ข่าว

ปริศนา...นักธุรกิจรัสเซียดับ

ปริศนา...นักธุรกิจรัสเซียดับ

08 มี.ค. 2556

ปริศนา...นักธุรกิจรัสเซียดับ : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ

               การเสียชีวิตของนักธุรกิจชาวรัสเซียในห้องพักย่านพัทยา จ.ชลบุรี ยังคงเป็นปริศนาว่าถูกฆาตกรรมหรือฆ่าตัวตาย!!
 
               นายอันเดรีย โคมาป๊อป อายุ 40 ปี สัญชาติรัสเซีย ผู้จัดการบริษัทเกี่ยวกับด้านสถาปัตยกรรมแห่งหนึ่งในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ถูกพบนอนหงายเสียชีวิตอยู่บนพื้นห้องในห้องเลขที่ 822 ชั้น 2 ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ซ.บัวขาว (พัทยาใต้) หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อราว 5 โมงเย็นของวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา

               พนักงานสอบสวนของ สภ.พัทยา พร้อมชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบสภาพร่างกายของนายอันเดรียค่อนข้างแข็งทื่อ ไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงยีนขายาวสีดำ มีเลือดไหลออกจากปากและจมูก บริเวณลำคอมีร่องรอยคล้ายถูกเข็มขัดรัด และบริเวณแขนซ้ายพบเขียวช้ำ คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 9-10 ชั่วโมง

               การสอบสวนพยานภายในโรงแรม ซึ่งอยู่แผนกต้อนรับให้ข้อมูลว่านายอันเดรีย เข้ามาเปิดห้องพักที่โรงแรมตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้นายอันเดรียชำระค่าห้องพักทั้งหมดแล้ว ก่อนเกิดเหตุให้พนักงานชายทำหน้าที่ยกกระเป๋าให้แก่ผู้ที่มาใช้บริการ ไปเคาะประตูห้องเพื่อต้องการสอบถามว่ามีความประสงค์ที่จะพักต่อหรือไม่ แต่เมื่อไม่มีเสียงตอบกลับพนักงานจึงจับลูกบิดประตูพบว่าไม่ได้ล็อกแล้วเห็นนายอันเดรียนอนอยู่บนพื้นห้อง จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ
 
               พ.ต.อ.กิตติ์ธเนศ เชี่ยวนาวินธวัช ผกก.สภ.พัทยา พ.ต.ท.อนรรฆ ประสงค์สุข สว.สส. พร้อมชุดสืบสวนสังเกตว่าภายในห้องพักบางจุดมีลักษณะคล้ายการรื้อค้นหรือต่อสู้เพราะขวดน้ำล้มกระจัดกระจาย บนเตียงนอนมีถุงยางอนามัยวางอยู่หลายซองและพบคราบเลือดเปรอะเปื้อนตามหมอนและผ้าห่ม รวมถึงเข็มขัดหนังสีดำลักษณะหัวเข็มขัดหลุดออกจากสายวางอยู่บนโทรทัศน์ แล้วพบทรัพย์สินของผู้ตายอยู่จำนวนหนึ่ง

               จากการสอบสวนพนักงานยกกระเป๋า ให้ปากคำยืนยันว่า ไม่ได้เข้าไปภายในห้องพักของนายอันเดรีย แต่พอเปิดประตูก็ได้กลิ่นบุหรี่และกลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่วห้อง จึงแจ้งพนักงานต้อนรับให้ทราบ ทั้งนี้ ระหว่างที่นายอันเดรีย พักอยู่ภายในโรงแรมเกือบทุกวัน มักออกไปดื่มสุราจนเมากลับมา รวมถึงมีผู้หญิงไทยคนหนึ่งกลับมาด้วยบ่อยครั้ง นอกจากนี้ยังมีผู้ชายชาวไทยและผู้ชายชาวต่างชาติแวะเวียนมาที่ห้องด้วย

               เบื้องต้นการสืบสวนเพื่อคลี่คลายคดี ชุดสืบสวนตั้งข้อสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นการฆาตกรรม แต่เมื่อชุดสืบสวนขอความร่วมมือจากโรงแรมตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า หลังจากที่นายอันเดรียพาผู้หญิงชาวไทยคนหนึ่งเข้ามาในห้อง จนกระทั่งผู้หญิงชาวไทยคนนี้ออกจากห้อง กล้องวงจรปิดบันทึกภาพของนายอันเดรีย ชะโงกหน้าออกมาดูผู้หญิงชาวไทยคนนี้เดินออกไปแล้วนายอันเดรียก็ปิดประตูห้อง

               นอกจากนี้ ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดตั้งแต่นายอันเดรีย ปิดประตูห้องพักจนกระทั่งพนักงานยกกระเป๋าไปเคาะประตูเรียก ก็ไม่เห็นใครเข้าไปในห้องพักของนายอันเดรียอีก ชุดสืบสวนจึงเข้าตรวจสอบภายในห้องพักอีกครั้งแล้วได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในวันที่รับแจ้งเหตุว่าประตูระเบียงด้านหลังถูกล็อกจากด้านใน

               พ.ต.ท.อนรรฆ กล่าวว่า เบื้องต้นต้องรอผลการชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตของนายอันเดรียจากแพทย์นิติเวช ว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากสาเหตุใด ส่วนผู้หญิงไทยที่เข้าออกห้องพัก ตอนนี้ชุดสืบสวนทราบชื่อนามสกุลและที่อยู่ในต่างจังหวัดไม่ใช่บุคคลในพื้นที่ ตอนนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวเพื่อสอบถาม

               "ในเบื้องต้นมีแนวโน้มว่าอาจไม่ใช่การฆาตกรรม ตั้งข้อสังเกตว่าร่องรอยบริเวณลำคอคล้ายถูกเข็มขัดรัด แต่ร่องรอยที่ปรากฏมองด้วยสายตาก็ไม่น่ารัดแน่นเพราะหากรัดแน่นคงขาดอากาศหายใจไม่ทำให้เลือดออกทางปากและจมูก ประกอบกับสายเข็มขัดถูกวางไว้เป็นระเบียบ อีกทั้งพยานแวดล้อมไม่ได้ยินเสียงการต่อสู้ใดๆ คงต้องรอผลการชันสูตรของแพทย์นิติเวชอีกครั้ง" พ.ต.ท.อนรรฆ กล่าว

               มีรายงานข่าวระบุว่า แพทย์นิติเวชของสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ชันสูตรการเสียชีวิตของนายอันเดรีย โดยสันนิษฐานว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากขาดอากาศหายใจ อีกทั้งบริเวณลำคอถูกรัดจนกล่องเสียงแตก ตามร่างกายมีรอยฟกช้ำ

               ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนได้สืบหาผู้หญิงที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด ซึ่งเดินออกจากห้องผู้ตายไป และพบตัวที่ จ.เพชรบุรี จึงเชิญตัวมาสอบปากคำ โดยให้ข้อมูลว่า ผู้ตายไม่ได้ทำงานอะไร มีพฤติการณ์สูบบุหรี่และดื่มเหล้าจัด ในวันนั้นก่อนออกจากห้องได้มีปากเสียงกับผู้ตายเล็กน้อย และรู้สึกตกใจมากที่รู้ว่าผู้ชายคนนี้เสียชีวิตแล้ว


............

(หมายเหตุ : ปริศนา...นักธุรกิจรัสเซียดับ : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)