให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนตามคิวที่มาลงชื่อร้องขอ โดยทาง อบต.สนับสนุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิง

 

แล้งจัด! ชาวพิษณุโลกจับแมลงขายสร้างรายได้

 

                    วันเดียวกันจากสถานการณ์ภัยแล้งที่ตอนนี้จังหวัดพิษณุโลก ได้ทำการประกาศภัยแล้งแล้ว 9 อำเภอ บางพื้นที่ชาวนาต้องปล่อยนาข้าวแห้งตายเนื่องจากขาดน้ำ และชาวนาหลายรายต้องหาอาชีพเสริมมาทำก่อนจนกว่าจะเข้าสู่ฤดูฝน โดยในพื้นที่ ต.หนองพระ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ชาวบ้านแถบนี้จะจับแมลงมาขาย เพื่อเป็นอาชีพเสริม โดยส่วนใหญ่จะเป็น แมงกระชอน จิ้งหรีด แมงอีเหนียง

                    แต่ที่ได้รับความนิยมที่ประชาชนมาซื้อรับประทานก็จะเป็นแมงกระชอน และ จิ้งหรีด โดยขายในราคากิโลกรัมละ 200 บาท หรือ ขายปลีกถุงละ 20 บาท วันหนึ่งจะขายได้ประมาณ 10-15 กิโลกรัม ซึ่งชาวบ้านจะทำที่ดักแมลง โดยเปิดไฟล่อแมลงในเวลากลางคืนให้ออกมาชนพลาสติกที่ขึ้งไว้แล้วตกลงไปในกะละมังที่เติมน้ำไว้ จากนั้นก็จะมาจับในตอนเช้า แล้วนำไปจำหน่ายทั้งแบบสดและแบบทอดสำเร็จรูป

                    นายอนันต์ แซ่โหงว อายุ 26 ปี กล่าวว่า ที่มาจับแมลงขายถือเป็นรายได้เสริมจากการทำนา เพราะปัญหาภัยแล้งในปีนี้รุนแรงมาก ทำให้ขาดน้ำในการทำนา อีกทั้งข้าวก็ออกรวงน้อย จึงต้องหาอาชีพเสริมมาสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว ซึ่งก็ลองมาจับแมลงขาย ก็ได้รับการตอบรับมีประชาชนมาหาซื้อรับประทาน แต่เนื่องจากเป็นช่วงหน้าแล้ง แมลงก็จะจับได้น้อยไม่เท่ากับช่วงหน้าฝนแต่อย่างไรก็สร้างรายได้ส่วนหนึ่งในช่วงภัยแล้งนี้