ข่าว

'อุ้ม ดูด บีบ เก็บ' นมแม่อาหารสวรรค์

'อุ้ม ดูด บีบ เก็บ' นมแม่อาหารสวรรค์

08 มี.ค. 2556

'อุ้ม ดูด บีบ เก็บ' นมแม่อาหารสวรรค์

                    การสร้างความรู้และความมั่นใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนให้เด็กไทยได้มีโอกาสกินนมแม่มากยิ่งขึ้น เพราะนมแม่ถือเป็นรากฐานที่สำคัญต่อการเติบโตและพัฒนาการทั้งด้าน ร่างกาย สมอง จิตใจ และอารมณ์ มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย จึงได้จัดกิจกรรม “สายใยรักนมแม่ Cafe'” ภายใต้ “โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว” โดยล่าสุดได้ร่วมกับโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 13 ในหัวข้อ “นมแม่ : อุ้ม ดูด บีบ เก็บ อาหารสวรรค์จากแม่สู่ลูก” โดยได้รับเกียรติจาก แพทย์หญิงศิริพัฒนา ศิริธนารัตนกุล หัวหน้ากุมารแพทย์จาก รพ.เซนต์หลุยส์ และ มีนะ สพสมัย ผู้เชี่ยวชาญจากมูลนิธิศูนย์นมแม่ ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พร้อมแนะนำเทคนิคการอุ้ม ดูด บีบ เก็บ และการให้น้ำนมแม่อย่างมีประสิทธิภาพ

                    พญ.ศิริพัฒนา เผยว่า นมแม่มีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เพราะมีการค้นพบภาพวาดบนผนังถ้ำโบราณ เป็นภาพของแม่ที่มีเต้านมและลูกที่กำลังดูดนม แสดงให้เห็นว่านมแม่เป็นสิ่งสำคัญในชีวิต และน้ำนมแม่มีเอกลักษณ์ที่ทำให้สมองมีการพัฒนาได้อย่างเหมาะสมมนุษย์จึงอยู่รอดได้มาจนถึงปัจจุบัน

                    “น้ำนมแม่มีสารช่วยการเจริญเติบโตและการแตกแขนงของเส้นใยสมอง ซึ่งในนมวัวไม่มี นอกจากนี้การอุ้มลูกดูดนมแม่ยังช่วยกระตุ้นระบบประสาททุกส่วนตั้งแต่ประสาทสัมผัสที่ผิวหนังของลูกสายตา น้ำเสียง และรอยยิ้มของแม่ที่ส่งผ่านไปยังลูกจะช่วยกระตุ้นระบบการมองเห็นและระบบการได้ยิน เมื่อไรก็ตามที่เราได้อุ้มลูกขึ้นมาดูดนมแม่เท่ากับช่วยการสร้างเซลล์และเพิ่มเส้นใยประสาทในสมองทุกครั้ง และเด็กที่กินนมแม่เมื่อถึงวัยที่กินอาหารเสริมได้ จะสามารถกินอาหารได้หลากหลายมากกว่า เพราะในน้ำนมแม่จะมีกลิ่นของอาหารต่างๆ ที่แตกต่างกันไปตามอาหารที่แม่รับประทาน ลูกมีความคุ้นเคยกับกลิ่นของอาหารที่ออกมากับนมแม่ จึงยอมรับอาหารที่มีรสชาติและกลิ่นต่างๆ ได้ง่าย” พญ.ศิริพัฒนา กล่าว

                    โดยปัจจัยสำคัญของความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน และให้นมแม่ควบคู่กับอาหารเสริมไปจนถึง 2 ปีหรือนานกว่านั้นอยู่ที่การปรับเปลี่ยน “ทัศนคติและความรู้” เรื่องของนมแม่ในตัวของพ่อแม่ และครอบครัวให้ถูกต้อง รวมไปถึงต้องมีเทคนิค “การอุ้ม” และ “การให้นม” ลูกอย่างถูกต้อง รวมไปถึงวิธีการ “บีบ-เก็บ น้ำนม” สำหรับแม่ที่ต้องกลับไปทำงาน โดย มีนะ เล่าว่า การอุ้มที่ดีที่สุดจะเป็นท่าไหนก็ได้ แต่ต้องเป็นท่าที่สบายที่สุดสำหรับแม่ ส่วนท่าอุ้มที่เหมาะสมนั้นจะต้องไม่เกร็ง เป็นการอุ้มแบบประคอง คือเมื่ออุ้มแล้วลูกจะต้องตะแคงเข้าหาหัวนมได้พอดี ส่วนการให้นมควรให้เมื่อลูกต้องการโดยไม่จำกัดจำนวนครั้งหรือชั่วโมง เพราะเด็กไม่สนใจเวลา ไม่รู้ว่านมมีเท่าไหร่ เขาจะรู้แต่เพียงว่าเขาอยากอยู่ใกล้กับแม่ อยากดูดนมแม่ ใช้การสังเกตพฤติกรรมของลูก เพราะเด็กแต่ละคนจะมีความสามารถในการดูดนมช้าหรือเร็วไม่เท่ากัน จึงต้องดูความต้องการของลูกเป็นสำคัญ ในหนึ่งวันเด็กต้องกินนมอย่างน้อย 8 ครั้ง และดูว่าปัสสาวะใสก็เป็นอันใช้ได้ นอนพักได้ไม่งอแง แต่ถ้าปัสสาวะมีสีชาเข้มก็แสดงว่าลูกต้องการน้ำนมเพิ่มมากขึ้น

                    "ส่วนในเรื่องของการบีบและเก็บน้ำนมนั้นก็มีความสำคัญไม่แพ้กันในแม่ที่ต้องไปทำงาน แม่จึงต้องหาเวลาอย่างน้อยประมาณทุกๆ 3 ชั่วโมง เพื่อบีบเก็บน้ำนมเก็บไว้ ส่วนเวลาที่แม่อยู่กับลูกก็ให้ลูกกินนมจากคุณแม่ตามปกติ โดยการบีบเก็บน้ำนมต้องใช้วิธีการเดียวกันกับการดูดของลูก จึงจะสามารถบีบเก็บน้ำนมได้มากที่สุด โดยใช้เพียงนิ้วโป้งกับนิ้วชี้เท่านั้น วิธีการคือ กดเข้าหาตัว บีบ ปล่อย และคลาย โดยสามารถขยับมุมการบีบไปรอบๆ เต้านมได้" มีนะ แนะนำ