
ทลาย'แก๊งลักรถ'เมืองคอนกว่า100คัน
ทลายขบวนการโจรกรรมรถยนต์แล้วชำแหละส่งอะไหล่ขายข้ามชาติพบ 10 คันรอชำแหละ ซากอีกร่วมร้อยพัวพันคดีความมั่นคงใน 3 จังหวัดใต้
เมื่อเวลา 16.30 น.ของวันที่ 7 มี.ค.2556 พล.ต.ต.รณพงศ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ได้รับการประสานงานจาก พ.ต.อ.คำรณ ยอดรักษ์ รอง ผกก.สส.ภ.9 ขอกำลังเข้าตรวจค้นแหล่งชำแหละรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมาจากภาคใต้รายใหญ่ หลังจากนั้นจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ รอง ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์ ผกก.สส.ภ.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.สมพงศ์ ทิพย์อาภากุล ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พ.ต.ท.สมชาย มวยดี สวป.หน.ชุดปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ สภงเมืองนครศรีธรรมราช และกำลังเจ้าหน้าที่อีกหลายสิบนายเข้าร่วมทันที
โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการปิดล้อมจู่โจมเข้าตรวจค้นอู่ซ่อมรถยนต์อิทธิยนตรการ ริมถนนสายนครศรีธรรมราช-ท่าศาลา หมู่ 14 ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช และคุมตัวนายอุเทน หรือบังเหด ดำฤทธิ์ อายุ 38 ปี อดีตส.อบต.ม.14 ท่าศาลา ไว้ได้ในสภาพหน้าซีดเผือด จากนั้นจึงเข้าทำการตรวจยึดรถยนต์และซากรถยนต์ซึ่งมีทั้งตัวถัง คัสซี ชิ้นส่วนต่างๆประมาณการจากชิ้นส่วนพบว่ามาจากรถยนต์หลายสิบคันหรืออาจมากกว่า 100 คัน นอกจากนั้นยังพบป้ายทะเบียนรถยนต์จากจังหวัดต่างๆโดยเฉพาะจากภาคใต้ตอนล่างมากกว่า 30 แผ่น เจ้าหน้าที่ยังตรวจปัสสาวะของนายอุเทนพบว่ามีการเสพสารเสพติด ซึ่งเจ้าตัวยอมรับสารภาพว่าติดยาเสพติดงอมแงม และเพิ่งเสพไปจนหมดก่อนที่เจ้าหน้าที่มาถึงได้ไม่นาน
พ.ต.อ.คำรณ ยอดรักษ์ รอง ผบก.สส.ภ.9 เปิดเผยว่าก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนายอนันต์ นิลยะปา อายุ 30 ปี อยู่ 222 ม.4 ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง หัวหน้าขบวนการโจรกรรมรถยนต์รายใหญ่ในภาคใต้ ก่อเหตุมาแล้วหลายจังหวัดและอยู่ในระหว่างการประกันตัวหลังจากจับกุมดำเนินคดีอยู่ที่ จ.นครศรีธรรมราช จ.พัทลุง และไปก่อเหตุที่หาดใหญ่ จ.สงขลา จนถูกจับกุมไว้ได้ และเมื่อสอบสวนขยายผลได้สารภาพว่านำรถยนต์ที่โจรกรรมมาได้มาส่งขายให้กับนายอุเทน ซึ่งเป็นแหล่งรับซื้อชำแหละรายใหญ่ที่นครศรีธรรมราช จึงเข้าทำการจับกุมพร้อมของกลางจำนวนมาก ส่วนเวลาในการโจรกรรมนั้นรถยนต์อีซูซุจะเป็นยี่ห้อที่คนร้ายก่อเหตุง่ายที่สุดใช้เวลาเพียง 18 วินาทีสามารถขึ้นสตาร์ทเครื่องขับหลบหนีไปได้เลย
ส่วนนายอุเทน ดำฤทธิ์ หรือบังเหด ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าได้รับซื้อรถยนต์จากนายอนันต์จริงในราคาคันละ 6-8 หมื่นบาทเท่านั้นและทำมานานแล้ว หลังจากนั้นจะนำมาชำแหละแยกชิ้นส่วน โดยเครื่องยนต์นั้นส่งขายไปยัง จ.ระนอง เพื่อส่งต่อไปยังประเทศพม่า ส่วนตัวถังและคัสซีนั้นจะตัดเอาเลขตัวถังและเลขคัสซีทิ้ง ก่อนเชื่อมต่อใหม่ขายโดยทั่วไป
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่พบข้อมูลว่าขบวนการค้ารถยนต์โจรกรรมรายนี้มีเครือข่ายที่ใหญ่มากในภาคใต้ตอนล่าง และโดยเฉพาะใน 3 จังหวัดภาคใต้โดยจะมีการโจรกรรมจากจังหวัดหนึ่งแล้วนำไปขายในจังหวัดภาคใต้ตอนบนเพื่อแยกชิ้นส่วนหรือตัดต่อเลขคัสซีและตัวถังใหม่ หรือเรียกว่าวิธีการครอบทะเบียนขายเป็นคันใหม่
ขณะเดียวกันในการสืบสวนนั้นพบว่ามีการโจรกรรมใน 3 จังหวัดภาคใต้แล้วนำส่งขายให้กับขบวนการนำไปก่อเหตุเช่นโจรกรรมจากจังหวัดนราธิวาส จะไปก่อเหตุในจังหวัดปัตตานี เป็นต้นเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผลจนพบและเตรียมดำเนินคดีด้านความมั่นคงอีกด้วย ส่วนหลักฐานเช่นแผ่นป้ายทะเบียน และตัวเลขคัสซี และตัวถังต่างๆนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดและแกะรอยเพื่อแจ้งให้เจ้าของทราบรวมทั้งเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับขบวนการรายนี้ต่อไป
..............
(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)



