ข่าว

ศุกร์กับเซ็กส์ : อุ้มบุญ

ศุกร์กับเซ็กส์ : อุ้มบุญ

08 มี.ค. 2556

ศุกร์กับเซ็กส์ : อุ้มบุญ : พญ.ชัญวลี ศรีสุโข [email protected]

                    คุณหมอชัญวลีคะ ดิฉันเคยผ่าตัดคลอดเมื่อ 7ตุลาคม 2553  มีเรื่องอยากปรึกษาหมอค่ะ พอดีว่ามีคนรู้จักกันต้องการให้ดิฉันอุ้มท้องให้เพราะเขาไม่สามารถมีลูกได้เพราะตัดมดลูกไปหมดแล้วแต่จะเอาเชื้อของสามีกับลูกสาวแทน และจะจ้างดิฉันอุ้มท้องอยากรู้ว่ามันจะมีความเสี่ยงมากหรือเปล่ากฎหมายที่รองรับเรื่องนี้มีหรือเปล่าคะ แล้วขั้นตอนของการทำเป็นยังไงคะตอนนี้ดิฉันอายุ 31 แล้วเพิ่งมีลูกแค่คนเดียวแล้วถ้าผ่าคลอดครั้งที่ 2 ไปจะมีคนที่ 3 ได้อีกหรือเปล่าคะรบกวนคุณหมอช่วยตอบหน่อยนะคะดิฉันกังวลว่าจะรับคำขอร้องเขาดีหรือเปล่าถ้ามันเสี่ยงมากดิฉันก็จะไม่ทำคะ จาก ปราง

                    ตอบ อุ้มบุญ แปลความหมายง่ายๆ ว่า การที่คุณแม่คนหนึ่งไม่สามารถท้องได้ จึงหาผู้หญิงคนอื่นให้ตั้งท้องแทน ประกาศของแพทยสภาที่ 21/2545 เรื่องมาตรฐานการให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ฉบับที่ 2  วงเล็บ2 กรณีคู่สมรสต้องการมีบุตรโดยให้หญิงอื่นซึ่งมิใช่ภรรยาตั้งครรภ์แทน ผู้ประกอบวิชาชีพจะให้บริการได้กรณีใช้ตัวอ่อนที่มาจากเซลล์สืบพันธุ์ของคู่สมรสเท่านั้น ในวงเล็บ 3 ข้อค. หญิงที่ตั้งครรภ์แทน จะต้องเป็นญาติโดยสายเลือดของคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง นั่นคือ...กรณีที่คุณปรางถามมา จะเอาเชื้อสามีกับลูกสาวไม่ได้ ต้องเอาเชื้ออสุจิของสามีกับไข่ของคนเป็นภรรยาเท่านั้น และอีกประการหนึ่ง คุณปรางผู้รับตั้งครรภ์ ต้องเป็นญาติโดยสายเลือดกับฝ่ายคู่สมรสโดยจะเป็นฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิงก็ได้ แต่ไม่ใช่เป็นบุพการี(แม่) หรือผู้สืบสันดาน(ลูก)ของคู่สมรสนั้น และสามีของคุณปรางต้องยินยอมและเห็นด้วยกับการอุ้มบุญที่จะเกิดขึ้น สรุป ในกรณีที่ปรึกษา มาการอุ้มบุญที่จะเกิดขึ้น ไม่ตรงกับหลักเกณฑ์ประกาศของแพทยสภา ไม่สามารถทำได้ค่ะ

                    วิธีอุ้มบุญเหมือนการทำเด็กหลอดแก้ว คือเอาไข่ผสมอสุจิ จนเกิดปฏิสนธิแล้วใส่เข้าไปในมดลูกของหญิงผู้รับตั้งครรภ์ โดยทั่วไปมีโอกาสตั้งครรภ์ ร้อยละ50-60 ทั้งการตั้งครรภ์ยังอาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อคนท้องนานัปการ เช่นเสี่ยงต่อการแท้ง, การคลอดก่อนกำหนด, ทารกพิการ, ทารกปัญญาอ่อน, ตั้งครรภ์แฝด, ครรภ์เป็นพิษ คลอดยาก ตกเลือด ฯลฯ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้ตั้งท้องต้องรับความเสี่ยงเอง ยิ่งหากคู่สมรสปฏิเสธไม่อุปการะเลี้ยงดู ไม่ช่วยเหลือ ก็จะลำบาก เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายอุ้มบุญมาบังคับ ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นร่างพระราชบัญญัติการตั้งครรภ์โดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์อยู่

                    ในกรณีที่คุณปรางซึ่งมีอายุ 31ปี เคยผ่าตัดคลอดไปแล้วหนึ่งครั้ง หากรับอุ้มบุญ ก็คงต้องผ่าตัดคลอดเป็นครั้งที่สอง โอกาสที่จะท้องลูกของคุณเองกับสามีและผ่าตัดคลอดครั้งที่สามอย่างราบรื่นก็ลดลง ทั้งเพราะคุณอายุมากขึ้น ทั้งเพราะจะเกิดความเสี่ยงของการผ่าตัดหลายครั้ง เช่น แท้ง, คลอดก่อนกำหนด, ทารกพิการปัญญาอ่อน, ตกเลือด, มีโรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง

                    อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริง กรณีอุ้มบุญที่เป็นไปตามประกาศแพทยสภา และทำสำเร็จในเมืองไทยก็มีอยู่บ้าง ในจำนวนหนึ่งค่ะ